ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
bulletคำบูชาหลวงปู่โลกอุดร
bulletวัตถุประสงค์ของการตั้งพระพุทธศาสนา
bulletที่ตั้งของบริษัท สุ จิ ปุ ลิ จำกัด
dot
Newsletter

dot
bulletการอุทิศบุญกุศล โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletอนาคตประเทศไทย โดย หลวงปู่ฤาษีลิงดำ
bulletการคิดแบบโยนิโสมนสิการ
bulletปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา
bullet๕ ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธประวัติ
bulletชื่อและอักษรย่อพระไตรปิฎก ฉบับของมจร.
bulletกรรมฐานเปิดโลก โดยหลวงปู่คง จตฺตมโล
bulletหลวงปู่สรวงเมตตารักษาโรคเอดส์
bulletกัลยาณมิตร
bulletอริยทรัพย์
bulletอุดมมงคล๓๘ ประการ
bulletบทเรียน : คนอกตัญญู
bulletมณีโจรชาดก
bulletพระนางพิมพา : นางแก้วคู่บุญบารมีพระพุทธเจ้า
bulletการไม่คบคนพาล : เป็นอุดมมงคลของชีวิต
bulletกรรมของ "พระรถเมรี"
bulletมัทนะพาธา : ตำนานดอกกุหลาบ
bulletพระสุธน-มโนราห์
bulletพญาครุฑ : ปกป้องชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
bulletตัวอย่าง : ตายจากคนเดิมไปเกิดเป็นคนใหม่
bulletหนี้กรรมข้ามชาติ : ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletตำนาน : สิงหไตรภพ
bulletกุสชาดก
bulletนิทาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : พิกุลทอง
bulletกรรมของ "นางอุสา-ท้าวบารส"
bulletตำนาน : พญาคันคาก รบกับ พระยาแถน
bulletพระคาถา : ชินบัญชร
bulletตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)
bulletตำนานรักอมตะ ; ผาแดง-นางไอ่
bulletตายแล้วเกิดใหม่
bullet"๑๘" : ศาสตร์จักรพรรดิ
bulletกุดสะราชชาดก : สังข์ศิลป์ชัย
bulletสุตตธนุชาดก
bulletวรวงสชาดก
bulletวนาวนชาดก
bulletพากุลชาดก
bulletกรรมของ "พระนล-พระนางทมยันตี"
bulletมหาสตรี : สาวิตรี
bulletกรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”
bulletตำนาน "พระนางจามเทวี"
bulletพระพี่นางสุพรรณกัลยา
bulletกรรมของ"จันทะโครพ"
bulletปาจิตตกุมารชาดก : ตำนานเมืองพิมาย
bulletพาราณสิราชชาดก
bulletจันทกินนรชาดก : ความรักของพระนางพิมพา
bulletสุวรรณหังสชาดก : โลภมากลาภหาย
bulletฉัททันตชาดก : กรรมของพญาช้างฉัททันต์
bullet๑๖ คำทำนายของพระพุทธเจ้า
bulletตำนานเพลงสาธุการ
bulletฉางเอ๋อ : ตำนานพระจันทร์คู่โลก
bulletสสปัณฑิตชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
bulletนิทานชาดก : กลโกงพ่อค้า
bulletนิทานชาดก : ตายเพราะไม่เรียน
bulletสมุทรโฆสชาดก : สมุทโฆษคำฉันท์
bulletสุวรรณสังข์ชาดก : สังข์ทอง
bulletพระยากง-พระยาพาน-ยายหอม : พระปฐมเจดีย์ และพระประโทนเจดีย์
bulletสมุททชาดก
bulletเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : ตำนานการสร้างหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง
bulletเจ้าแม่กวนอิม : เทพเจ้าแห่งความเมตตา
bulletเวรย่อมระงับด้วยการไม่ผูก(จอง)เวร
bulletชีวกโกมารภัจ : แพทย์ผู้ทำการรักษาพระพุทธเจ้า
bulletมหากาพย์ : พระอภัยมณี
bulletตำนาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : กาฬเกด
bulletนิทาน : ท้าวหงส์หิน
bulletตำนานรักอมตะ : นางฟ้าหยาด-ท้าวจันทราช
bulletอิเหนา
bulletตำนานอมตะ : นางไข่ฟ้า - ท้าวสุพรหมโมกขา
bulletท้าวคัชนาม
bulletพระโคบุตร
bulletพรหมจักรกุมารชาดก
bulletไกรทอง
bulletขูลู - นางอั๊ว
bulletขุนแผนแสนสะท้าน
bulletสุดยอดวีรกรรมของพระองค์ดำ ณ ทุ่งมหาราช
bullet"พญาครุฑ" กับ "พญานาค"
bulletวิญญาณบรรพบุรุษช่วยลูกชายให้ปลอดภัย
bulletตำนาน : สงกรานต์
bulletช้างต้นมงคลชัย ไปอยู่ที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี




วิปัสสนากรรมฐาน

 

 

วิปัสสนากรรมฐาน

           หรือ

 สติปัฏฐาน๔

  

ก่อนอื่น : ทำความเข้าใจกันก่อน ว่า :

 

ธุระ(การงาน)ในพระพุทธศสานา มี๒ อย่าง คือ

๑.    คันถธุระ คือ ธุระฝ่ายคัมภีร์,ธุระคือการเรียนพระคัมภีร์,การศึกษาปริยัติธรรม ซึ่งได้แก่การศึกษาเล่าเรียนให้รู้เรื่องพระศาสนาและหลักศีลธรรมนั้นเอง

 

๒.   วิปัสสนาธุระ คือ ธุระฝ่ายวิปัสสนา,ธุระด้านการเจริญวิปัสสนา,กิจพระศาสนาในด้านการบำเพ็ญกรรมฐาน ได้แก่ ธุระหรืองานอย่างสูงในพระศาสนา ซึ่งงานที่จะช่วยให้ผู้นั้นถือพระพุทธศาสนา ได้รู้จักดับทุกข์หรือเปลื้องทุกข์ออกจากตน มากน้อยตามควรแก่การปฏิบัติทางนี้ทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้คนพ้นทุกข์ ตั้งแต่ทุกข์เล็กจนถึงทุกข์ใหญ่ เช่น การเกิด แก่ เจ็บ ตาย และเป็นทางปฏิบัติที่มีอยู่ในศาสนาของพระพุทธเจ้าเท่านั้น

๑.ความหมายและประเภทของกรรมฐาน

          กรรมฐาน หรือ กัมมัฏฐาน คือ ที่ตั้งแห่งการงาน,อารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งการงานของใจ,อุบายทางใจ,วิธีฝึกอบรมจิต

                                   พระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตโต)

 

         กมฺเมว วิเสสาธิคมสฺส ฐานนฺติ กมมฺฐานํ(การปฏิบัติบำเพ็ญอันเป็นฐานแห่งการบรรลุคุณอันวิเศษคือ ฌานและมรรคผลในพระพุทธศาสนา เรียกชื่อว่า กรรมฐาน

                                   พระพรหมโมลี    กรรมฐาน มี ๒ ประเภท คือ

๑.สมถกรรมฐาน คือ งานฝึกจิตให้สงบ,กรรมฐานคือสมถะ โดยสมถคือ ธรรมอันเป็นเครื่องสงบระงับจิต,ธรรมยังจิตให้สงบระงับจากนิวรณูปกิเลส,การฝึกจิตให้เป็นสมาธิ กรรมฐานชนิดนี้เป็นอุบายให้ใจสงบคือ ใจที่อบรมในทางสมถแล้วจะเกิดนี่งและเกาะอยู่กับอารมณ์หนึ่งเพียงอย่างเดียว

                            พระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตโต)

     โดยอารมณ์ของสมถกรรมฐาน แบ่งได้ ๔๐ กอง คือ

            ๑.)กสิณ๑๐ ๒.)อสุภ๑๐ ๓.)อนุสติ๑๐ ๔.)พรหมวิหาร๔

      ๕.)อาหาเรปฏิกูลสัญญา๑ ๖.)จตุธาตุวัฏฐาน๑ ๗.)อรูปธรรม๔                                                         

                           

๒.วิปัสสนากรรมฐาน คือ ความเห็นแจ้ง คือเห็นตรงต่อความจริงตามสภาวธรรม,ปัญญาที่เห็นไตรลักษณ์อันให้ถอนความหลงผิดในสังขารเสียได้,การฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความเห็นแจ้งรู้ชัดภาวะของสี่งทั้งหลายตามที่มันเป็น วิปัสสนากรรมฐานเป็นอุบายให้เรืองปัญญาคือเกิดปัญญาเห็นแจ้งหมายความว่าเห็นปัจจุบันเห็นรูปนาม เห็นพระไตรลักษณ์เห็นมรรค ผล และนิพพาน

                            พระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตโต)

 

ความแตกต่างระหว่างสมถและวิปัสสนากรรมฐาน คือ

@สมถกรรมฐานอาศัยบัญญัติเป็นอารมณ์

@วิปัสสนากรรมฐานอาศัยรูปนาม(ขันธ์๕)เป็นอารมณ์

 

วิปัสสนา คือ ความเห็นแจ้ง คือเห็นตรงต่อความความเป็นจริงของสภาวธรรม,ปัญญาที่เห็นไตรลักษณ์อันให้ถอนความหลงผิดรู้ผิดในสังขารเสียได้,การฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความเห็นแจ้งรู้ชัดสภาวะของสี่งทั้งหลายตามที่มันเป็น

                                   พระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตโต)

           วิปัสสนา คือ การอัญเชิญ สติ ที่ถูกทอดทิ้งขึ้นมานั่งบัลลังก์ของชีวิต เมื่อสติ ขึ้นมานั่งสู่บัลลังก์แล้ว จิตก็จะคลานเข้ามาหมอบถวายบังคมอยู่เบื้องหน้าสติ สติจะควบคุมจิตมิให้แส่ออกไปคบหาอารมณ์ต่างๆภายนอก ในที่สุดจิตก็จะค่อยคุ้นเคยกับการสงบอยู่อารมณ์เดียว เมื่อจิตสงบตั้งมั่นดีแล้ว การรู้ตามความเป็นจริงก็เป็นผลติดตามมา เมื่อนั้นแหละเราก็จะทราบได้ว่าความทุกข์มันมาจากใหน เราจะสกัดกั้นมันได้อย่างไร นั่นแหละผลงานของสติหล่ะ

                                   พระธรรมสิงหบูราจารย์(จรัญ ฐิตธัมโม)                                                           

 

วิปัสสนา = สติปัฏฐาน๔

                                                       

พระธรรมสิงหบูราจารย์(หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม) ได้เทศน์สอนภิกษุ/นักปฏิบัติ ว่า                                                          

        วิปัสสนากรรมฐาน เป็นเรื่องของการศึกษาชีวิต เพื่อปลดเปลื้องความทุกข์นานาประการ ออกเสียจากชีวิต เป็นเรื่องของการค้นพบคามจริงว่า ชีวิตมันคืออะไรกันแน่ ปกติเราปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปตามความเคยชินของมัน ปีแล้วปีเล่า มันมีแต่ความมืดบอด                   

   วิปัสสนากรรมฐาน เป็นเรื่องการตีตีปัญหาซับซ้อนของชีวิต เป็นเรื่องของการค้นหาความจริงของชีวิต ตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงกระทำมา

     วิปัสสนากรรมฐาน เป็นการเริ่มต้นในการปลดเปลื้องตัวเราให้พ้นจากความเป็นทาสของความเคยชิน

 

สรุปกรรมฐาน/วิปัสสนา/สติปัฏฐาน๔

ในทางพระพุทธศาสนาแล้วการเจริญวิปัสสนากรรมฐานก็คือการเจริญสติด้วยอุบายวิธี “สติปัฏฐาน๔” นั้นเอง

 

กรรมฐาน = วิปัสสนา = สติปัฏฐาน๔

                     พุทธพจน์

เกี่ยวกับ “สติปัฏฐาน๔”  ความว่า

“เอกายโน มคฺโค วิสุทธิยา โสกปริเทวานํ  สมติกฺกมาย ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกริยาย ยทิทํ จตฺตาโร สติปฐฐานา”

                              แปลว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หนทางอันนี้อันเป็นไปอันเอก เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงความโศกปริเทวะ เพื่อความดับสูญแห่งทุกข์และโทมนัสเพื่อบรรลุธรรมที่ถูกต้อง เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน หนทางนี้คือ สติปัฐาน๔”

                ที.ม.(ไทย),๑๐/๔๐๕/๓๔๐.และที.มู.(ไทย),๑๒/๑๓๘/๑๓๑

 

“เอกายโน มฺคโค”ทางสายเอกหรือสายเดียว?

เพราะว่า

๑.         พระพุทธเจ้าองค์เดียวที่ค้นพบ

๒.                      มีในพระพุทธศาสนานี้แห่งเดียวเท่านั้น

๓.                       เป็นการไปคนเดียว คือ ต้องไปด้วยตนเองจะให้ใครไปแทนไม่ได้

๔.            เป็นทางสายเอก ไม่ใช่ทางสองแพร่ง

๕.            เป็นการไปสู่จุดหมายปลายทางแห่งเดียวคือ พระนิพพาน

        หลวงพ่อจรัญ เพิ่มเติมว่า

ทางสายเอก

“..สติปัฏฐาน๔ เป็นการสอนคนให้มีสติปัญญาเพื่อจะได้รู้เท่าทันชีวิตและความเป็นไปในโลกเพื่อจะได้เดินทางไปในเส้นทางชีวิตได้อย่างราบรื่นและไปสู่จุดหมายปลายทางเมื่อสิ้นจากโลกนี้ไปแล้ว นั่นก็คือสุคติภูมิเป็นที่ตั้ง สติปัฏฐาน๔ จึงถือเป็นทางสายเอก อาตมาจะขอเปรียบเทียบไว้อย่างนี้ ทางสายจัตวาคือทางพอเดินได้แต่มีหลุมมีบ่อ ทางสายตรีพอไปพอมาได้ ทางสายโทก็พอมาได้ แต่ทางเอกนั้นราบรื่น สะดวกตั้งแต่ต้นทาง ไม่มีอะไรที่จะมาเป็นอุปสรรค พระพุทธเจ้าจึงเรียกทางสายเอกนี้ว่า สติปัฏฐาน๔..”

                                                     หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

วิเคราะห์ศัพท์ “สติปัฏฐาน”

                สติ+ปฏฐาน หรือ สติ + + (ฏ) + ฐาน

@ “สติ” มีรากศัพท์มาจากคำว่า“สํสรติ” ซึ่งแปลว่าการจำ แต่เมื่อกล่าวโดยนัยของสติเจตสิก สติจะหมายถึง การระลึกได้ในอารมณ์การจดจ่ออยู่ปัจจุบันขณะ การระลึกรู้ความตื่นตัวทั่วพร้อมและความไม่ใส่ใจไม่ประมาทมากกว่าการจดจำเรื่องในอดีต

@ “ปัฏฐาน” หรือ “ปฏฐาน” ซึ่งแปลว่า การสร้างขึ้น การนำมาใช้ การทำให้ปรากฏขึ้นและตั้งอยู่อย่างแนบแน่นและมั่นคง

                                             ดังนั้น

“สติปัฏฐาน” จึงหมายถึง “การทำให้สติเกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างแน่นแฟ้นมั่นคงและแนบสนิทกับอารมณ์ที่กำลังกำหนดรู้อยู่” การกำหนดเช่นนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สุปปติติฏฐิตอัติ” หรือ“สติตั้งมั่นด้วยดี”

ขยายความ : สติปัฏฐาน๔?

๑. กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน : การตั้งสติกำหนดพิจารณากาย,การมีสติรู้เท่าทันกายและเรื่องทางกาย

๒. เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน : การตั้งสติกำหนดพิจารณาเวทนา,การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันเวทนา

๓. จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน : การตั้งสติกำหนดพิจารณาจิต,การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันจิตหรือสภาพและอาการของจิต

๔. ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน : การตั้งสติกำหนดพิจารณาธรรม,การมีสติกำกับดูรู้เท่าทันธรรม

เรียกสั้นๆว่า “กาย เวทนา จิต ธรรม”

                                    พระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตโต)

                เป้าหมายสูงสุด

        ของพระพุทธศาสนา คือ

        “พระนิพพาน”

 

 

 

 

 

 

 

 


        ปัญญาที่เกิดจากการวิปัสสนากรรมฐาน คือ “ภาวนามยปัญญา”เท่านั้น ที่ฆ่ากิเลสให้สะอาดหมดจดและบริสุทธิ์จนสามารถบรรลุ “พระนิพพาน”ได้

 

                สรุปจากผู้ปฏิบัติ(นายพนพ เกษามา) : สติปัฏฐาน๔ คือ

 

“ มีสติกำหนดรู้เท่าทันจิต(วิญญาณ)

อย่างเป็นปัจจุบันในทุกอิริยาบถและทุกขณะเวลา ”

 

*********************************************************************

 

หมายเหตุ : กระผมก็แค่ผู้ศึกษาและเป็นเพียงผู้ฝึกปฏิบัติเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นมี “ภาวนามยปัญญา” นะครับ!







Copyright © 2010 All Rights Reserved.