ReadyPlanet.com
dot dot
bulletคำบูชาหลวงปู่โลกอุดร
bulletวัตถุประสงค์ของการตั้งพระพุทธศาสนา
bulletที่ตั้งของบริษัท สุ จิ ปุ ลิ จำกัด
dot
Newsletter

dot
bulletการอุทิศบุญกุศล โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletอนาคตประเทศไทย โดย หลวงปู่ฤาษีลิงดำ
bulletการคิดแบบโยนิโสมนสิการ
bulletปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา
bullet๕ ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธประวัติ
bulletชื่อและอักษรย่อพระไตรปิฎก ฉบับของมจร.
bulletกรรมฐานเปิดโลก โดยหลวงปู่คง จตฺตมโล
bulletหลวงปู่สรวงเมตตารักษาโรคเอดส์
bulletกัลยาณมิตร
bulletอริยทรัพย์
bulletอุดมมงคล๓๘ ประการ
bulletบทเรียน : คนอกตัญญู
bulletมณีโจรชาดก
bulletพระนางพิมพา : นางแก้วคู่บุญบารมีพระพุทธเจ้า
bulletการไม่คบคนพาล : เป็นอุดมมงคลของชีวิต
bulletกรรมของ "พระรถเมรี"
bulletมัทนะพาธา : ตำนานดอกกุหลาบ
bulletพระสุธน-มโนราห์
bulletพญาครุฑ : ปกป้องชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
bulletตัวอย่าง : ตายจากคนเดิมไปเกิดเป็นคนใหม่
bulletหนี้กรรมข้ามชาติ : ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletตำนาน : สิงหไตรภพ
bulletกุสชาดก
bulletนิทาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : พิกุลทอง
bulletกรรมของ "นางอุสา-ท้าวบารส"
bulletตำนาน : พญาคันคาก รบกับ พระยาแถน
bulletพระคาถา : ชินบัญชร
bulletตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)
bulletตำนานรักอมตะ ; ผาแดง-นางไอ่
bulletตายแล้วเกิดใหม่
bullet"๑๘" : ศาสตร์จักรพรรดิ
bulletกุดสะราชชาดก : สังข์ศิลป์ชัย
bulletสุตตธนุชาดก
bulletวรวงสชาดก
bulletวนาวนชาดก
bulletพากุลชาดก
bulletกรรมของ "พระนล-พระนางทมยันตี"
bulletมหาสตรี : สาวิตรี
bulletกรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”
bulletตำนาน "พระนางจามเทวี"
bulletพระพี่นางสุพรรณกัลยา
bulletกรรมของ"จันทะโครพ"
bulletปาจิตตกุมารชาดก : ตำนานเมืองพิมาย
bulletพาราณสิราชชาดก
bulletจันทกินนรชาดก : ความรักของพระนางพิมพา
bulletสุวรรณหังสชาดก : โลภมากลาภหาย
bulletฉัททันตชาดก : กรรมของพญาช้างฉัททันต์
bullet๑๖ คำทำนายของพระพุทธเจ้า
bulletตำนานเพลงสาธุการ
bulletฉางเอ๋อ : ตำนานพระจันทร์คู่โลก
bulletสสปัณฑิตชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
bulletนิทานชาดก : กลโกงพ่อค้า
bulletนิทานชาดก : ตายเพราะไม่เรียน
bulletสมุทรโฆสชาดก : สมุทโฆษคำฉันท์
bulletสุวรรณสังข์ชาดก : สังข์ทอง
bulletพระยากง-พระยาพาน-ยายหอม : พระปฐมเจดีย์ และพระประโทนเจดีย์
bulletสมุททชาดก
bulletเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : ตำนานการสร้างหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง
bulletเจ้าแม่กวนอิม : เทพเจ้าแห่งความเมตตา
bulletเวรย่อมระงับด้วยการไม่ผูก(จอง)เวร
bulletชีวกโกมารภัจ : แพทย์ผู้ทำการรักษาพระพุทธเจ้า
bulletมหากาพย์ : พระอภัยมณี
bulletตำนาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : กาฬเกด
bulletนิทาน : ท้าวหงส์หิน
bulletตำนานรักอมตะ : นางฟ้าหยาด-ท้าวจันทราช
bulletอิเหนา
bulletตำนานอมตะ : นางไข่ฟ้า - ท้าวสุพรหมโมกขา
bulletท้าวคัชนาม
bulletพระโคบุตร
bulletพรหมจักรกุมารชาดก
bulletไกรทอง
bulletขูลู - นางอั๊ว
bulletขุนแผนแสนสะท้าน
bulletสุดยอดวีรกรรมของพระองค์ดำ ณ ทุ่งมหาราช
bullet"พญาครุฑ" กับ "พญานาค"
bulletวิญญาณบรรพบุรุษช่วยลูกชายให้ปลอดภัย
bulletตำนาน : สงกรานต์
bulletช้างต้นมงคลชัย ไปอยู่ที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี
bulletทีฆีติโกสลชาดก
bulletอกตัญญุตาชาดก
bulletนางผมหอม
bulletเจ้าหญิงแตงอ่อน




พระโพธิสัตว์ article

  พระโพธิสัตว์

ความหมายของคำว่า “โพธิสัตว์”

ความหมายของคำว่า “โพธิสัตว์” ในทางเถรวาท

ความหมายในคัมภีร์เถรวาทเป็นไปโดยนัย ๒ ประการ คือ

๑. หมายถึงบุคคลหรือสัตว์ผู้ข้อง ผู้ติดอยู่ในความรู้ (โพธิ)

๒. หมายถึง ผู้ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลธรรม.....

 “โพธิสัตว์” หมายถึง ท่านผู้ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งกำลังบำเพ็ญบารมี ๑๐ คือ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา และอุเบกขา

ศ. เสฐียร  พันธรังสี.... 

“โพธิสัตว์” คือ ผู้ข้องอยู่ในโพธิ คือ ความรู้ที่ผู้เข้าถึงพุทธภาวะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในวันข้างหน้า

ความหมายของคำว่า “โพธิสัตว์” ในทางมหายาน

        ในคัมภีร์ โพธิสัตว์จรรยาตารปัญจิกา  กล่าวว่า คำว่า “โพธิสัตว์” หมายถึง ผู้ที่มุ่งหมายในโพธิ

        ในคัมภีร์ สัทธรรมปุณฑริกสูตร  ให้ความหมายของ “โพธิสัตว์” ไว้ว่า หมายถึง “บุคคลที่บำเพ็ญบารมีเพื่อเป็นพระพุทธเจ้า หรือผู้ที่จะเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต”

        กล่าวโดยสรุป.... “โพธิสัตว์” ในคัมภีร์มหายาน หมายถึง ผู้มุ่งมั่นเพื่อโพธิญาณ หรือผู้ปรารถนาความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีความหมายสอดคล้องกันทั้งเถรวาทและมหายาน

                        ก. ) พระโพธิสัตว์ในทัศนะของเถรวาท

                        พระโพธิ์สัตว์ 3 ประเภท...แบ่งตามระยะเวลาแห่งการบำเพ็ญบารมี

        1. พระปัญญาธิกพุทธเจ้า...พระโพธิสัตว์ผู้ยิ่งด้วยปัญญา  บำเพ็ญบารมีชนิดปัญญากล้า ศรัทธาอ่อน...ใช้เวลา 4 อสงไขย แสนมหากัป

        2. พระสัทธาธิกพุทธเจ้า...พระโพธิสัตว์ผู้ยิ่งด้วยศรัทธา  บำเพ็ญบารมีชนิดศรัทธากล้า แต่มีปัญญาปานกลาง บำเพ็ญบารมีนาน 8 อสงไขย แสนมหากัป

        3. พระวิริยาธิกพุทธเจ้า...พระโพธิสัตว์ผู้ยิ่งด้วยความเพียร  บำเพ็ญบารมีชนิดมีความเพียรกล้า ใช้เวลาสร้างบารมีนานถึง 16 อสงไขย แสนมหากัป (จริยา.อ.9/3/662-3)

        พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนี้ มีพระนามว่า         “พระศรีศากยมนีโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า” พระองค์ทรงสร้างบารมีมาทาง “ปัญญาธิกพุทธเจ้า”นั้นเอง

                        พระโพธิสัตว์ อีก 3 ประเภท อันต่างกันด้วยแรงปรารถนา (อรรถกถาเถรคาถา)

        1. สัมมาสัมพุทธโพธิสัตว์...พระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีทั้งหลายเพื่อความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

        2. ปัจเจกโพธิสัตว์....พระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีทั้งหลาย เพื่อความเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า (ผู้ตรัสรู้ด้วยตนเอง มิได้ตรัสรู้ตามใคร)

        3. สาวกโพธิสัตว์...พระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีทั้งหลายเพื่อความเป็นพระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

***พระโพธิสัตว์ทั้งหลายต่างอาศัยเครื่องบ่มโพธิญาณ คือ บารมี 10 เหมือนกัน***

 

 

พระโพธิสัตว์ คือบุคคลที่ปรารถนาเพื่อจะเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต แบ่งเป็น 2 ประเภท
     1.
พระโพธิสัตว์ที่ยังไม่ได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนมาเลย เรียกว่า  “อนิยตะโพธิสัตว์”  ความหมายคือยังไม่แน่นอนว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้า เพราะอาจจะเลิกล้มความปรารถนาเมื่อไรก็ได้
     2.
พระโพธิสัตว์ที่ได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนมาแล้ว เรียกว่า “นิยตะโพธิสัตว์” ตามความหมายคือ จะได้เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแน่นนอน เพราะถ้าถึงนิพพานต้องดำรงฐานะเป็นพระพุทธเจ้าอย่างเดียว แต่ถ้าบารมีและเวลายังไม่สมบูรณ์ แม้ว่าจะพยายามปฏิบัติอย่างยิ่งยวดบังเกิดปัญญาอย่างเยี่ยมยอด  ก็ไม่สามารถถึงนิพพานก่อนได้ แม้จะทุกข์ท้อแท้ จนคิดว่าเลิกที่จะเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว แต่แล้วในที่สุดมหากุศลที่เป็นอนุสัยก็จะพุ่งกระจายขึ้นมาให้ตั้งมั่นและบำเพ็ญบารมีกันต่อ  จนกว่าบารมีและเวลาสมบูรณ์

คุณสมบัติและอัธยาศัยของพระโพธิสัตว์

 

        สำหรับพระโพธิสัตว์ ที่ยังเป็น อนิยตะโพธิสัตว์ ที่สร้างบารมีสมบูรณ์แล้ว  จะได้รับพุทธพยากรณ์เป็นครั้งแรก  ต่อพระพักตร์พุทธเจ้า ต้องมีธรรมสโมธาน 8 ประการสมบูรณ์ จึงได้รับพุทธพยากรณ์โดยนัยว่า จะได้ตรัสรู้เป็นองค์พระพุทธเจ้า ทรงนามว่าอย่างนั้น ในกัปอันเป็นอนาคตที่เท่านั้น   ก็กลายเป็น

 นิยตะโพธิสตว์ ทันที คือเป็นพระโพธิสัตว์ที่เที่ยงแท้
            1.
ได้เกิดเป็นมนุษย์
            2.
เป็นบุรุษเพศ ไม่เป็นกระเทย
            3.
มีอุปนิสสัยปัจจัยแห่งพระอรหันต์รุ่งเรืองอยู่ในขันธสันดาน(ถ้าเกิดเปลี่ยนใจก็จะเป็นพระอรหันต์ทันที)
            4.
ต้องพบพระพุทธเจ้าขณะมีพระชนชีพอยู่ และได้สร้างกองบุญกุศลต่อพระพักตร์
            5.
ต้องเป็นบรรพชิต หรือต้องเป็น โยคี  ฤาษี ดาบส หรือปริพาชก ที่มีลัทธิเชื่อว่า บุญมี บาปมี  ทำบุญได้บุญ ทำบาปได้บาป ต้องไม่เป็นคฤหัสถ์ผู้ครองเรือน
            6.
ต้องมีอภิญญาและฌานสมาบัติ อันเชี่ยวชาญ
            7.
เคยให้ชีวิตของตนเป็นทาน เพื่อสัมโพธิญาณมาก่อนในอดีดชาติ
            8. 
ต้องมี ฉันทะ คือมีความรักความพอใจในพุทธภูมิเป็นกำลัง

พุทธภูมิธรรมของนิยตะโพธิสัตว์ ในการเพิ่มพูนบารมีให้มากยิ่งขึ้น มีน้ำใจประกอบไปด้วย พุทธภูมิธรรม 4 ประการ คือ
            1.
อุสสาโห     คือประกอบไปด้วยพระอุตสาหะ มีความเพียรอันสลักติดแน่นในจิตใจอย่างมั่นคง
            2.
อุมัตโต        คือประกอบด้วยปัญญา มีปัญญาเชี่ยวชาญเฉียบคม
            3.
อวัตถานัง   คือมีพระทัยอธิษฐานอันมั่นคง มิได้หวั่นไหวคลอนแคลน
            4.
หิตจริยา      คือประกอบไปด้วยพระเมตตา เจริญจิตอยู่ด้วยพรหมวิหารเป็นปกติ

อัธยาศัย ที่ทำให้พระโพธิญานของนิยตะโพธิสัตว์แก่กล้ายิ่งขึ้น มี 6 ประการ

            1. เนกขัม   พอใจในการรักษาศีล การบวช หรือบรรพชา
            2.
วิเวก       พอใจอยู่ในที่สงบ
            3.
อโลภ      พอใจในการบริจาคทาน
            4.
อโทส      พอใจในความไม่โกรธ เจริญเมตตา
            5.
อโมห      พอใจในการพิจารณาคุณและโทษ เจริญปัญญา
            6.
นิพพาน  พอใจที่ยกตนออกจากภพ ไม่ยินดีในการเวียนว่ายตายเกิด ประสงค์นิพพานเป็นอย่างยิ่ง

         พุทธการกธรรม หรือ “บารมี 10 ประการ”

 

        โดยธรรมดาพระพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมต้องบำเพ็ญคุณธรรมพิเศษที่เรียกว่า       “พุทธการกธรรม” หรือ บารมี 10 หรือ ทศบารมี ให้เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ซึ่งหมายถึง ปฏิปทาอันยวดยิ่ง หรือคุณธรรมที่ประพฤติปฏิบัติอย่างยิ่งยวด คือความดีที่บำเพ็ญอย่างพิเศษเพื่อบรรลุซึ่งจุดหมายอันสูงสุด เช่นความเป็นพระพุทธเจ้า (พระพรหมคุณาภรณ์)

๑. ทาน ......การให้ การเสียสละ
๒.
ศีล ....การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย, ความประพฤติดีงามถูกต้องตามระเบียบวินัย
๓.
เนกขัมมะ....การออกบวช, ความปลีกตัวปลีกใจจากกาม
๔. ปัญญา ....ความรอบรู้, ความหยั่งรู้เหตุผล เข้าใจสภาวะของสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง

๕. วิริยะ .....ความเพียร, ความแกล้วกล้า ไม่เกรงกลัวอุปสรรค พยายามบากบั่นอุตสาหะ ก้าวหน้าเรื่อยไป ไม่ทอดทิ้งธุระหน้าที่
๖. ขันติ .....ความอดทน, ความทนทานของจิตใจ สามารถใช้สติปัญญาควบคุมตนให้อยู่ในอำนาจเหตุผล และแนวทางความประะพฤติที่ตั้งไว้เพื่อจุดหมายอันชอบไม่ลุอำนาจกิเลส
๗. สัจจะ ......ความจริง คือ พูดจริง ทำจริง และจริงใจ
๘. อธิษฐาน ....ความตั้งใจมั่น, การตัดสินใจเด็ดเดี่ยว วางจุดหมายแห่งการกระทำของตนไว้แน่นอน และดำเนินตามนั้นแน่นแน่
๙. เมตตา .....ความรักใคร่, ความปรารถนาดี มีไมตรี คิดเกื้อกูลให้ผู้อื่นและเพื่อนร่วมโลกทั้งปวงมีความสุขความเจริญ
๑๐.
อุเบกขา ......ความวางใจเป็นกลาง, ความวางใจสงบราบเรียบสม่ำเสมอ เที่ยงธรรม ไม่เอนเอียงไปด้วยความยินดียินร้ายหรือชอบฟัง

                        บารมี 30 ทัศ

ในคติเถรวาท พระโพธิสัตว์จะต้องบำเพ็ญบารมีทั้ง 10 นี้ ให้บริบูรณ์ทั้ง 3 ระดับ คือ

      1. ระดับสามัญ หรือ ทานบารมี  ได้แก่การบริจาควัตถุสิ่งของ ทรัพย์สมบัติ

      2. ระดับกลาง  หรือ อุปบารมี เช่น ทานอุปบารมี ได้แก่ การบริจาคอวัยวะ รวมถึง การบริจาคบุตร ภรรยาซึ่งเรารักเสมอดังแก้วตาดวงใจ เป็นทาน

      3. ระดับอุกฤษฎ์ หรือ ปรมัตถบารมี เช่น ทานปรมัตถบารมี ได้แก่ การบริจาคชีวิตร่างกายอันเป็นที่รักหวงแหนสูงสุดของสัตว์ทั้งหลายให้เป็นทาน

รวมบารมี 10 ประการ 3 ระดับ ได้เป็น สมติงสบารมี หรือ บารมี 30 ทัศ

 

      ข. )พระโพธิสัตว์ในทัศนะของมหายาน

 

        คำว่า พระโพธิสัตว์  หมายถึง ผู้ข้องอยู่ในโพธิ คือความรู้ คือ ผู้รู้แจ้งซึ่งอาจจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต แต่ยังไม่ปรารถนาพุทธภูมิ ก็เนื่องจาก ได้ตั้งปณิธานไว้ว่า จะช่วยบำบัดทุกข์ให้แก่สรรพสัตว์ ถ้าเข้าสู่พุทธภูมิเสียแล้วสรรพสัตว์จะเข้าถึงได้ยาก ด้วยเหตุนี้ จึงไม่เข้าสู่พุทธภูมิ

หลักสำคัญของพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน คือ หลักแห่งพระโพธิสัตวภูมิ ซึ่งเป็นหลักที่พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน แต่ละนิกาย ยอมรับนับ ถือ บุคคลใดที่จะบรรลุถึงพุทธภูมิได้ ก็ต้องผ่านการบำเพ็ญจริยธรรมแห่งโพธิสัตว์มาก่อน เพราะฉะนั้น จึงถือว่า “โพธิสัตว์ภูมิเป็นเหตุ พุทธภูมิเป็นผล” หลักโพธิสัตวยานนั้น ถือว่าจะต้องโปรดสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นทุกข์เสียก่อน แล้วจึงค่อยหลุดพ้นทุกข์ทีหลัง คือ จะต้องชักพาให้สัตว์โลกอื่น ๆ ให้พ้นไปเสียก่อน ส่วนตัวเราเป็นคนสุดท้ายที่จะหลุดพ้นไป นี่เป็นหลักแห่ง “โพธิสัตวยาน”

       พระพุทธศาสนามหายานแบ่งพระโพธิสัตว์ไว้ ๒ ประเภท คือ
                ๑. “พระมานุษิโพธิสัตว์” คือ ผู้ที่จะมาปรากฏพระองค์เป็นมนุษย์ในมนุสสภูมิ เสวยพระชาติมาตามลำดับ จนกว่าจะบำเพ็ญบารมีจนได้บรรลุพระโพธิญาณ แล้วตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล ใช้เวลาอย่างน้อยสี่อสงไขยแสนกัลป์ *** พระมานุษิโพธิสัตว์ ตรงกับพระโพธิสัตว์ของเถรวาท คือ เป็นพระโพธิสัตว์ที่อยู่ในสภาพมนุษย์ทั่วไป ยังต้องฝึกอบรมตนเอง และทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้อื่นไปพร้อมๆ กัน
                ๒. “พระฌานิโพธิสัตว์” คือ พระโพธิสัตว์ ที่อุบัติขึ้นจากอำนาจฌานของพระฌานิพุทธเจ้า พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง พระฌานิพุทธเจ้า คือพระพุทธเจ้าที่เสวยสวรรค์ในพุทธเกษตร เป็นพระพุทธเจ้าทรงฌาน ซึ่งจะไม่เสด็จมาตรัสรู้ในโลกมนุษย์ ***พระฌานิโพธิสัตว์ เป็นพระโพธิสัตว์ที่กำหนดไม่ได้ว่าเกิดเมื่อใด แต่เกิดก่อนพระศากยมุนีพุทธเจ้า พระฌานิโพธิสัตว์เป็นผู้บรรลุพุทธภูมิแล้ว ( พุทธภูมิ หมายถึงสภาวะที่หลุดพ้นจากกิเลสตัณหา ซึ่งหมายถึงนิพานนั่นเอง) แต่พระฌานิโพธิสัตว์ ไม่ยอมเข้านิพพานไป  ด้วยเหตุที่ พระฌานิโพธิสัตว์ ท่านมีจิตแน่วแน่  มุ่งจะช่วยสัตว์ให้พ้นทุกข์ เมื่อสรรพสัตว์ยังไม่พ้นทุกข์ ท่านจึงไม่ยอมเสด็จเข้านิพพาน ผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนามหายานจะนับถือพระฌานิพระโพธิสัตว์มาก โดยเฉพาะพุทธศาสนิกชนชาวจีน ญวน เนปาล ธิเบต และญี่ปุ่น
         

พระโพธิสัตว์ ท่านอธิษฐานจิตถึงพุทธภูมิ ทุ่มเทปฏิบัติธรรมช่วยผู้อื่นทั้งทางโลกและทางธรรม ตามพระบารมี ทุก ๆ คนสามารถที่จะเป็นพระโพธิสัตว์ได้ทั้งนั้น ถ้าหากว่า เขาผู้นั้นเป็นผู้มีจิตเมตตาประจำใจ ทำแต่คุณประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ไม่ประพฤติตนเบียดเบียนสนับสนุนผู้อื่นในทางผิดศีลธรรม ผู้ที่ประ พฤติปฏิบัติเป็นกลาง ปฏิบัติหลักทาง “โพธิสัตตมรรค” เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ ขนสรรพสัตว์ เพื่อพุทธภูมิในภาคหน้า ดำเนินรอยตามสมเด็จพระบรมศาสดา อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

        @ ปารมิตา หรือ บารมี 6 ประการ

        พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานจะเน้นหนักในด้านพระโพธิสัตว์ ในการปฏิบัติ  จะต้องเคียงคู่กันไป ระหว่างปัญญา กับกรุณา ต้องกล้าหาญพอที่จะรับทุกข์แทนสัตว์โลก   โดยตั้งปณิธานแน่วแน่ต่อการช่วยสัตว์โลก ให้ข้ามพ้นห้วงแห่งสังสารวัฏ

พระโพธิสัตว์จริยาผู้ปรารถนาตนเป็นพระโพธิสัตว์จักต้องบำเพ็ญบารมี 6 อัปปมัญญา 4 และมหาปณิธาน 4  

        บารมี  นั้นความจริงมีอยู่ 10 แต่มหายานย่อเหลือ 6 มี ทาน ศีล ขันติ  วิริยะ สมาธิ ปัญญา ความหมายของบารมี 6 ในทรรศนะ 6 ของ พระโพธิสัตว์ มีดังนี้คือ ทานกับ  ศีลเป็นคู่ปรับทำลายกิเลสคือโลภะ ขันติกับวิริยะ เป็นคู่ปรับ ทำลายกิเลสคือโทสะ สมาธิ กับ  ปัญญาเป็นคู่ปรับทำลายกิเลสคือโมหะ ทำลายกิเลสคือโมหะ

ปัญญาบารมี แบ่งย่อยออกเป็น 4 ประการ คือ อุปายบารมี(ความรู้จักใช้อุบายในการโปรดสัตว์), ปณิธานบารมี (ความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว), พลบารมี (กำลังความเข้าใจธรรมทั้งปวง), ญาณบารมี(ความรู้แจ้ง)

        @ อัปปมัญญา 4

      พระโพธิสัตว์ทั้งหลายต้องมี อัปปมัญญา 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา  

เมตตา พระโพธิสัตว์ต้องให้ความสุขแก่สรรพสัตว์  กรุณา พระโพธิสัตว์ต้องปลดเปลื้องความทุกข์ของสรรพสัตว์   มุทิตา พระโพธิสัตว์ต้องยินดีอนุโมทนาเมื่อสัตว์พ้นทุกข์และได้สุข  อุเบกขา พระโพธิสัตว์ต้องมีจิตเป็นกลางในสรรพสัตว์ไม่ยึดถือติดอยู่ในความดีว่าตนบำเพ็ญ  ไปให้ผู้อื่นผู้ใดในการกระทำอย่างนั้นอย่างนี้อยู่ตราบนั้น ก็ยังไม่นับว่าได้ทำจุดประสงค์ในข้อนี้

@ จตุรปณิธาน 4 หรือ ปณิธาน 4

พระโพธิสัตว์จะตั้งปณิธาน หรือที่เรียกว่า มหาปณิธาน ไว้ดังนี้
1. 
เราจะละกิเลสทั้งหลายให้หมด
2. 
เราจะตั้งใจศึกษาพระธรรมทั้งหลายให้เจนจบ
3. 
เราจะไปโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลายให้สิ้น
4. 
เราจะบำเพ็ญตนให้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ

 

คุณสมบัติของพระโพธิสัตว์ มีอยู่ 3 ประการคือ  

      1 มหาปรัชญา หรือปัญญาอันยิ่งใหญ่ หมายความว่า จะต้องเป็นผู้มีปัญญาเห็นแจ้งในสัจธรรม  

      2 มหากรุณา หมายความว่า จะต้องเป็นผู้มีจิตกรุณาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย อย่างปราศจาก  ขอบเขต พร้อมที่จะสละตนเองเพื่อช่วยสัตว์ให้พ้นทุกข์  

      3 มหาอุปาย หมายความว่า พระโพธิสัตว์จะต้องมีวิธีการชาญฉลาดในการนำสั่งสอน ผู้อื่น  ให้เข่าถึงสัจธรรม

      พระโพธิสัตว์จะบำเพ็ญตนในทศภูมิ (ภูมิธรรมของพระโพธิสัตว์ มี 10 ระดับ)  ดังนี้
1. 
มุทิตาภูมิ  พระโพธิสัตว์ยินดีในความไร้ทุกข์ของสัตว์ (ทานบารมี)
2. 
วิมลาภูมิ  (ปราศจากมลทิน) พระโพธิสัตว์ละมิจฉาจริยาได้เด็ดขาด ปฏิบัติแต่ในสัมมาจริยา (ศีลบารมี)
3. 
ประภาการีภูมิ  (มีความสว่าง) พระโพธิสัตว์ทำลายอวิชชาได้เด็ดขาด มีความอดทน ทุกประการ (ขันติบารมี)
4. 
อรรถจีสมดีภูมิ  (รุ่งเรือง) พระโพธิสัตว์มีความเพียรในการบำเพ็ญธรรม (วิริยะบารมี)
5. 
ทุรชยาภูมิ  (ผู้อื่นชนะยาก) พระโพธิสัตว์ละสภาวะสาวกญาณ กับปัจเจกโพธิญาณ ซึ่งเป็นธรรมเครื่องกั้นพุทธภูมิ (ญาณบารมี)
6. 
อภิมุขีภูมิ  (มุ่งหน้าต่อทางนิพพาน) พระโพธิสัตว์บำเพ็ญยิ่งในปัญญาบารมี เพื่อรู้แจ้งเห็นชัดในปฏิจจสมุปบาท (ปัญญาบารมี)
7. 
ทูรังคมาภูมิ  (ไปไกล) พระโพธิสัตว์มีอุบายอันฉลาดแม้บำเพ็ญกุศลน้อย แต่ได้ผลแก่สรรพสัตว์มาก (อุบายบารมี)
8. 
อจลาภูมิ  (ไม่คลอนแคลน มั่นคง) พระโพธิสัตว์บำเพ็ญหนักในปณิธานบารมี
9. 
สาธุบดีภูมิ  พระโพธิสัตว์แตกฉานในอภิญญา และปฏิสัมภิทาญาณ (พลบารมี)
10. 
ธรรมเมฆภูมิ  พระโพธิสัตว์ไม่ติดในรูปธรรม นามธรรม (ญาณบารมี)
         
เมื่อพระโพธิสัตว์บำเพ็ญทศภูมิเต็มบริบูรณ์แล้ว ย่อมมีพระคุณเทียบเท่าพระพุทธเจ้า เหลืออีกชาติเดียวก็จักตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เช่นเดียวกับ “พระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์”

                                          เปรียบเทียบ

               (เถรวาท & มหายาน)

ข้อเหมือน

      มหายาน และเถรวาท มีบารมีทั้ง 5 ประการ คือ  ทาน, ศีล, ขันติ, วิริยะ, ปัญญาบารมี เหมือนกัน

ข้อต่าง

      มหายาน...สมาธิ,ปณิธาน, อุปาย, พล,ญาณบารมี

      เถรวาท...เนกขัมมะ, อธิษฐาน, เมตตา, สัจจะ, อุเบกขาบารมี

 

        สรุปขบวนการพัฒนาสู่ความเป็นโพธิสัตว์

      แต่เดิม ลักษณะแนวคิด “โพธิสัตว์” ดั้งเดิมเป็นเรื่องของอดีตชาติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในการบำเพ็ญบารมีเพื่อมุ่งต่อโพธิญาณ  ซึ่งมีทั้งประวัติในพระชาติปัจจุบัน และพระชาติก่อนๆ ทั้งที่เป็นมนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน

      ตั้งแต่สมัยหลังการสังคายนาครั้งที่ ๑ แนวคิด “โพธิสัตว์” ได้ถูกพัฒนาและขยายความมากขึ้นตามลำดับ แต่ละนิกายแต่งคัมภีร์ขึ้น โดยเป็นลักษณะแต่งเข้าพระโอษฐ์ ซึ่งแต่ละนิกายนั้น “โพธิสัตว์” กับ พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีความสอดคล้องกัน

      ในภายหลัง “โพธิสัตว์” มีความเป็นเอกเทศ แยกจากพระสัมมาสัมพุธเจ้า จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ทำให้แนวคิดโพธิสัตว์มีความหลากหลาย กลายเป็นความเชื่อในลักษณะเป็นเทพเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครอง ปกป้องมวลมนุษย์

 

สรุป... พระโพธิสัตว์ คือ บุคคลที่ปรารถนาความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งของเถรวาทและมหายานมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ต่างกันก็แต่การที่มหายานได้พัฒนาแนวคิดหลากหลายมากกว่าเถรวาทเท่านั้นนั้น ก็เพื่อให้ทุกคนมุ่งไปสู่ความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือให้ผู้อื่น(เวไนยสัตว์ทั้งหลาย)ได้หลุดพ้นจากความทุกข์ด้วยนั้นเอง

 

               &&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&




พระพุทธศาสนา

โสนน้อยเรือนงาม article
๕ วัตถุมงคล article
พระสยามเทวาธิราช article
อดีตชาติของ ๓ กษัตริย์ไทย article
สุดสาคร article
พระโพธิสัตว์ article
มงคลชีวิตข้อที่ ๑ : ไม่คบคนพาล article
นิยตโพธิสัตว์ article
บุพเพสันนิวาสของ แสน มุก มะลิ article
คันธนามโพธิสัตว์ article
กากาติชาดก article
ตำนาน : ไกรทอง article
พระพุทธบาทสี่รอย article
หลวงพ่อโต : เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : วัดพนัญเชิง article
คบคนชั่วไม่มีความสุข article
ขันติบารมี article
กฏแห่งกรรม และการเวียนว่ายตายเกิด article
มหาสีลวราชชาดก article
พรหมจักรชาดก article
พระพุทธองค์ทรงขับไล่ ๓ ธิดามาร
พระพุทธชัยมงคลคาถา
บุญคือพี่พึ่ง
วงศ์เทวัญ article
สาเหตุที่พระพุทธศาสนาหายไปจากอินเดีย
พุทธศาสนาสอนอะไร article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.