ReadyPlanet.com
dot dot
bulletคำบูชาหลวงปู่โลกอุดร
bulletวัตถุประสงค์ของการตั้งพระพุทธศาสนา
bulletที่ตั้งของบริษัท สุ จิ ปุ ลิ จำกัด
dot
Newsletter

dot
bulletการอุทิศบุญกุศล โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletอนาคตประเทศไทย โดย หลวงปู่ฤาษีลิงดำ
bulletการคิดแบบโยนิโสมนสิการ
bulletปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา
bullet๕ ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธประวัติ
bulletชื่อและอักษรย่อพระไตรปิฎก ฉบับของมจร.
bulletกรรมฐานเปิดโลก โดยหลวงปู่คง จตฺตมโล
bulletหลวงปู่สรวงเมตตารักษาโรคเอดส์
bulletกัลยาณมิตร
bulletอริยทรัพย์
bulletอุดมมงคล๓๘ ประการ
bulletบทเรียน : คนอกตัญญู
bulletมณีโจรชาดก
bulletพระนางพิมพา : นางแก้วคู่บุญบารมีพระพุทธเจ้า
bulletการไม่คบคนพาล : เป็นอุดมมงคลของชีวิต
bulletกรรมของ "พระรถเมรี"
bulletมัทนะพาธา : ตำนานดอกกุหลาบ
bulletพระสุธน-มโนราห์
bulletพญาครุฑ : ปกป้องชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
bulletตัวอย่าง : ตายจากคนเดิมไปเกิดเป็นคนใหม่
bulletหนี้กรรมข้ามชาติ : ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletตำนาน : สิงหไตรภพ
bulletกุสชาดก
bulletนิทาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : พิกุลทอง
bulletกรรมของ "นางอุสา-ท้าวบารส"
bulletตำนาน : พญาคันคาก รบกับ พระยาแถน
bulletพระคาถา : ชินบัญชร
bulletตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)
bulletตำนานรักอมตะ ; ผาแดง-นางไอ่
bulletตายแล้วเกิดใหม่
bullet"๑๘" : ศาสตร์จักรพรรดิ
bulletกุดสะราชชาดก : สังข์ศิลป์ชัย
bulletสุตตธนุชาดก
bulletวรวงสชาดก
bulletวนาวนชาดก
bulletพากุลชาดก
bulletกรรมของ "พระนล-พระนางทมยันตี"
bulletมหาสตรี : สาวิตรี
bulletกรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”
bulletตำนาน "พระนางจามเทวี"
bulletพระพี่นางสุพรรณกัลยา
bulletกรรมของ"จันทะโครพ"
bulletปาจิตตกุมารชาดก : ตำนานเมืองพิมาย
bulletพาราณสิราชชาดก
bulletจันทกินนรชาดก : ความรักของพระนางพิมพา
bulletสุวรรณหังสชาดก : โลภมากลาภหาย
bulletฉัททันตชาดก : กรรมของพญาช้างฉัททันต์
bullet๑๖ คำทำนายของพระพุทธเจ้า
bulletตำนานเพลงสาธุการ
bulletฉางเอ๋อ : ตำนานพระจันทร์คู่โลก
bulletสสปัณฑิตชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
bulletนิทานชาดก : กลโกงพ่อค้า
bulletนิทานชาดก : ตายเพราะไม่เรียน
bulletสมุทรโฆสชาดก : สมุทโฆษคำฉันท์
bulletสุวรรณสังข์ชาดก : สังข์ทอง
bulletพระยากง-พระยาพาน-ยายหอม : พระปฐมเจดีย์ และพระประโทนเจดีย์
bulletสมุททชาดก
bulletเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : ตำนานการสร้างหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง
bulletเจ้าแม่กวนอิม : เทพเจ้าแห่งความเมตตา
bulletเวรย่อมระงับด้วยการไม่ผูก(จอง)เวร
bulletชีวกโกมารภัจ : แพทย์ผู้ทำการรักษาพระพุทธเจ้า
bulletมหากาพย์ : พระอภัยมณี
bulletตำนาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : กาฬเกด
bulletนิทาน : ท้าวหงส์หิน
bulletตำนานรักอมตะ : นางฟ้าหยาด-ท้าวจันทราช
bulletอิเหนา
bulletตำนานอมตะ : นางไข่ฟ้า - ท้าวสุพรหมโมกขา
bulletท้าวคัชนาม
bulletพระโคบุตร
bulletพรหมจักรกุมารชาดก
bulletไกรทอง
bulletขูลู - นางอั๊ว
bulletขุนแผนแสนสะท้าน
bulletสุดยอดวีรกรรมของพระองค์ดำ ณ ทุ่งมหาราช
bullet"พญาครุฑ" กับ "พญานาค"
bulletวิญญาณบรรพบุรุษช่วยลูกชายให้ปลอดภัย
bulletตำนาน : สงกรานต์
bulletช้างต้นมงคลชัย ไปอยู่ที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี




ท้าวศรีโคตรบอง article

 ล้านช้าง : ตำนานท้าวศรีโคตรบอง

......................

(ก) ที่มา

ผู้เขียนมีความสงสัยมานานแล้วว่า พอพูดถึงประเทศลาวหรือเมืองลาวก็จะพากันพูดว่า “ล้านช้าง” และในประวัติศาสตร์ก็บอกว่ามี “อาณาจักรล้านช้าง” แต่ไม่เห็นว่ามีเมืองไหนที่ชื่อล้านช้างเลย แต่พอมาได้ศึกษาตำนานหรือนิทาน เรื่อง ท้าวศรีโคตรบอง หรือ ท้าวศรีพระตะบอง จึงได้เข้าใจ และที่ตะลึงและแปลกใจมากก็คือว่า เมืองล้านช้างหรืออาณาจักรล้านช้างซึ่งเคยยิ่งใหญ่เกรียงไกร และอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรต่างๆ ทำไม? ถึงไม่เจริญเท่ากับเมืองอื่นๆ ในแถบนี้ และยังต้องตกเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติอีกด้วย พอได้ทราบว่าเป็นเพราะบาปกรรมที่เคยทำร้ายท้าวศรีโคตรบองผู้มีพระคุณใหญ่ จนต้องโดนคำสาปอันศักดิ์สิทธิ์ของท้าวคนนั้น จึงเข้าใจและสะเทือนใจในเหตุผลและชะตากรรมนั้น ดังมีเรื่องราวดังต่อไปนี้

(ข) เนื้อเรื่อง

ในอดีตกาลนานมาแล้ว ณ นครเวียงจันทร์ อันเมืองหลวงของประเทศลาวในสมัยโบราณ มีกษัตริย์ผู้ปกครองชื่อ “ท้าวหาญ” มีพระมเหสีชื่อ “นางจันทร์” และมีพระธิดาแสนสวยชื่อ “นางเขียวค่อม” ในคราวหนึ่งได้เกิดวิกฤตการณ์ช้างนับล้านตัวได้เข้ามาบุกทำลายไร่นา สวนผักและสวนผลไม้ต่างๆ ตลอดจนบ้านเรือนของผู้คนเสียหายอย่างมากมาย จนกระทั่งบุกรุกเข้ามาถึงเขตพระราชวังเมืองเวียงจันทร์อีกด้วย พระราชาจึงได้ส่งทหารและกองทัพไปปราบ แต่ไม่มีใครสามารถปราบพญาช้างและโขลงช้างจำนวนมหาศาลนี้ได้ จึงได้ป่าวประกาศหาผู้มีฝีมือมาปราบ หากสามารถปราบช้างนับล้านตัวนี้ได้ จะยกราชสมบัติให้ครองครึ่งหนึ่งและจะยกพระธิดาให้เป็นมเหสีอีกด้วย

            กล่าวถึงท้าวศรีโคตรบอง ณ เมืองศรีโคตรบูรณ์ (ซึ่งอยู่ฝั่งประเทศไทยในเขตจังหวัดนครพนมในปัจจุบัน) เขาเป็นเด็กที่แปลกประหลาดมาก เป็นเด็กทารกแต่กินข้าวเยอะมากถึง ๗ หม้อถึงจะอิ่ม พ่อและแม่ทนเลี้ยงไม่ไหว จึงนำไปฝากให้ไปอยู่กับพระอาจารย์ที่วัดใกล้บ้าน และจะให้บวชเป็นสามเณรในเวลาต่อมา โดยหวังว่าจะได้กินข้าวที่ชาวบ้านนำมาทำบุญทำทาน ซึ่งพระอาจารย์ท่านก็ได้รับไว้ด้วยเอ็นดูในความซื่อและไร้เดียงสาของเด็กคนนี้ และยังได้พร่ำสอนวิชาอาคมและคาถาต่างๆ  ให้อย่างดีอีกด้วย

            อยู่มาวันหนึ่ง ชาวบ้านเกิดเหตุอันใดไม่ทราบจึงไม่ได้พากันมาทำบุญที่วัด พระอาจารย์จึงให้สามเณรศรีโคตรไปหาข้าวสารมาหุงฉันกันเอง  สามเณรศรีโคตรได้ไปหาหักไม้อะไรมาก็ไม่ทราบเป็นไม้แปลกๆ มาทำเป็นที่กวนข้าว (น่าจะเป็นไม้นางพญางิ้วดำ) พอกวนข้าวแล้วปิดฝาหม้อไว้ พอข้าวสุกก็เลยยกไปถวายพระอาจารย์ พอพระอาจารย์เปิดหม้อข้าวขึ้นมา ได้เกิดเหตุประหลาดและอัศจรรย์ เพราะข้าวนั้นกลายเป็นสีดำทั้งหมด พระอาจารย์เห็นว่าข้าวนั้นดำยังกับถ่าน เลยไม่ค่อยพอใจศรีโคตร จึงได้บอกให้สามเณรศรีโคตรฉันคนเดียวให้หมดทั้งหม้อ ศรีโคตรคนซื่อก็เลยกินข้าวในหม้อนั้นจนหมด แต่พอกินเข้าไปก็เกิดเรื่องแปลกๆ กับตนเอง คือ ตนเองเหมือนเกิดมีกำลังวังชามากมายราวกับช้างสาร สามารถหักไม้ต้นใหญ่ได้เป็น ๒ ท่อน ถึงขนาดเอาไม้ใหญ่มาทำเป็นตะบองไว้เป็นอาวุธคู่กาย ดาบหรือศาสตราวุธใดๆ เมื่อเจอไม้ซุงแฝกนี้ก็คงไม่อาจที่จะต้านทานได้ ซ้ำร่างกายของศรีโคตรยังแข็งแรง อยู่ยงคงกระพัน ไม่ว่าจะศาสตราวุธใดๆ เช่น ดาบ ปืน หอก ค้อน เป็นต้น ก็ไม่อาจทำอะไรร่างกายของตนได้

            เมื่อพระอาจารย์เห็นเรื่องราวแปลกๆ เกิดขึ้นกับสามเณรแบบนั้น เลยลองทำนายทายทักดู และรู้ว่าเป็นบุญญาวาสนาของศรีโคตรที่ได้กินข้าวในหม้อนั้นเพียงคนเดียว และศรีโคตรจะเจริญในภายภาคหน้าถึงกับเป็นใหญ่เป็นโตเมื่อเดินทางขึ้นไปทางทิศเหนือ แต่จะมีภัยในตัวเองในภาคหน้าเพราะผู้หญิง พระอาจารย์จึงกล่าวบอกว่า “ให้เณรลาสึกขึ้นเหนือเถิด เณรนั้นก็มีวิชาต่อไปภายภาคหน้าจะได้เป็นใหญ่เป็นโต ไม่มีเดรัจฉานหรือพญาใดทำอะไรเจ้าได้ แต่มีจุดอ่อนเพียงตรงเดียวคือรูทวารที่เอาไว้ขับถ่ายร่างกาย อย่าบอกใครให้รู้ ห้ามบอกใครทั้งสิ้น” ศรีโคตรรับคำแล้วจึงทำตามที่พระอาจารย์ของตนบอก

            ศรีโคตรได้เดินทางขึ้นเหนือ จนวันหนึ่งได้เดินทางมาถึงเมืองเวียงจันทร์ ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นเกิดเหตุโกลาหลในนครเวียงจันทร์ เพราะพญาช้างพาโขลงช้างบริวารนับล้านตัวเข้ามาแถบเวียงจันทร์กองทัพเวียงจันทร์ก็ปราบแต่ก็ไล่ไปไม่ได้ จนเจ้าเมืองได้ประกาศหาคนดีมีฝีมือมาปราบและได้ตั้งรางวัลว่า ถ้าใครปราบช้างได้จะให้ครองนครครึ่งหนึ่งและสร้างเฮือนหิน (ปราสาท) ให้อยู่และจะยกลูกสาวคือนางเขียวค่อมเทวีให้ครองร่วมเฮือนหิน

ขณะนั้นศรีโคตรได้ข่าวว่าเกิดพญาช้างพาบริวารมาสร้างความวุ่นวาย และอาละวาดในเมืองเวียงจันทร์ และเจ้าเมืองเวียงจันทร์มีประกาศเช่นนั้น เลยขออาสาไปปราบ ด้วยว่าศรีโคตรนั้นเป็นคนมีกำลังวังชาเลยอาสามาปราบให้  ด้วยความที่ว่าท้าวศรีโคตรตะบองนั้น มีวิชาปราบกำราบช้างชาวกุย และวิชาอาคมต่างๆ จึงได้สู้กันกับฝูงช้างนับล้านตัว ถึง ๗ วัน ๗ คืน พอชนะสามารถปราบพญาช้างได้ ช้างทั้งโขลงพอเห็นว่าพญาช้างโขลงของตนแพ้พ่ายจึงเกิดความกลัว แตกกระเจิงหนีไปทั่วสารทิศ ชาวบ้านแถบนั้นดีใจกันมาก เจ้าเมืองเวียงจันทร์เองก็ดีพระทัยมากเพราะโขลงช้างนับล้านนั้นได้หนีกระเจิงไปหมดแล้ว และคิดว่าคงเป็นเพราะมหาบุรุษ ปานเทวดามาช่วยตนในคราวนี้ แต่พอมาเจอศรีโคตรเข้ามาพบโดยตรงกลับรู้สึกผิดหวัง เพราะศรีโคตรมีตัวล่ำสัน ผิวคล้ำ หน้าไม่งาม (ตามชาติพันธุ์พื้นเมืองแถบนั้น) จมูกแบน ดั้งหัก กรามใหญ่ นางเขียวค่อมก็แอบเศร้าใจ เพราะจะได้สามีอัปลักษณ์ ส่วนเจ้าชายเชื้อราชพระวงศ์พระองค์หนึ่ง ที่แอบหมายปองนางเขียวค่อมเทวีอยู่ ก็ไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นคนที่ตนแอบหมายปองจะมามีคู่กับไพร่อัปลักษณ์ แต่เจ้านครเวียงจันทร์ได้ให้สัจจะไปแล้วเลยจะต้องทำตามสัจจะที่ให้ไว้ และยังเรียกผู้วิเศษคนนี้ว่า ท้าวศรีโคตรพระตะบองเพชร เพราะมาจากแดนศรีโคตรบูรณ์และมีตะบองยักษ์เป็นอาวุธของตน

            ต่อมาศรีโคตรที่เป็นคนดี และเป็นคนซื่อ ได้ครองรักกับเจ้าหญิงเขียวค่อมเทวีในปราสาทของตน ศรีโคตรเป็นสามีที่ดี นางเขียวค่อมเองก็รัก (แบบเห็นอกเห็นใจ) แต่ก็รักที่สามีของตนมีความดีและและความซื่อ จนวันหนึ่งเจ้าชายเชื้อพระวงศ์ไม่พอใจศรีโคตร แอบยุยงให้เจ้านครเวียงจันทร์หาทางกำจัดศรีโคตร โดยกล่อมว่า “เสือ ๒ เสือ เมือง ๒ เจ้าผิดโบราณ น่าอับอายปวงราษฎร์ ต่อไปชาวเมืองจะพากันนิยมบารมีศรีโคตร จนแย่งราชสมบัติพระองค์” ทั้งๆ ที่ศรีโคตรไม่เคยคิดการใหญ่พอใจในสิ่งที่เกินมี พระเจ้าเวียงจันทร์ก็เลยระแวง และหลงเชื่อ เลยหาวิธีกำจัด อ้างไปอุทยานล่าสัตว์เล่นกันบ้าง แล้วแต่งทหารฝีมือดีออกทำทีเป็นโจรป่ามาดักทำร้ายศรีโคตรบ้าง แต่ก็ฟันแทงศรีโคตรไม่เข้า และพยายามทำทุกวิธีทางแต่ก็ฆ่าศรีโคตรไม่ตาย ลอบวางยาพิษก็ไม่ได้ เพราะศรีโคตรมักชอบกินอาหารที่เมียทำ โดยนั่งช่วยเมียทำด้วยก็เลยหมดหนทาง ขณะนั้นเองก็นึกถึงนางเขียวค่อมขึ้นมา ก็เลยไปใช้เล่ห์อุบายหลอกถามนางเขียวค่อมว่า “สามีของเธอนั้นเก่งกาจนักบารมีเหลือล้นมีคนทำอันตรายอันใดไม่ได้เลยหรือ สามีเธอแพ้แสลงสิ่งใดเล่า” เมื่อนางเขียวค่อมได้ฟังเองก็รู้สึกสงสัย ตามประสาเด็กสาวคนซื่อ จึงไปอ้อนไปถามเพราะความอยากรู้ว่า ด้วยเหตุอิหยังน้อ เจ้าอ้ายจั่งเป็นคนเก่ง ไผฆ่ากะบ่ตาย น้องอยากฮู้ว่า เจ้าอ้ายมีดีอิหยังน้อ ด้วยความที่พระยาศรีโคตรนั้นรักและไว้ใจภรรยา จึงใจอ่อนบอกนางเขียวค่อมไปว่า ในวัฏสงสารเรานี้ ไม่ว่าพญาเจ้า ยักษ์ ผี หรือ มนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉานที่ไหนในโลกก็ฆ่าตนไม่ได้ ไม่มีผู้ใดทำอะไรเราได้ เว้นแต่สมัยบวช พระอาจารย์บอกว่าจะต้องกระทำที่รูทวารนางเขียวค่อมเมื่อรู้แล้วก็ดีใจ

ต่อมาเมื่อไปเยี่ยมพ่อ พ่อก็ได้ถามนาง นางก็อวดพ่อตามประสาความซื่อไร้เดียงสาว่า จุดอ่อนอยู่ที่รูทวาร เมื่อเจ้านครเวียงจันทร์และพวกของตนทราบก็หาวิธีดำเนินการสร้างธนูยนต์เพื่อจะยิงรูทวารท้าวศรีโคตร แล้วเชิญให้ท้าวศรีโคตรมากินเลี้ยง โดยให้ลูกสาวทำลาบหอยใส่สะหลอด (ของแสลงที่ทำให้ท้องเสียต่างๆ) กินกันไปพูดคุยกันไป ต่างคนต่างกินโดยไม่ระแวงกัน จนศรีโคตรรู้สึกปวดท้อง ที่บริเวณท้องพระโรงได้ทำห้องบังคลหนัก (ส้วมถ่าย) โดยได้วางยนต์หอกในส้วมถ่ายนั้น พอเสวยเสร็จและท้าวศรีโคตรเข้าห้องบังคลหนัก ได้วางเท้าลงบนไม้พะสด ๒ แคมพอเท้าเหยียบนั่งลงยองๆ ยนต์ธนูหอกก็ทำงาน คือหอกก็แล่นขึ้นทางฮูเก่า (รูทวาร) แล้วจึงลั่นไกให้หอกพุ่งสวนเข้ารูทวารของท้าวศรีโคตร เมื่อท้าวศรีโคตรโดนสวนเข้ารูทวารก็ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน เกิดความผิดหวังและเสียใจโศกเศร้ามาก เพราะนึกถึงนางเขียวค่อมที่รู้ความลับตน ก่อนที่ท้าวศรีโคตรจะตายนั้นด้วยความแค้นที่โดนทรยศหักหลัง จึงได้ตั้งสัจจะอฐิษฐานสาปแช่งเมืองเวียงจันทร์ไว้ว่า

“สาธุเด้อ! ให้มันเป็นจั่งซีไปตลอดอวสาน พญาใด๋มาคองอย่าให้มันเจริญได้ ให้มันเลวละมันฆ่ากันตายเท่าซั่ว ให้มันฮ่างอยู่เรื่อยเจริญขึ้นสั่วคาว”

            พอนางเขียวค่อมผู้เป็นเมียได้ยินเสียงอึกกะทึกเลยรีบเข้าไปดู พอเห็นภาพสามีโดนหอกปักก้นและสาปแช่งอย่างนั้น ก็เลยรู้สึกผิดและเสียใจโศกเศร้าอย่างมาก เพราะสามีของตนต้องมาตายเพราะความโง่เขลาของตน แถมก่อนตายสามีก็ได้สาปแช่งไว้ว่า อันเมืองของพวกตนนี้มีแต่คนที่หาสัจจะมิได้ ข้างฝ่ายเจ้าเขียวค่อมเทวีมเหสีซึ่งเป็นคนซื่อ ได้สารภาพกับศรีโคตรว่านางมิได้รู้ความที่พระบิดาต้องการเอาชีวิตเพียงแต่บอกไปด้วยความซื่อเท่านั้น ศรีโคตรได้ฟังแล้วและรู้ว่านางมิได้หลอกลวงตนจึงบอกว่า

 

“เอาเถิดก่อนเราตายเห็นแก่ความเป็นผัวเมียกัน เห็นแก่ความซื่อสัตย์ของเจ้าต่อแต่นี้ขอให้พวกเจ้าได้พบความสุขแค่เพียงช้างพับหู งูแลบลิ้น จนกว่าจะได้หินฟูน้ำ งูใหญ่พาด ช้างเผือก และราชาที่เป็นธรรมิกราช จึงจะให้พ้นคำสาปนี้”

แล้วศรีโคตรก็เหาะกลับไปตายที่เมืองศรีโคตรบูรณ์อันเป็นเมืองเกิดของตน แต่ไปถึงที่แม่น้ำโขงก็ตกลงเพราะไปต่อไม่ไหวและตาย ณ ที่ตรงนั้น ก่อนตายจึงอธิษฐานให้สายน้ำพัดพาร่างของตนให้ไปเกยตื้นที่ดินแดนศรีโคตรบูรณ์และให้ค้างเกยตื้นตายเป็นศพอยู่ที่นั้น นับแต่นั้นมาเมืองล้านช้างก็มิได้มีความสงบสุขอีกเลย

(ค) สรุป

๑.      จึงได้ทราบที่มาของคำว่า “ล้านช้าง” มาจากการที่ในสมัยโบราณประเทศลาว นครเวียงจันทร์ ได้มีช้างมากมายเป็นล้านตัวมาอาละวาดบุกทำลายนั่นเอง

๒.    และทราบแล้วว่าเหตุผลที่เมืองลาว อาณาจักรล้านช้างที่ไม่เจริญรุ่งเรืองเหมือนเมืองอื่นๆ ในแถบนี้ และต้องตกเป็นเมืองขึ้นของชาติอื่น ก็เพราะโดนคำสาปของท้าวศรีโคตรบองผู้มีพระคุณใหญ่นั่นเอง

๓.    เมืองไทยและเมืองลาวอยู่กันคนละฝากฝั่งของแม่น้ำโขง แต่มีความเกี่ยวพันรักใคร่เป็นญาติเป็นพี่เป็นน้องกันมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ดังเช่นท้าวศรีโคตรบองผู้เป็นสามีอยู่ฝั่งไทยส่วนนางเขียวค่อมเทวีผู้เป็นภรรยาอยู่ฝั่งลาว

๔.    ปัจจุบันเมืองลาวประเทศลาวได้มีความเจริญและพัฒนาขึ้นมากแล้ว อันเนื่องมาจากได้พ้นคำสาปแล้วนั่นเอง

 

ขอขอบคุณ : ตำนานท้าวศรีโคตรตะบองหรือท้าวพระตะบองเพชรสาปเมืองเวียงจันทร์ล้านช้าง  https://esanmakmoun.online/sreekottabong/

 

 

สุ จิ ปุ ลิ

๖ มิถุนายน ๒๕๖๒




การบริหารที่เหนือการบริหาร

ขุนแผนแสนสะท้าน article
ปาฏิหาริย์พระขุนแผน article
วงศ์เทวัญ article
มณีจันทร์ article
พระพุทธมหาชนกมุนีศรีสรรเพชญ์ article
นิมิตฝัน article
นิทานปรัมปรา article
สรรพสิทธิ์ชาดก article
สุพรหมโมกขะหมาเก้าหาง article
ตำนาน : ไข่ฟ้า-สุพรหมโมกขา article
สังข์ทอง
"บุญ"หรือ "ปาฏิหาริย์" article
กฎแห่งกรรม
การบริหารธุรกิจวิถีพุทธ article
การบริหารวิถีพุทธ(MSB) article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.