ReadyPlanet.com
dot dot
bulletคำบูชาหลวงปู่โลกอุดร
bulletวัตถุประสงค์ของการตั้งพระพุทธศาสนา
bulletที่ตั้งของบริษัท สุ จิ ปุ ลิ จำกัด
dot
Newsletter

dot
bulletการอุทิศบุญกุศล โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletอนาคตประเทศไทย โดย หลวงปู่ฤาษีลิงดำ
bulletการคิดแบบโยนิโสมนสิการ
bulletปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา
bullet๕ ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธประวัติ
bulletชื่อและอักษรย่อพระไตรปิฎก ฉบับของมจร.
bulletกรรมฐานเปิดโลก โดยหลวงปู่คง จตฺตมโล
bulletหลวงปู่สรวงเมตตารักษาโรคเอดส์
bulletกัลยาณมิตร
bulletอริยทรัพย์
bulletอุดมมงคล๓๘ ประการ
bulletบทเรียน : คนอกตัญญู
bulletมณีโจรชาดก
bulletพระนางพิมพา : นางแก้วคู่บุญบารมีพระพุทธเจ้า
bulletการไม่คบคนพาล : เป็นอุดมมงคลของชีวิต
bulletกรรมของ "พระรถเมรี"
bulletมัทนะพาธา : ตำนานดอกกุหลาบ
bulletพระสุธน-มโนราห์
bulletพญาครุฑ : ปกป้องชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
bulletตัวอย่าง : ตายจากคนเดิมไปเกิดเป็นคนใหม่
bulletหนี้กรรมข้ามชาติ : ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletตำนาน : สิงหไตรภพ
bulletกุสชาดก
bulletนิทาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : พิกุลทอง
bulletกรรมของ "นางอุสา-ท้าวบารส"
bulletตำนาน : พญาคันคาก รบกับ พระยาแถน
bulletพระคาถา : ชินบัญชร
bulletตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)
bulletตำนานรักอมตะ ; ผาแดง-นางไอ่
bulletตายแล้วเกิดใหม่
bullet"๑๘" : ศาสตร์จักรพรรดิ
bulletกุดสะราชชาดก : สังข์ศิลป์ชัย
bulletสุตตธนุชาดก
bulletวรวงสชาดก
bulletวนาวนชาดก
bulletพากุลชาดก
bulletกรรมของ "พระนล-พระนางทมยันตี"
bulletมหาสตรี : สาวิตรี
bulletกรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”
bulletตำนาน "พระนางจามเทวี"
bulletพระพี่นางสุพรรณกัลยา
bulletกรรมของ"จันทะโครพ"
bulletปาจิตตกุมารชาดก : ตำนานเมืองพิมาย
bulletพาราณสิราชชาดก
bulletจันทกินนรชาดก : ความรักของพระนางพิมพา
bulletสุวรรณหังสชาดก : โลภมากลาภหาย
bulletฉัททันตชาดก : กรรมของพญาช้างฉัททันต์
bullet๑๖ คำทำนายของพระพุทธเจ้า
bulletตำนานเพลงสาธุการ
bulletฉางเอ๋อ : ตำนานพระจันทร์คู่โลก
bulletสสปัณฑิตชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
bulletนิทานชาดก : กลโกงพ่อค้า
bulletนิทานชาดก : ตายเพราะไม่เรียน
bulletสมุทรโฆสชาดก : สมุทโฆษคำฉันท์
bulletสุวรรณสังข์ชาดก : สังข์ทอง
bulletพระยากง-พระยาพาน-ยายหอม : พระปฐมเจดีย์ และพระประโทนเจดีย์
bulletสมุททชาดก
bulletเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : ตำนานการสร้างหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง
bulletเจ้าแม่กวนอิม : เทพเจ้าแห่งความเมตตา
bulletเวรย่อมระงับด้วยการไม่ผูก(จอง)เวร
bulletชีวกโกมารภัจ : แพทย์ผู้ทำการรักษาพระพุทธเจ้า
bulletมหากาพย์ : พระอภัยมณี
bulletตำนาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : กาฬเกด
bulletนิทาน : ท้าวหงส์หิน
bulletตำนานรักอมตะ : นางฟ้าหยาด-ท้าวจันทราช
bulletอิเหนา
bulletตำนานอมตะ : นางไข่ฟ้า - ท้าวสุพรหมโมกขา
bulletท้าวคัชนาม
bulletพระโคบุตร
bulletพรหมจักรกุมารชาดก
bulletไกรทอง
bulletขูลู - นางอั๊ว
bulletขุนแผนแสนสะท้าน
bulletสุดยอดวีรกรรมของพระองค์ดำ ณ ทุ่งมหาราช
bullet"พญาครุฑ" กับ "พญานาค"
bulletวิญญาณบรรพบุรุษช่วยลูกชายให้ปลอดภัย
bulletตำนาน : สงกรานต์
bulletช้างต้นมงคลชัย ไปอยู่ที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี
bulletทีฆีติโกสลชาดก
bulletอกตัญญุตาชาดก
bulletนางผมหอม
bulletเจ้าหญิงแตงอ่อน




โสนน้อยเรือนงาม article

 โสนน้อยเรือนงาม : วิบากกรรมและความรักของพระธิดาโสนน้อย

(ก) ที่มา

กฎแห่งกรรมและการเวียนว่ายตายเกิด เป็นเรื่องจริงเป็นกฎแห่งธรรมชาติที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ค้นพบ และได้สั่งสอนสาวกและเวไนยสัตว์ทั้งหลายได้เข้าใจ ความจริงอีกประการหนึ่งที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนก็คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีคำว่าบังเอิญหรือเป็นอุบัติเหตุแต่อย่างใด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นล้วนมาจากเหตุนั่นก็คือมีเหตุจึงมีผล การที่มนุษยชาติทั้งหลายได้เกิดมาพบปะและมีปฏิสัมพันธ์กันอีกนั้นก็ล้วนเกิดแต่เหตุในชาติปางก่อนด้วยเช่นกัน ไม่มีข้อยกเว้นกับใครและสิ่งใดเลย ดังเรื่องราวในอดีตของโสนน้อยเรือนงามและคนรักของพระนางก็เช่นเดียวกัน

(ข) เนื้อเรื่อง

ในอดีตกาลนานมาแล้ว ณ นครนพรัตน์ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งมีพระราชาปกครองนามว่า “ท้าวกาลศึก” และมีพระมเหสีคู่พระทัยนามว่า “พระนางประไพลักษณา” ทั้งสองมีพระโอรสรูปงามพระองค์หนึ่งนามว่า “พระวิจิตรจินดา” อยู่มาวันหนึ่งพระโอรสหนุ่มได้เสด็จไปประพาสป่า พระองค์ได้ไปประทับพักผ่อนอริยาบทบนก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง แล้วพระองค์ก็ล้มลงและไม่รู้สึกตัวอะไรเลย ทหารจึงนำร่างของพระองค์กลับพระราชวัง นำความโศกเศร้ามาให้กับพระบิดาและพระมารดาอย่างมาก แม้จะทำการรักษาอย่างไรก็ไม่ฟื้น จึงได้ให้โหรมาทำนายดวงชะตาของพระโอรส โหรทำนายว่าพระองค์โดนพิษของพญานาคที่มาคายพิษไว้ เพื่อหวังปลงพระชนม์แก้แค้นพระองค์ อันเนื่องมาจากในอดีตชาติพระองค์เคยฆ่าพญานาคตนนั้นไว้ เป็นการชดใช้หนี้กรรมเก่า และได้กล่าวต่อไปว่า ให้เก็บศพของพระโอรสไว้ จากนี้ไปอีก ๗ ปี จะมีพระธิดาจากต่างเมืองมาช่วยชุบชีวิต ทั้งสองพระองค์จึงได้นำพระศพของพระโอรสไปเก็บไว้ในพระราชอุทยานอย่างดีเพื่อรอพระธิดาจากต่างเมืองมาช่วย

กล่าวถึงนครโรมวิสัย มีพระราชาปกครองนครพระนามว่า “ท้าวหัสวิชัย” และพระมเหสีคู่พระทัยพระนามว่า “พระนางเกศิณี” ทั้งสองพระองค์ให้กำเนิดพระธิดาแสนสวยพร้อมมีเรือนไม้โสนติดมาด้วย พระบิดาจึงประทานพระนามให้ว่า “โสนน้อยเรือนงาม” ต่อมาพระธิดาเจริญพระชนมายุได้ ๑๕ ชันษา บ้านเมืองเกิดข้าวยากหมากแพงฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ท้าวหัสวิชัยจึงให้โหรหลวงมาทำนาย พบว่า บัดนี้ดวงชะตาของพระธิดาเป็นกาลกิณีต่อบ้านเมือง หากให้อยู่ในพระนครต่อไปราษฎรจะได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ทั้งสองพระองค์ทรงตกพระทัยมากแต่ก็ไม่มีทางเลือก จึงให้พระธิดาพระองค์น้อยออกจากพระนครไปก่อน พระธิดาโสนน้อยได้แต่งองค์เป็นหญิงชาวบ้านพร้อมนำเครื่องทรงห่อผ้าออกเดินทางเข้าไปในป่าเพียงลำพัง

กล่าวถึงพระอินทร์ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ท่านรับรู้ได้ และเห็นว่าพระธิดาโสนน้อยกำลังตกระกำลำบาก จึงแปลงกายเป็นชีปะขาวลงมาช่วยและมอบยาวิเศษที่สามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นขึ้นมาได้ ระหว่างทางพระธิดาโสนน้อยได้พบกับหญิงชาวป่าคนหนึ่งนางถูกงูพิษกัดนอนตายอยู่ พระธิดาเกิดความสงสารจึงนำยาวิเศษชโลมที่บาดแผลทำให้หญิงชาวบ้านคนนั้นฟื้นขึ้นมา นางขอบใจพระธิดาโสนน้อยที่ช่วยชีวิตตนไว้และขอติดตามไปเป็นทาสรับใช้และได้แนะนำตนเองว่าชื่อ “กุลา” แล้วทั้งสองก็ออกเดินทางไปจนกระทั่งถึงเมืองนพรัตน์และได้ทราบข่าวของพระโอรส จึงขออาสารักษาพระโอรส ทหารจึงนำทั้งสองเข้าเฝ้าพระราชาและพระมเหสี พระธิดาโสนน้อยได้กราบทูลว่านางเป็นพระธิดาของกษัตริย์แห่งเมืองโรมวิสัยมีชื่อว่าโสนน้อยเรือนงาม และนางกุลาคือสาวใช้ที่ขอติดตามมาด้วย ซึ่งกษัตริย์แห่งเมืองนพรัตน์ได้ให้สัญญาว่าหากพระธิดาสามารถรักษาพระโอรสให้ฟื้นขึ้นมาได้ จะยกให้อภิเษกสมรสกัน ก่อนเริ่มพิธีพระธิดาโสนน้อยได้ให้กั้นห้องด้วยผ้าม่านไม่ให้ใครเห็นว่าตนมียาวิเศษ และเป็นการป้องกันพิษของพญานาคจะฟุ้งไปถูกผู้คนที่อยู่ใกล้ แล้วพระธิดาก็นำเครื่องทรงมาสวมใส่แล้วได้นำยาวิเศษไปชโลมบนตัวพระโอรส เมื่อยาออกฤทธิ์พิษของพญานาคก็กลายเป็นไอแผ่รังสีความร้อนออกมา พระธิดาโสนน้อยรู้สึกร้อนไปทั่วกาย จึงถอดเครื่องทรงออกและฝากผอบยาวิเศษไว้กับนางกุลา แล้วเสด็จออกไปสรงน้ำ

ฝ่ายนางกุลาเห็นพระโอรสมีรูปงามก็เกิดหลงรักอยากได้เป็นสามี จึงคิดแผนร้ายปลอมเป็นพระธิดา ได้นำเครื่องทรงมาสวมใส่ ครั้นเมื่อพระธิดาโสนน้อยกลับเข้ามา จึงถามนางกุลาไปว่าทำไมจึงเอาเครื่องทรงของนางมาสวมใส่ นางกุลากลัวว่าพระโอรสจะทราบความจริง จึงแกล้งด่าว่าพระธิดาโสนน้อยว่านางเป็นเพียงทาสรับใช้ชื่อกุลา พระธิดาตกตะลึงรู้แล้วว่าได้เสียทีแก่นางกุลา จะโต้เถียงไปก็ไร้ประโยชน์จึงต้องจำนิ่งเงียบ พระโอรสวิจิตรจินดาพร้อมทั้งพระบิดาและพระมารดาก็ยังสงสัยในตัวพระธิดาตัวปลอม แต่ไม่รู้จะทำประการใดเพราะพระบิดาได้ประกาศไปแล้วว่าจะให้อภิเษกสมรสกัน พระโอรสพร้อมทั้งพระบิดาและพระมารดาก็ยังสงสัยและแปลกพระทัยในนางกุลา จึงออกอุบายให้นางเย็บกระทงใบตองถวาย แต่นางกุลาทำไม่ได้เย็บไม่เป็นจึงโยนใบตอง เข็ม และด้ายทิ้งไป พระธิดาโสนน้อยจึงได้เก็บมาเย็บเป็นกระทงอย่างสวยงาม นางกุลาเห็นดังนั้นก็รีบแย่งกระทงแล้วก็กุลีกุจอนำกระทงไปถวายพระราชา พระวิจิตรจินดาไม่อยากจะอภิเษกสมรสกับนางกุลา จึงขอพระราชทานอนุญาตจากพระบิดาให้ออกไปเที่ยวทะเลให้สบายพระทัย พระบิดาและพระมารดาก็ทรงอนุญาต ทั้งสองพระองค์ได้ขอให้นางกุลาย้อมผ้าผูกเรือให้พระโอรส แต่นางก็ทำไม่เป็นจึงโยนผ้าและสีทิ้งไป โสนน้อยเรือนงามจึงเก็บผ้าและสีไปย้อมได้ผ้าผูกเรือออกมาสีสวยและงดงาม นางกุลาเห็นดังนั้นก็รีบแย่งไปถวายพระบิดาและพระมารดาอีก

เมื่อพระวิจิตรจินดาจะออกเรือปรากฏว่าเรือไม่ยอมขยับและเคลื่อนที่ไป พระวิจิตรจินดาทรงคิดว่าผู้มีบุญในวังคงต้องการจะฝากซื้อของ เรือจึงไม่เคลื่อนที่ จึงให้ทหารมาถามรายการที่คนในวังจะฝากซื้อ ทุกคนก็ได้มีโอกาสฝากซื้อ แต่โสนน้อยเรือนงามสาวใช้ที่อยู่ใต้ถุนคนเดียวที่ไม่มีโอกาสฝากซื้อเพราะไม่มีใครไปถาม เรือจึงเคลื่อนที่ไปไม่ได้อีก พระโอรสจึงสั่งทหารให้ไปถามนางว่านางจะฝากซื้ออะไร นางจึงฝากซื้อ “เรือนทองไม้โสน” เรือจึงเคลื่อนที่ออกไปได้ เมื่อพระวิจิตรจินดาออกเดินทางไปกลางทะเล ลมก็บันดาลพัดเรือให้ไปยังเมืองโรมวิสัย พระวิจิตรจินดาจึงเสด็จขึ้นไปเที่ยวซื้อหาของฝากจากเมืองโรมวิสัย เมื่อสอบถามทหารรับใช้ถึงรายการของฝากที่สั่งซื้อก็ได้ครบทุกคนแล้ว เหลือแต่เรือนทองไม้โสน พระวิจิตรจินดาจึงได้สอบถามจากชาวเมืองว่าจะหาซื้อได้จากที่ไหน ชาวเมืองบอกว่าหาซื้อได้ในพระราชวังเท่านั้น พระองค์จึงเสด็จเข้าไปในพระราชวังและทูลขอซื้อเรือนทองไม้โสนไปให้นางข้าทาส ท้าวหัสวิชัยและพระนางเกศินีจึงได้ถามถึงรูปร่างหน้าตาของทาสนางนั้น เมื่อได้ฟังก็ทรงทราบว่าเป็นพระธิดาของตน จึงได้มอบโสนน้อยเรือนทองนั้นให้พระวิจิตรจินดาไป พร้อมทั้งให้ทหาร ๒ นายติดตามไปด้วย เมื่อพระวิจิตรจินดาเสด็จกลับถึงบ้านเมืองของตน ทหารทั้งสองก็เสด็จไปหาและแสดงความเคารพพระธิดาโสนน้อยเรือนงาม และแล้วเรือนวิเศษนั้นก็ขยายเป็นเรือนขนาดใหญ่มีข้าวของเครื่องใช้ของพระธิดาครบถ้วน พระธิดาโสนน้อยก็เสด็จเข้าไปประทับในเรือนงามนั้น พระวิจิตรจินดาจึงได้ทราบความจริงแล้วว่าใครคือพระธิดาที่รักษาชีวิตของตน พระองค์จะฆ่านางกุลาที่บังอาจหลอกลวงตนพร้อมทั้งพระราชบิดาและพระราชมารดา แต่พระธิดาโสนน้อยเรือนงามได้ขอชีวิตนางไว้ แล้วพระวิจิตรจินดาและพระธิดาก็ได้อภิเษกสมรสกัน ชาวเมืองนพรัตน์ทุกคนต่างยินดีและมีความสุขกันทั่วหน้า

หลายเดือนผ่านไป พระวิจิตรจินดาได้พาพระธิดาโสนน้อยเรือนงามเสด็จกลับไปเยี่ยมพระราชบิดาและพระราชมารดาที่เมืองโรมวิสัย ส่วนนางกุลาไม่ขอตามไปด้วย เพราะกลัวพระราชบิดาและพระราชมารดาของพระธิดาโสนน้อยจะลงโทษ ระหว่างทางเกิดลมพายุอย่างแรงพัดมาทำลายเรือพระที่นั่งให้จมลง ทั้งสองพระองค์ถูกกระแสน้ำพัดพาแยกจากกันไปคนละทิศคนละทาง พระธิดาโสนน้อยถูกพัดไปขึ้นฝั่งทางเมืองของยักษ์ชื่อว่า เมือง “จตุรพักตร์” อันมียักษ์ชื่อ “ท้าวจตุรพักตร์” และมีมเหสียักษ์ชื่อว่า “นางสร้อยทอง” ปกครองอยู่ พระธิดาโสนน้อยออกตามหาพระสวามีจนไปเจอกับเงาะนางหนึ่งชื่อ “วันนา” กำลังกอดศพสามีเงาะชื่อ “พันลี” ร่ำให้อยู่อย่างน่าเวทนา พระธิดาจึงได้ชุบชีวิตสามีของนางเงาะให้ฟื้นขึ้นมา ทั้งสองสามีภรรยาดีใจมาก จึงขอเป็นทาสรับใช้และช่วยตามหาพระวิจิตรจินดา

วันหนึ่งยักษ์จตุรพักตร์ออกมาหาอาหาร จึงได้เจอกับพระธิดาโสนน้อยและสองสามีภรรยาเงาะ จึงได้จับทั้งสามคนไป เมื่อยักษ์เห็นความงดงามของพระธิดาโสนน้อยก็เกิดหลงรัก จึงจับนางไปขังไว้ในปราสาท ท้าวจตุรพักตร์พยายามพูดจาหว่านล้อมเกี้ยวพาราสี และขอถูกเนื้อต้องตัวหมายจะได้เป็นชายา แต่พระธิดาโสนน้อยไม่ยอม ท้าวจตุรพักตร์โกรธมากจึงสั่งทหารให้นำพระธิดาไปขังไว้บนหอคอยคนเดียว

กล่าวถึงพระวิจิตรจินดาซึ่งถูกกระแสพัดไปยังเกาะแห่งหนึ่ง ขณะที่ออกตามหาพระธิดาโสนน้อยได้เจอกับพระฤาษีองค์หนึ่ง จึงขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ พระฤาษีทราบเรื่องทั้งหมดด้วยญาณวิเศษ จึงบอกให้พระวิจิตรจินดารีบไปช่วยพระธิดาโสนน้อยซึ่งกำลังตกอยู่ในอันตรายที่เมืองจตุรพักตร์ แล้วพระฤาษีจึงได้บอกทางไปเมืองยักษ์นั้น พระวิจิตรจินดาเดินทางมาถึงเมืองยักษ์ได้เกิดการต่อสู้กับเหล่าทหารยักษ์ ซึ่งสู้พระวิจิตรจินดาไม่ได้ทหารยักษ์ล้มตายเป็นจำนวนมาก มีทหารยักษ์ตนหนึ่งหนีไปแจ้งข่าวยักษ์จตุรพักตร์ ท้าวจตุรพักตร์โกรธมากจึงออกมาสู้กับพระวิจิตรจินดา แต่พลาดท่าถูกพระวิจิตรจินดาแทงด้วยพระขรรค์ตายไป หลังจากนั้นพระวิจิตรจินดาได้เข้าไปช่วยพระธิดาโสนน้อยและเงาะทั้งสอง ก่อนที่จะเดินทางกลับออกไปจากเมืองยักษ์พระธิดาโสนน้อยได้ชุบชีวิตท้าวจตุรพักตร์ให้ฟื้นคืนมา

พระวิจิตรจินดาและพระธิดาโสนน้อย ก็ออกเดินทางไปยังนครโรมวิสัย ส่วนเงาะทั้งสองขอลากลับเข้าไปอยู่ในป่า ทั้งสองพระองค์พักอยู่ที่เมืองโรมวิสัยเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก็ทูลลากลับเมืองนพรัตน์ ขณะนั้นพระธิดาโสนน้อยได้ทรงครรภ์อ่อนๆ แล้ว ทั้งสองพระองค์ครองรักกันอย่างมีความสุข จนกระทั่งวันหนึ่งนางกุลาได้คิดแผนการอันชั่วร้ายให้พระวิจิตรจินดาเข้าใจพระธิดาโสนน้อยผิด จึงจับงูพิษมาใส่ในกล่องไม้จันทร์หอมแล้วนำมาให้พระธิดาโสนน้อยเอาไปถวายให้พระสวามีโดยบอกว่ากล่องนี้มีของวิเศษมาถวาย พระธิดาโสนน้อยหลงเชื่อนางกุลา เมื่อถึงเวลาบรรทมจึงมอบกล่องวิเศษให้แต่พอเปิดออกมาปรากฎว่าเป็นงูพิษ พระองค์คิดว่าพระนางต้องการจะฆ่าตน ด้วยความกริ้วอย่างมากจึงทรงเนรเทศนางให้ออกจากเมืองไปพร้อมกันกับนางกุลา ถึงแม้ว่าพระนางจะทรงอธิบายอย่างไรพระองค์ก็ไม่เชื่อ

พระธิดาโสนน้อยจำต้องออกจากพระนครพร้อมกับลูกน้อยในพระครรภ์และนางกุลาติดตามไปด้วย ทั้งสองเดินทางมาจนพบกับพระฤาษีปู่เจ้าจึงขอนั่งพักเหนื่อย ระหว่างนั้นนางกุลาเดินไปพบบ่อน้ำสองบ่อซึ่งเป็นน้ำสีดำและน้ำสีเหลืองอย่างละบ่อ นางสงสัยจึงเอานิ้วจุ่มลงไปในบ่อสีดำเมื่อยกมือขึ้นมาปรากฏว่าเป็นแผลและออกร้อน ต่อมานางเอามือจุ่มลงในบ่อน้ำสีเหลืองปรากฏว่ามือและนิ้วกลับมาปรกติเหมือนเดิม ขณะนั้นความคิดชั่วร้ายของนางก็เกิดขึ้น นางกุลาจึงเรียกพระธิดามาดูบ่อน้ำวิเศษ เมื่อนางกุลากระโดดลงไปในบ่อน้ำสีเหลืองแล้วกระโดดขึ้นมา ปรากฏว่ามีรูปร่างหน้าตางดงามมีทรวดทรงอรชรอ้อนแอ้นสวยงาม จากนั้นนางกุลาก็เดินไปใกล้ๆ พระธิดาโสนน้อยที่ยืนอยู่ปากบ่อสีดำ เมื่อพระธิดาเผลอนางกุลาก็ผลักพระธิดาตกลงไปในบ่อ พระธิดาทรงตกพระทัยมากจึงรีบโผล่ขึ้นมา ปรากฏว่าพระธิดากลายเป็นหญิงอัปลักษณ์ และมีแผลเต็มตัว เช้าวันต่อมาทั้งสองได้กราบลาพระฤาษีปู่เจ้าแล้วออกเดินทางถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตชายแดนเมืองโรมวิสัย ทั้งสองได้ขอพักอาศัยในบ้านสองตายายคู่หนึ่ง พระธิดาช่วยสองตายายทำงาน แต่นางกุลาไม่ยอมทำงานเอาแต่อวดรูปโฉมความงามของตนเอง วันหนึ่งนางกุลาได้เจอลูกชายของเศรษฐีรูปหล่อประจำหมู่บ้านชื่อว่า “วิไล” ทั้งสองถูกใจกัน วิไลจึงชวนนางกุลาไปอยู่ด้วยกัน นางกุลานึกถึงความรวย แก้วหวานเงินทอง และความสุขสบาย นางจึงไปอยู่ด้วยพร้อมนำเอาพระธิดาโสนน้อยไปเป็นทาสรับใช้ หลายเดือนผ่านไปพระครรภ์ของพระธิดาโสนน้อยก็ใหญ่ขึ้น นางกุลาคิดกำจัดครรภ์ของพระนาง เมื่อครบกำหนดคลอด พระธิดาโสนน้อยก็ให้กำเนิดบุตรชายแล้วพระธิดาก็สลบไปด้วยความอ่อนเพลีย หมอตำแยนำผ้ามาห่อพระกุมารแล้วส่งให้บ่าวรับใช้บ้านเศรษฐีนำไปใส่ตะกร้าแล้วนำไปโยนทิ้งที่แม่น้ำ

กล่าวถึงพระกุมาร ด้วยความเป็นผู้มีบุญญาธิการก็เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น ตะกร้าใส่พระกุมารไม่จมน้ำแต่ได้ลอยไปถึงเกาะแห่งหนึ่ง และได้รับการช่วยเหลือและเลี้ยงดูจากพระฤาษีเป็นอย่างดี พระฤาษีตั้งชื่อให้พระกุมารว่า “ไพรวัลย์”  พระฤาษีได้อบรมสั่งสอนและถ่ายทอดวิชาความรู้ตลอดจนศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวให้กับพระกุมาร

๕ ปีผ่านไป เจ้าชายวิจิตรจินดาทนความคิดถึงพระธิดาโสนน้อยเรือนงามไม่ไหว จึงทูลลาพระบิดาและพระมารดาเสด็จออกติดตามหาพระธิดาโสนน้อย เมื่อเดินทางมาถึงกลางป่าก็ได้พบกับไพรวัลย์ที่กำลังล่ากวางป่าอยู่ จึงถามว่าเป็นลูกใคร ไพรวัลย์จึงบอกว่าตนเองอาศัยอยู่กับพระฤาษี พระวิจิตรจินดาแปลกใจจึงหลุดคำพูดออกมาว่าฤาษีมีลูกได้อย่างไร คำพูดของวิจิตรจินดาสร้างความไม่พอใจให้กับไพรวัลย์ เพราะเข้าใจว่าพระวิจิตรจินดาพูดจาลบหลู่พระฤาษีของตน ไพรวัลย์จึงแผลงศรไปยังพระวิจิตรจินดา แต่ลูกศรเหล่านั้นกลายเป็นดอกไม้ร่วงหล่นลงมาตรงหน้าของพระองค์ ไพรวัลย์เห็นดังนั้นก็แปลกใจจึงเล็งศรไปอีกครั้งลูกศรนั้นก็กลับเหินขึ้นฟ้าไป พระฤาษีเห็นดังนั้นจึงออกมาห้ามและได้บอกกับไพรวัลย์ไปว่า ชายผู้นี้คือพ่อของไพรวัลย์ชื่อว่า “วิจิตรจินดา” พระวิจิตรจินดาทราบดังนั้นก็ทรงดีพระทัยมาก และได้กราบขอบพระคุณพระฤาษีที่ได้รักษาชีวิตและอบรมเลี้ยงดูพระกุมารที่เป็นพระโอรสของพระองค์เป็นอย่างดี พระองค์จึงขออนุญาตนำพระกุมารติดตามไปหาพระมารดาด้วยกัน พระองค์และพระโอรสพร้อมกับพวกทหารได้เดินทางเข้าใกล้เขตเมืองโรมวิสัย ได้ออกสืบเสาะและถามหาพระธิดาโสนน้อยแต่ก็ไม่พบ พบก็แต่โสนน้อยที่มีหน้าตาอัปลักษณ์ แต่พระวิจิตรจินดาก็สั่งให้นำนางมาเข้าเฝ้า นางจึงได้เล่าเรื่องตั้งแต่เคยช่วยพระองค์ จนถึงเรื่องเข้าใจผิดเรื่องงูพิษได้อย่างถูกต้อง พระวิจิตรจินดาจึงรู้แล้วว่านางโสนน้อยผู้อัปลักษณ์นางนี้คือพระธิดาโสนน้อยเรือนงานตัวจริง ทั้งสามโผเข้ากอดกันอย่างมีความสุขและตื้นตันใจยิ่งนัก

เมื่อเรื่องราวทุกอย่างผ่านไปเรียบร้อยแล้ว พระวิจิตรจินดาก็พาพระธิดาโสนน้อยเรือนงามไปหาพระฤาษีปู่เจ้าเพื่อให้ท่านช่วย พระฤาษีปู่เจ้าได้ให้พระธิดาโสนน้อยลงไปชุบตัวในบ่อน้ำสีเหลือง แล้วนางก็กลับมาสวยสดงดงามเหมือนเดิม แล้วพระวิจิตรจินดา พระธิดาโสนน้อย และพระกุมารไพรวัลย์ก็เสด็จกลับเมืองนพรัตน์และครองรักกันอย่างมีความสุข ครั้นท้าวกาลศึกพระราชบิดาเสด็จสวรรคต พระวิจิตรจินดาก็ทรงขึ้นครองราชย์สมบัติเป็นพระมหากษัตริย์โดยมีพระธิดาโสนน้อยเรือนงามเป็นพระราชินีคู่พระทัย และมีพระราชโอรสไพรวัลย์เป็นสมเด็จพระยุพราชว่าที่พระมหากษัตริย์องค์ถัดไป

(ค) สรุป

กฎแห่งกรรมและการเวียนว่ายตายเกิดยังคงดำเนินต่อไป พระวิจิตรจินดากับพระธิดาโสนน้อยเรือนงามก็เกิดมาพบกันและก็รักกันอีกเหมือนเดิม และนางกุลากับยักษ์ท้าวจตุรพักตร์ ก็ตามมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรของทั้งคู่เหมือนเดิมเช่นเดียวกัน แต่สุดท้ายธรรมก็ย่อมชนะอธรรมอีกเหมือนเดิม

 

ขอขอบคุณ : นิยายโสนน้อยเรือนงาม

https://my.dekd.com/IamTuapab/writer/view.php?id=1580381

 

 

สุ จิ ปุ ลิ

๓ มิถุนายน ๒๕๖๒




พระพุทธศาสนา

๕ วัตถุมงคล article
พระสยามเทวาธิราช article
อดีตชาติของ ๓ กษัตริย์ไทย article
สุดสาคร article
พระโพธิสัตว์ article
มงคลชีวิตข้อที่ ๑ : ไม่คบคนพาล article
นิยตโพธิสัตว์ article
บุพเพสันนิวาสของ แสน มุก มะลิ article
คันธนามโพธิสัตว์ article
กากาติชาดก article
ตำนาน : ไกรทอง article
พระพุทธบาทสี่รอย article
หลวงพ่อโต : เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : วัดพนัญเชิง article
คบคนชั่วไม่มีความสุข article
ขันติบารมี article
กฏแห่งกรรม และการเวียนว่ายตายเกิด article
มหาสีลวราชชาดก article
พรหมจักรชาดก article
พระพุทธองค์ทรงขับไล่ ๓ ธิดามาร
พระพุทธชัยมงคลคาถา
บุญคือพี่พึ่ง
วงศ์เทวัญ article
สาเหตุที่พระพุทธศาสนาหายไปจากอินเดีย
พระโพธิสัตว์ article
พุทธศาสนาสอนอะไร article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.