ReadyPlanet.com
dot dot
bulletคำบูชาหลวงปู่โลกอุดร
bulletวัตถุประสงค์ของการตั้งพระพุทธศาสนา
bulletที่ตั้งของบริษัท สุ จิ ปุ ลิ จำกัด
dot
Newsletter

dot
bulletการอุทิศบุญกุศล โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletอนาคตประเทศไทย โดย หลวงปู่ฤาษีลิงดำ
bulletการคิดแบบโยนิโสมนสิการ
bulletปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา
bullet๕ ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธประวัติ
bulletชื่อและอักษรย่อพระไตรปิฎก ฉบับของมจร.
bulletกรรมฐานเปิดโลก โดยหลวงปู่คง จตฺตมโล
bulletหลวงปู่สรวงเมตตารักษาโรคเอดส์
bulletกัลยาณมิตร
bulletอริยทรัพย์
bulletอุดมมงคล๓๘ ประการ
bulletบทเรียน : คนอกตัญญู
bulletมณีโจรชาดก
bulletพระนางพิมพา : นางแก้วคู่บุญบารมีพระพุทธเจ้า
bulletการไม่คบคนพาล : เป็นอุดมมงคลของชีวิต
bulletกรรมของ "พระรถเมรี"
bulletมัทนะพาธา : ตำนานดอกกุหลาบ
bulletพระสุธน-มโนราห์
bulletพญาครุฑ : ปกป้องชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
bulletตัวอย่าง : ตายจากคนเดิมไปเกิดเป็นคนใหม่
bulletหนี้กรรมข้ามชาติ : ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletตำนาน : สิงหไตรภพ
bulletกุสชาดก
bulletนิทาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : พิกุลทอง
bulletกรรมของ "นางอุสา-ท้าวบารส"
bulletตำนาน : พญาคันคาก รบกับ พระยาแถน
bulletพระคาถา : ชินบัญชร
bulletตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)
bulletตำนานรักอมตะ ; ผาแดง-นางไอ่
bulletตายแล้วเกิดใหม่
bullet"๑๘" : ศาสตร์จักรพรรดิ
bulletกุดสะราชชาดก : สังข์ศิลป์ชัย
bulletสุตตธนุชาดก
bulletวรวงสชาดก
bulletวนาวนชาดก
bulletพากุลชาดก
bulletกรรมของ "พระนล-พระนางทมยันตี"
bulletมหาสตรี : สาวิตรี
bulletกรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”
bulletตำนาน "พระนางจามเทวี"
bulletพระพี่นางสุพรรณกัลยา
bulletกรรมของ"จันทะโครพ"
bulletปาจิตตกุมารชาดก : ตำนานเมืองพิมาย
bulletพาราณสิราชชาดก
bulletจันทกินนรชาดก : ความรักของพระนางพิมพา
bulletสุวรรณหังสชาดก : โลภมากลาภหาย
bulletฉัททันตชาดก : กรรมของพญาช้างฉัททันต์
bullet๑๖ คำทำนายของพระพุทธเจ้า
bulletตำนานเพลงสาธุการ
bulletฉางเอ๋อ : ตำนานพระจันทร์คู่โลก
bulletสสปัณฑิตชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
bulletนิทานชาดก : กลโกงพ่อค้า
bulletนิทานชาดก : ตายเพราะไม่เรียน
bulletสมุทรโฆสชาดก : สมุทโฆษคำฉันท์
bulletสุวรรณสังข์ชาดก : สังข์ทอง
bulletพระยากง-พระยาพาน-ยายหอม : พระปฐมเจดีย์ และพระประโทนเจดีย์
bulletสมุททชาดก
bulletเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : ตำนานการสร้างหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง
bulletเจ้าแม่กวนอิม : เทพเจ้าแห่งความเมตตา
bulletเวรย่อมระงับด้วยการไม่ผูก(จอง)เวร
bulletชีวกโกมารภัจ : แพทย์ผู้ทำการรักษาพระพุทธเจ้า
bulletมหากาพย์ : พระอภัยมณี
bulletตำนาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : กาฬเกด
bulletนิทาน : ท้าวหงส์หิน
bulletตำนานรักอมตะ : นางฟ้าหยาด-ท้าวจันทราช
bulletอิเหนา
bulletตำนานอมตะ : นางไข่ฟ้า - ท้าวสุพรหมโมกขา
bulletท้าวคัชนาม
bulletพระโคบุตร
bulletพรหมจักรกุมารชาดก
bulletไกรทอง
bulletขูลู - นางอั๊ว
bulletขุนแผนแสนสะท้าน
bulletสุดยอดวีรกรรมของพระองค์ดำ ณ ทุ่งมหาราช
bullet"พญาครุฑ" กับ "พญานาค"
bulletวิญญาณบรรพบุรุษช่วยลูกชายให้ปลอดภัย
bulletตำนาน : สงกรานต์
bulletช้างต้นมงคลชัย ไปอยู่ที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี




การไม่คบคนพาล : เป็นอุดมมงคลของชีวิต

เกริ่นนำ : พระพุทธเจ้าได้สั่งสอนเวไนยสัตว์ทั้งหลาย โดยเฉพาะมนุษย์ และเทวดานั้นว่า สิ่งที่เป็นอุดมมงคลสูงสุดของชีวิตมี ๓๘ ประการ(มงคล ๓๘) หากใครปฏิบัติตามด้วยความเลื่อมใส และศรัทธาอยู่เป็นประจำ ก็จะนำความสุข และความโชคดีหรืออุดมมงคลอย่างสูงสุดมาสู่ชีวิตนั้นเอง ซึ่งพระพุทธองค์จัดให้เป็นปฐมคือข้อแรกเลยทีเดียว

 

                     ********************************

 

มงคลที่๑ : การไม่คบคนพาล เป็นอุดมมงคลสูงสุดของชีวิต

(อเสวนา จ พาลานํ เอตมฺงมงฺคลมุตฺตมํ)

                           ดังตัวอย่าง เรื่อง เจ้าชายอชาติศัตรูฆ่าพระบิดาของตัวเอง(พระเจ้าพิมพิสาร) เพราะคบคนพาล(พระเทวทัต) ดังรายะเอียดต่อไปนี้

 

            เจ้าชายอชาติศัตรู หรือ พระเจ้าอชาติศัตรู ได้คบกับพระเทวทัต หิ ดังจะกล่าวให้พิสดารว่า พระเทวทัตเป็นคนพาลสันดานหยาบหนา เป็นคู่สร้างเวรกรรมมาแก่พระพุทธเจ้าของเรา พระเทวทัตเกิดมาเป็นศากยราชร่วมพระวงศากับพระพุทธเจ้า ครั้นออกบรรพชาก็ได้ซึ่งฌานโลกีย์ มีความยินดีในลาภสักการะ พระเทวทัตเข้าสู่ฌานทำปาฏิหาริย์เหาะไปในอากาศ ไปทรมานพระเจ้าอชาติศัตรูในเมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ  พระเจ้าอชาติศัตรู ได้เห็นปาฏิหาริย์ของพระเทวทัตก็มีพระทัยโสมนัส ถวายตัวเป็นโยมอุปัฏฐาก พระเทวทัตก็มีลาภสักการะมาก จึงสั่งสอนเจ้าชายให้ฆ่าพระบิดาจะได้ครองราชสมบัติ พระเจ้าอชาติศัตรูก็รับคำพระเทวทัตทุกประการ เอกะทิวะสัง อยู่มาวันหนึ่ง พระเจ้าอชาติศัตรูเหน็บกริชสำแดงฤทธิ์เข้าไปในวัง อำมาตย์จับไว้ได้แล้วก็ไต่ถามแสดงความว่าจะแย่งชิงเอาราชสมบัติ พระเจ้าพิมพิสารบรมกษัตริย์ผู้เป็นพระบิดาก็ทรงยกให้แต่โดยดี พระเจ้าอชาติศัตรูเมื่อได้ราชสมบัติแล้ว จึงมาบอกแก่พระเทวทัตว่า ความปรารถนาของข้าพเจ้าสำเร็จแล้ว บิดาทรงพระกรุณามอบสมบัติให้ พระเทวทัตจึงว่า มหาบพิตรทำการอย่างนี้จะว่าสำเร็จกิจมาแต่ไหน เปรียบอุปไมยเหมือนขังสุนัขไว้ในกลอง สุนัขมันแสบท้องก็จะกัดหนังกลองออกมา ฉันใด สมบัติที่พระบิดายกให้ ท่านโกรธขึ้นมาเมื่อไร ท่านก็จะเอาคืนไปเสียเมื่อนั้น อาตมาเห็นว่า ฆ่าเสียให้ตายนั่นแหละสมบัติจึงจะเป็นสิทธิแก่มหาบพิตร ตัง สุตตะวา พระเจ้าอชาติศัตรูได้ฟังพระเทวทัตว่าดังนั้น จึงตรัสว่า ข้าแต่พระอาจารย์ ข้าพเจ้าไม่อาจฆ่าด้วยอาวุธศาตราได้ พระเทวทัตจึงว่า มหาบพิตรไม่ต้องฆ่าด้วยศาตรา จับขังไว้ในเรือนจำให้อดข้าวอดน้ำไม่ช้าก็ตาย โส สัมปะฏิจฉิตตะวา พระเจ้าอชาติศัตรูราชานั้นรับคำพระเทวทัตแล้วก็สั่งให้จับบิดาขังไว้ในเรือนจำ ไม่ให้ใครไปมาหาสู่ เว้นแต่พระมารดา คือ สมเด็จพระนางนารถราชมารดาเท่านั้น

            ครั้งนั้น พระอัครมเหสีทรงมีความกตัญญูแก่พระราชสามีชื่อว่า พระเจ้าพิมพิสาร ได้จัดอาหารใส่ขันทองคลุมด้วยผ้าห่มนอน ซ่อนเข้าไปถวายแก่พระราชสามี พระองค์ก็ทรงยินดีเสวยซึ่งอาหาร ยังชีวิตสังขารให้เป็นอยู่ พระเจ้าอชาติศัตรูรู้เหตุ จึงห้ามมิให้พระมารดาห่มคลุมผ้าเข้าไป ครั้งนั้นไซร้พระราชเทวีผู้ฉลาด นำอาหารไปด้วยฉลองพระบาท(รองเท้า)เข้าไปถวายแก่พระราชสามี พระองค์ก็ทรงเสวยยังชีวิตให้เป็นอยู่ พระเจ้าอชาติศัตรูสืบรู้จึงห้ามพระมารดาไม่ให้ใส่ฉลองพระบาทเข้าไปหาพระเจ้าพิมพิสาร พระนางเจ้าจึงเอาอาหารอันมีรสมาเคล้าขยำบดทาพระกายนาง ห่มพระภูษาผ้าสไบบางเข้าไปเฝ้าพระสามี พระองค์ก็ทรงยินดีลิ้มเลียด้วยความอดอยากและกระหายหิว ด้วยอำนาจจตุมธุรสก็ยังชีวิตให้เป็นไป พระเจ้าอชาติศัตรูรู้ว่า พระมารดาทำดังนั้นไซร้ จึงตรัสห้ามพระมารดาไม่ให้ไปเป็นอันขาด ครั้งนั้น สมเด็จพระนางนารถราชมารดาก็ทรงโสกาอยู่แก่ภายนอกว่า สามิ พิมพิสาระ ข้าแต่พระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นพระราชสามี ตั้งแต่วันนี้ไปเบื้องหน้า จะไม่ได้เห็นพระภัสดาสืบต่อไป นับแต่จะไกลไม่มีกำหนด ราวกะว่าพระจันทร์ดับลับบรรพตเขาพระสุเมรุธร สานุโทษอันใด ที่ข้าพเจ้าทำผิดมาแต่ก่อนด้วยกาย วาจา ใจ ขอพระองค์จงให้อภัยแก่เกล้ากระหม่อมฉันในวันนี้ ถึงพระองค์จะทรงดับพระอินทรีย์ เกล้ากระหม่อมก็มิได้เห็นพระองค์แล้ว ขอพระทูลกระหม่อมแก้วจงอภัยโทสาแก่เกล้ากระหม่อมผู้อัครชายาในกาลบัดนี้ อะถะโข พิมพิสาโร ครั้งนั้น พระเจ้าพิมพิสารไม่มีอาหารจะเสวยแล้ว พระองค์ก็ทรงเดินจงกรม(วิปัสสนากรรมฐาน)เจริญพระพุทธคุณเป็นอารมณ์ มีปีติอันอุดมเลี้ยงพระกายอินทรีย์ มีวรรณะฉวีอันงามผ่องใส จึงรู้ขึ้นไปถึงพระเจ้าอชาติศัตรูว่า พระบิดามีชีวิตอันเป็นอยู่ด้วยอาการเดินจงกรม จึงรับสั่งให้ช่างโกนผมเอามีดโกนที่คมไปผ่าฝ่าพระบาททั้งสองซ้ายขวา แล้วให้ทาด้วยน้ำเกลือ พระเจ้าพิมพิสารก็เสวยทุกขเวทนา กาลัง กัตตะวา ก็ทำกาลกิริยาตายไปตามยถากรรม ฯ

            ครั้งนั้นมีเหตุเกิดขึ้น ๒ เรื่อง คือ พระเจ้าพิมพิสารสวรรคต ๑ พระราชโอรสของเจ้าชายอชาติศัตรูประสูติจากครรภ์มารดา ๑ เมื่อเหตุทั้งสองบังเกิดขึ้นดังนี้ อำมาตย์ทั้งสองก็มาคอยทูลคดีคนละเรื่อง อำมาตย์ทั้งสองจึงปรึกษากันว่า เราจะทูลเรื่องตายก่อนหรือๆ จะทูลเรื่องเกิดก่อนอำมาตย์ผู้หนึ่งจึงว่า ควรจะทูลเรื่องเกิดก่อน เพราะเรื่องเกิดเป็นเรื่องมงคล เมื่อปรึกษากันแล้วก็พากันคอยอยู่ ครั้นพระเจ้าอชาติศัตรูเสด็จออกมา อำมาตย์ผู้หนึ่งก็ทูลเรื่องพระราชโอรสประสูติจากครรภ์พระราชเทวี พระองค์ได้ทรงฟังก็มีความยินดีรักใคร่ ปีติบังเกิดแผ่ไปตามเส้นโลมา จึงคิดถึงคุณพระบิดาว่า ท่านก็จะรักเราเหมือนเช่นนี้ จึงรับสั่งถามถึงพระราชบิดาว่า เป็นสุขดีหรือเจ็บไข้ อำมาตย์ที่สองก็ทูลขึ้นไปว่า สมเด็จพระเจ้าพิมพิสารดับสังขารสวรรคตล่วงไปแล้ว ตัง สุตตะวา พระเจ้าอชาติศัตรูได้ฟังแล้วก็ทรงเสียพระทัย ทรงพระกันแสง มีพระทัยเหือดแห้งไปด้วยความโศก เพราะความวิโยคพลัดพรากจากของที่รักใคร่ เสวยไม่ได้ บรรทมไม่หลับ มีพระวรกายอันผ่ายผอม ครั้งนั้น โกมารภัจ(แพทย์ประจำราชวงศ์ และประจำพระพุทธเจ้า) จึงพาพระเจ้าอชาติศัตรู เข้าไปเฝ้าพระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าในสวนอัมพวันให้ทูลขออัจจโยโทษ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรด และตรัสเทศนาซึ่งสามัญผลสูตร ยังพระเจ้าอชาติศัตรูให้เลื่อมใสในคุณพระรัตนตรัย แก้วทั้ง ๓ ประการ ทรงมีพระทัยชื่นบานหรรษา เสื่อมจากความเศร้าโศกโสกาปริเทวนาการ นับตั้งแต่นั้นมา พระเจ้าอชาติศัตรูก็มีความเชื่อในพระพุทธศาสนา สิ้นจากความเลื่อมใสในพระเทวทัต ไม่ได้ไปมาหาสู่และถวายซึ่งวัตถุทานใดๆให้กับพระเทวทัตอีกเลย

            อะถะโข เทวะทัตโต ครั้งนั้น พระเทวทัตก็เสื่อมจากลาภสักการะ จึงไปเฝ้าสมเด็จพระศาสดาจารย์สัมมาสัมพุทธเจ้า ทูลขอพระสงฆ์แก่พระพุทธองค์ เพื่อจะเป็นผู้รักษาหมู่คณะ และทูลขอให้พระสงฆ์ปฏิบัติในวัตถุ ๕ ประการ คือ ไม่ให้ฉันเนื้อปลา เป็นต้นจนสิ้นชีวิต สมเด็จพระพุทธองค์ก็ไม่ทรงอนุญาต พระเทวทัตก็คิดอาฆาตคิดฆ่าพระพุทธเจ้า ไปหานายขมังธนูให้ไปยิงพระพุทธเจ้า พระองค์ก็ทรงทรมานนายขมังธนูให้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา พระเทวทัตไปหานายควาญช้างให้ไสช้างขับมัน(ตกมัน)มาจ้วงแทงพระพุทธเจ้า พระองค์ก็ทรงทรมานช้างขับมันนั้น ให้เสื่อมจากพยศอันร้ายกาจเข้ามอบกราบแทบพระบาทของพระพุทธองค์ เมื่อกรรมทั้งสองอย่างนี้ไม่สำเร็จแล้ว พระเทวทัตก็มีความโกรธมาก ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จลงจากภูเขาคิชฌกูฏ พระเทวทัตก็ได้กลิ้งศิลาก้อนใหญ่เพื่อจะให้ทับพระพุทธเจ้าให้ตาย ครั้งนั้น ก้อนศิลาทั้งหลายสองก้อนผุดขึ้นมารับรองก้อนศิลาใหญ่ไม่ให้ถูกองค์พระพุทธเจ้าได้ในที่นั้น ครั้งนั้น สะเก็ดหินที่แตกออกมา กระเด็นไปถูกพระบาทาของพระศาสดาให้ห้อพระโลหิต(ห้อเลือด) พระเทวทัตกระทำซึ่งความผิดถึงขั้นโลหิตุปบาท(จริงๆแล้วเป็นเศษกรรมที่พระองค์ต้องรับกรรม ซึ่งสูงสุดก็สามารถทำได้แค่นั้น ก็เพราะว่า จะไม่มีผู้ใดและอะไรที่จะสามารถทำร้ายพระพุทธองค์ได้นอกจากพระองค์ทำพระองค์เอง นื่คือ คุณสมบัติของพระศาสดาเอกของโลกและจักรวาล เช่น การรับอาหารมื้อสุดท้ายทั้งที่รู้ว่า อาหาร “สูกรมัทวะ”(เป็นเห็ดชนิดหนึ่งไม่ใช่หมูแต่อย่างใด)มีพิษ ซึ่งเป็นเหตุให้พระพุทธองค์ปรินิพพานโดยที่พระองค์ทรงรู้ล่วงหน้าก่อนแล้ว และผู้ถวายอาหารแด่พระพุทธเจ้าที่ได้บุญและอานิสงส์สูงสุดก็คือ มื้อก่อนตรัสรู้ ซึ่งก็คือ นางสุชาดา และมื้อสุดท้าย ซึ่งก็คือ นายจุนทะ)  เมื่อพระเทวทัตกระทำการไม่สำเร็จซึ่งความอาฆาตในพระพุทธองค์ จึงคิดทำสังฆเภท(การทำลายหมู่สงฆ์ให้แตกแยกกัน)ทำลายสงฆ์แยกออกเป็น ๒ หมู่ สมเด็จพระบรมครูจึงให้พระสารีบุตรกับพระโมคคัลลาน์(อัครสาวกเบื้องขวาและเบื้องซ้าย)ไปนำมาซึ่งพระสงฆ์ทั้งปวงไม่ให้แตกแยกกัน ท่านทั้งสองรับพุทธฎีกาจึงพากันไปนำซึ่งพระสงฆ์มาร่วมหมู่ไดแหมือนเดิม เมื่อพระโกกาลิกะเห็นพระอัครสาวกทั้งสองพาพระสงฆ์ไปแล้ว จึงโกรธประหารพระเทวทัตด้วยข้อเข้าที่อก(กระโดดเตะเข้าที่ยอดอก)แล้วว่า ดูกรเทวทัต พระอัครสาวกพาพระสงฆ์ไปแล้ว พระเทวทัตถูกประหาร(ถูกเตะ)ก็รากเป็นโลหิต(อาเจียนเป็นโลหิต)ถึงซึ่งอาพาธเป็นไข้หนัก พระเทวทัตจึงขึ้นสู่เตียงให้ลูกศิษย์ที่เหลือหามไปสู่เมืองสาวัตถี เพื่อจะเฝ้าพระมหามุนีผู้เป็นพระศาสดา ลูกศิษย์หามพระเทวทัตมาถึงสระโบกขรณี ใกล้พระเชตวันมหาวิหารที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ในขณะนั้น พระเทวทัตให้วางเตียงลง เพื่อจะไปสรงน้ำให้เป็นสุขสบายก่อนที่จะเข้าไปกราบนมัสการพระพุทธองค์ เมื่อพระเทวทัตนั่งอยู่บนเตียงแล้วได้หย่อนเท้าลงมา พอเท้าถึงพื้นพสุธาแผ่นดินก็สูบลงไป พระเทวทัตจึงยกมือทั้งสองขึ้นไหว้สมเด็จพระศาสดาบูชาด้วยพระกระดูกคางและศรีษะนี้ เมื่อพระเทวทัตได้กระทำความเคารพบูชาซึ่งพระศาสดาสำเร็จแล้ว แผ่นดินก็สูบพระเทวทัตลงไปสู่มหานรก ชื่อว่า อเวจี ให้เสวยทุกขเวทนามีเท้าทั้งสองจมลงไปในพื้นเหล็กแดงเพียงข้อเท้า มือทั้งสองจมเข้าไปในผนังเหล็กแดงเพียงข้อมือ ศีรษะจมเข้าไปในแผ่นเหล็กแดงเบื้องบนเพียงหู หลาวเหล็กโตเท่าลำตาลแทงตั้งแต่ศีรษะลงมาตลอดเท้า ในข้างผนังทั้ง ๔ มีหลาวเหล็กโตเท่าลำตาลพุ่งออกมาแทงกายพระเทวทัต ทะลุออกไปในท่ามกลาง ตรึงไว้ไม่ให้ไหว มีเปลวไฟพุ่งออกมาจากเบื้องบน เบื้องต่ำ และข้างทั้ง ๔ มาประชุมกันไหม้กายอินทรีย์ของพระเทวทัต โดยกายของพระเทวทัตแดงดังเหล็กสุก เสวยซึ่งกองทุกข์อยู่ในอเวจี ฯ

            ถามว่า เมื่อไรพระเทวทัตจะพ้นทุกข์ แก้ว่า ในที่สุดแห่งภัทรกัลป์นี้(หลังจากหมดอายุพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์ถัดไป ซึ่งก็คือพระศรีอริยเมตไตรยพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล) พระเทวทัตจึงจะพ้นจากอเวจีขึ้นมาตรัสรู้เป็นพระปัจเจกโพธิพระปัจเจกพุทธเจ้า ด้วยผลที่บรรพชาเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา แล้วก็ดับขันธ์เข้าสู่นิพพาน

            ถามว่า พระเจ้าอชาติศัตรูฆ่าบิดาตายจะมีโทษเป็นอย่างไร แก้ว่า โทษที่ฆ่าบิดา(ปิตุฆาต)ตายตัดเสียซึ่งนิสัยพระโสดาในชาตินั้น แต่พระเจ้าอชาติศัตรูรู้ซึ่งความผิด จึงให้โกมารภัจพาไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสเทศนาสามัญผลสูตร โปรดพระเจ้าอชาติศัตรูให้รู้ซึ่งบาป บุญ คุณ และโทษ ครั้นจบพระสัทธรรมเทศนาก็ทูลขออภัยโทษ พระองค์ก็ทรงโปรดด้วยกรุณา โทษที่พระเจ้าอชาติศัตรูฆ่าบิดา จึงได้เบาพ้นจากนรกชื่อ อเวจี มาตกนรกชื่อว่า โลหะกุมภี อันเป็นนรกบริวาร ครั้งที่สุดอวสานพ้นจากนรกแล้ว ก็จะมาตรัสรู้เป็นพระปัจเจกโพธิหรือพระปัจเจกพุทธเจ้า ได้สำเร็จมรรคผลด้วยกุศลที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา เป็นอุปถัมภกยกปฐมสังคายนา และกุศลทั้งหลายมีเชิญพระบรมธาตุไปก่อเป็นพระเจดีย์บรรจุไว้ให้เป็นที่ไหว้บูชาแก่มนุษย์ และเทวดาสิ้นกาลนาน

            ถามว่า พระเจ้าอชาติศัตรูอยู่ในท้องมารดานั้น(พระมารดาแพ้ท้อง) ทำให้มารดาอยากกินเลือดพระเจ้าพิมพิสาร ครั้นนานมาพระเจ้าพิมพิสารรู้เหตุ จึงเอาพระขรรค์(ดาบ)แทงลงตรงพระชงค์(หน้าแข้ง) เอาขันทองมารองพระโลหิต ให้พระนางเจ้าทรงเสวยให้หายอยาก แล้วหาหมอโหรมาทำนาย โหรก็ทายว่า ลูกที่อยู่ในครรภ์จะฆ่าพ่อ(ปิตุฆาต) พระมารดานั้นก็ให้ทาสีเหยียบนวดกวดขันหมายจะให้ครรภ์นั้นตกไป(ทำแท้ง) พระเจ้าพิมพิสารได้รู้เหตุ จึงทรงพระพิโรธจะลงโทษพระอัครชายา ตั้งแต่นั้นครรภ์ก็เจริญขึ้นจนประสูติออกมาเป็นโอรส(เจ้าชาย) และได้ตั้งชื่อให้เป็นมงคล(แก้เคล็ด)ว่า เจ้าชายอชาติศัตรู(คือเกิดมาไม่เป็นศัตรูกัน) ครั้นใหญ่โตขึ้นมาก็ฆ่าบิดาตายเหมือนนัยที่วิสัชนามาแต่หนหลัง

            เราท่านทั้งหลายได้ยิน ได้ฟังว่า คบคนพาลมีโทษ ย่อมตัดเสียซึ่งประโยชน์ในชาตินี้และชาติหน้า ดังพระเจ้าอชาติศัตรูและพระเจ้าพิมพิสาร อาศัยซึ่งคนพาล(พระเทวทัต) จึงตัดเสียซึ่งมรรคผล ชีวิตของตนก็ถึงซึ่งความพินาศ ดังบรรยายมาฉะนี้

จบมงคลที่ ๑ แต่เพียงเท่านี้ 

(จาก หนังสือ มงคลทีปนี หรือ มงคล๓๘ พิสดาร)







Copyright © 2010 All Rights Reserved.