ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
bulletคำบูชาหลวงปู่โลกอุดร
bulletวัตถุประสงค์ของการตั้งพระพุทธศาสนา
bulletที่ตั้งของบริษัท สุ จิ ปุ ลิ จำกัด
dot
Newsletter

dot
bulletการอุทิศบุญกุศล โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletอนาคตประเทศไทย โดย หลวงปู่ฤาษีลิงดำ
bulletการคิดแบบโยนิโสมนสิการ
bulletปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา
bullet๕ ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธประวัติ
bulletชื่อและอักษรย่อพระไตรปิฎก ฉบับของมจร.
bulletกรรมฐานเปิดโลก โดยหลวงปู่คง จตฺตมโล
bulletหลวงปู่สรวงเมตตารักษาโรคเอดส์
bulletกัลยาณมิตร
bulletอริยทรัพย์
bulletอุดมมงคล๓๘ ประการ
bulletบทเรียน : คนอกตัญญู
bulletมณีโจรชาดก
bulletพระนางพิมพา : นางแก้วคู่บุญบารมีพระพุทธเจ้า
bulletการไม่คบคนพาล : เป็นอุดมมงคลของชีวิต
bulletกรรมของ "พระรถเมรี"
bulletมัทนะพาธา : ตำนานดอกกุหลาบ
bulletพระสุธน-มโนราห์
bulletพญาครุฑ : ปกป้องชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
bulletตัวอย่าง : ตายจากคนเดิมไปเกิดเป็นคนใหม่
bulletหนี้กรรมข้ามชาติ : ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletตำนาน : สิงหไตรภพ
bulletกุสชาดก
bulletนิทาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : พิกุลทอง
bulletกรรมของ "นางอุสา-ท้าวบารส"
bulletตำนาน : พญาคันคาก รบกับ พระยาแถน
bulletพระคาถา : ชินบัญชร
bulletตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)
bulletตำนานรักอมตะ ; ผาแดง-นางไอ่
bulletตายแล้วเกิดใหม่
bullet"๑๘" : ศาสตร์จักรพรรดิ
bulletกุดสะราชชาดก : สังข์ศิลป์ชัย
bulletสุตตธนุชาดก
bulletวรวงสชาดก
bulletวนาวนชาดก
bulletพากุลชาดก
bulletกรรมของ "พระนล-พระนางทมยันตี"
bulletมหาสตรี : สาวิตรี
bulletกรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”
bulletตำนาน "พระนางจามเทวี"
bulletพระพี่นางสุพรรณกัลยา
bulletกรรมของ"จันทะโครพ"
bulletปาจิตตกุมารชาดก : ตำนานเมืองพิมาย
bulletพาราณสิราชชาดก
bulletจันทกินนรชาดก : ความรักของพระนางพิมพา
bulletสุวรรณหังสชาดก : โลภมากลาภหาย
bulletฉัททันตชาดก : กรรมของพญาช้างฉัททันต์
bullet๑๖ คำทำนายของพระพุทธเจ้า
bulletตำนานเพลงสาธุการ
bulletฉางเอ๋อ : ตำนานพระจันทร์คู่โลก
bulletสสปัณฑิตชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
bulletนิทานชาดก : กลโกงพ่อค้า
bulletนิทานชาดก : ตายเพราะไม่เรียน
bulletสมุทรโฆสชาดก : สมุทโฆษคำฉันท์
bulletสุวรรณสังข์ชาดก : สังข์ทอง
bulletพระยากง-พระยาพาน-ยายหอม : พระปฐมเจดีย์ และพระประโทนเจดีย์
bulletสมุททชาดก
bulletเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : ตำนานการสร้างหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง
bulletเจ้าแม่กวนอิม : เทพเจ้าแห่งความเมตตา
bulletเวรย่อมระงับด้วยการไม่ผูก(จอง)เวร
bulletชีวกโกมารภัจ : แพทย์ผู้ทำการรักษาพระพุทธเจ้า
bulletมหากาพย์ : พระอภัยมณี
bulletตำนาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : กาฬเกด
bulletนิทาน : ท้าวหงส์หิน
bulletตำนานรักอมตะ : นางฟ้าหยาด-ท้าวจันทราช
bulletอิเหนา
bulletตำนานอมตะ : นางไข่ฟ้า - ท้าวสุพรหมโมกขา
bulletท้าวคัชนาม
bulletพระโคบุตร
bulletพรหมจักรกุมารชาดก
bulletไกรทอง
bulletขูลู - นางอั๊ว
bulletขุนแผนแสนสะท้าน
bulletสุดยอดวีรกรรมของพระองค์ดำ ณ ทุ่งมหาราช
bullet"พญาครุฑ" กับ "พญานาค"
bulletวิญญาณบรรพบุรุษช่วยลูกชายให้ปลอดภัย
bulletตำนาน : สงกรานต์
bulletช้างต้นมงคลชัย ไปอยู่ที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี




ตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)

ตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)

     ***********************

เกริ่นนำ :

        ตำนานรักอมตะนี้ประทับใจผู้เรียบเรียงอย่างมาก ในเรื่องราวของความรักอัน บริสุทธิ์ จริงใจ ลึกซึ้ง และการรักษาสัจจะอธิษฐานของหนุ่มสาวในยุคอดีต ซึ่งแม้แต่ความตายก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าความรักอันบริสุทธิ์ และสัจจะวาจาที่สัญญาให้ไว้ต่อกันแต่อย่างใด และสถานที่ทั้ง๒ แห่งนี้ คือ ทั้ง “เขาสามมุก” และ “หาดบางแสน” ซึ่งผู้เรียบเรียงก็ชอบที่จะไปเที่ยวและพาครอบครัวไปด้วย โดยเฉพาะลูกๆจะได้เล่นน้ำทะเลกันที่นี้ หรือแม้แต่การลอยอังคารกระดูกบรรพบุรุษของตระกูลของผู้เรียบเรียงก็เลือกที่จะทำที่ทะเลแห่งนี้ จึงตั้งใจอยากจะเผยแพร่ในเว็บไซต์ของตนเองนี้บ้าง เพื่อเป็นธรรมทาน และอุทิศบุญกุศลแด่ดวงวิญญาณของเจ้าของตำนานรักอมตะนี้ทั้ง๓ ท่าน คือ “มุก” “แสน” และ “มะลิ” รวมไปถึง “พ่อกำนันบ่าย” และ “แม่เดิม”ด้วยนั้นเอง...สาธุ! สาธุ! สาธุ!

       และหากมีบางเรื่องผิดพลาดขาดตกบกพร่องไม่ตรงกับที่เกิดขึ้นจริงบ้าง ผู้เรียบเรียงก็ขอโทษและขออภัยบุคคลในตำนานในอดีตทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยเทอญ!

            ............................................................................................................

ก. ) กำเนิดของหนุ่ม “แสน”

            ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ณ ดินแดนชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของไทยที่เป็นชายหาดบางแสนในปัจจุบันนี้นั้น มีหมู่บ้านชาวประมงและชาวสวนอาศัยกันอยู่หลายครอบครัว มีครอบครัวๆหนึ่งผู้เป็นพ่อได้เป็นผู้ปกครองหมู่บ้านแถบนั้น เป็นพ่อกำนันมีชื่อว่า “กำนันบ่าย”เป็นคนกว้างขวาง มีฐานะ เป็นคนมีน้ำใจ เป็นคนสู้ชีวิต ใจถึง และรักความยุติธรรม ชาวบ้านจึงยกให้เป็นผู้นำไว้คอยปกครองลูกบ้านและติดต่อกับทางการแผ่นดินอโยธยา กำนันมีภรรยาแสนสวยชื่อ “นางเดิม” มีลูกชายคนโตชื่อว่า “แสน” เป็นลูกชายคนหัวปี(คนโต) ซึ่งพ่อกับแม่รักยังกับแก้วตาดวงใจหวังจะฝากผีฝากไข้และให้ดูแลกิจการงานต่างๆของครอบครัวในยามแก่ยามเฒ่า ครอบครัวของกำนันบ่ายนอกจากทำสวนแล้วยังทำประมงจับปลาในทะเล โดยมีโป๊ะออกเรือหาปลาหลายลำ มีข้าทาสและบริวารมากมาย ซึ่งคนส่วนใหญ่เรียกกำนันบ่ายว่า “กำนันโป๊ะ”ด้วย เนื่องจากมีโป๊ะหาปลาหลายลำนั้นเอง แสนได้เติบโตมาเป็นเด็กหนุ่มรูปงาม มีหน้าตาดี ผิวขาว เฉลียวฉลาด และเป็นคนมีสัจจะพูดคำใหนคำนั้น ซึ่งมีสาวๆมากมายหลายคนมาชอบและพยายามจะสานสัมพันธ์ เพราะนอกจากจะรูปหล่อหน้าตาดีแล้ว ยังมีฐานะร่ำรวยอีกด้วย แต่หนุ่มแสนก็ไม่ได้สนใจหรือชอบใครแต่อย่างใดเลย ชอบที่จะเที่ยวเล่นกับเพื่อนผู้ชาย โดยเฉพาะการทำว่าวไปวิ่งเล่นกันแถบชายหาดใกล้ภูเขาเตี้ยๆลูกหนึ่งที่อยู่ติดกับชายหาด ซึ่งเป็นกีฬาสุดโปรดของแสน และเด็กๆตลอดจนหนุ่มสาวแถวนั้น

           

ข.) ว่าวสื่อรัก “แสน” กับ “มุก”

            อยู่มาวันหนึ่งหนุ่มแสนได้ทำว่าวปักเป้าที่สวยงามและถูกใจตนเองเป็นพิเศษ และตั้งใจจะนำไปเล่นอวดและแข่งกับเพื่อนๆเช่นกันกับทุกวัน แต่ในวันนี้มีลมแรงเป็นพิเศษ เชือกผูกว่าวปักเป้าของแสนได้ขาดลง ทำให้ว่าวปักเป้าที่พึ่งทำมาใหม่ขาดลอยละลิ่วปลิวไปไกล แสนรู้สึกเสียดายจึงบอกกับเพื่อนๆว่าจะตามไปเก็บว่าวตัวนี้คืนมาให้ได้

            มีสาวน้อยน่ารักและแสนสวยคนหนึ่งชื่อว่า “มุก” อาศัยในกระท่อมเล็กๆที่ปลูกอยู่ใกล้ๆกับภูเขาลูกเตี้ยๆลูกนั้น โดยอาศัยอยู่กับ “ยายบุญ”เพียง๒ คน เนื่องจากสามีของยายได้เสียชีวิตจากไปเมื่อไม่นานมานี้ อีกทั้งพ่อแม่ของมุกที่อยู่บางปลาสร้อย(ในเมืองชลบุรีในปัจจุบัน)ได้เสียชีวิตลง มุกจึงได้ย้ายมาอยู่กับยายที่กระท่อมแห่งนี้ ซึ่งมุกชอบที่จะมานั่งดูเด็กๆและหนุ่มสาววิ่งเล่นว่าวกันที่บนเนินเขาลูกนี้อยู่เป็นประจำ โดยมุกมีเพื่อนเล่นคือลิงป่าแถวๆนั้นอีกด้วย วันนี้ก็เหมือนกับทุกๆวัน แต่วันนี้มุกได้พบกับว่าวปักเป้าที่ได้ขาดปลิวมาตกใกล้ๆกับที่มุกนั่งดูอยู่ มุกได้เดินไปหยิบมาเก็บไว้ ซึ่งในใจก็นึกชอบเพราะว่าวอันนี้สวยงาม และน่ารักดี แต่ก็อยากเก็บไว้ให้เจ้าของว่าวหากเขามาตามเพราะคิดว่าว่าวตัวนี้ยังใหม่และก็น่ารักดีด้วย เจ้าของเขาคงเสียดายและอยากได้คืนเป็นแน่แท้

            หนุ่มแสนวิ่งตามวิถีที่ว่าวได้ขาดลอยมาตกบริเวณหลังภูเขา จึงได้ปีนป่ายขึ้นมาอย่างยากลำบากและเหนื่อยหอบ และระหว่างที่เดินค้นหาอยู่ทั่วบริเวณแถวนั้น “เจ้ากำลังหาอะไรอยู่หรือ?” คำพูดเพราะๆ สำเนียงหวานๆภาษาอยุธยาโบราณแว่วมากระทบหูของแสน แสนจึงหันกลับไปหาเจ้าของเสียงนั้น แสนต้องตกตะลึง! ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยพบสาวคนใดที่น่ารักและสวยถูกใจอย่างนี้มาก่อนเลย แถมการพูดจาก็ไพเราะ กริยามารยาทก็ดูเรียบร้อยและน่ารัก ถูกอกถูกใจหนุ่มแสนยิ่งนัก ส่วนมุกเองก็ไม่แพ้กัน เธอไม่เคยนึกรักหรือชอบชายใดมาก่อน..แต่!ในวันนี้?.....แล้วรักแรกพบก็เริ่มก่อตัวในหัวใจของทั้งสองโดยอัตโนมัติ...ทั้งสองพูดคุยทักทายปราศรัยกัน...อย่างมีความสุขเหมือนเคยรักและเคยรู้จักกันมานานแสนนาน...จนมืดค่ำ เพื่อนๆของแสน คือ ไอ้หลง ไอ้แมง ต่างก็เป็นห่วง ออกตามหาแสนจนมาเจอแสนกับมุกกำลังพูดคุยกันอยู่อย่างสนุกสนาน สบตาปราศรัยกันอยู่อย่างน่าอิจฉา..เห็นแล้วก็สุขใจและดีใจกับเพื่อน...เพราะตั้งแต่เกิดมาเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ก็ไม่เคยเห็นแสนจะเป็นอย่างนี้มีความสุขอย่างเช่นวันนี้เลย... แต่ก็ค่ำมืดแล้วต้องรีบกลับบ้านเดี๋ยวพ่อกำนันจะดุเอา...แสนรู้สึกเสียดาย ทำไม?เวลาถึงผ่านไปเร็วนัก...แสนได้แนะนำเพื่อนฝูงกับมุกให้รู้จักกันไว้..และได้มอบว่าวปักเป้าไว้ให้มุกเป็นเครื่องหมายในการพบกันครั้งแรกของทั้งคู่...ซึ่งมุกเองดีใจและมีความสุขมากอย่างบอกไม่ถูก...แสนขออนุญาตมาพบกับมุกที่นี่ ซึ่งเป็นที่ๆทั้งคู่ได้แรกพบกันนี้ ณ สถานที่แห่งนี้ในวันถัดไปบ้าง..แล้วต่างคนต่างก็ล่ำลากลับบ้านกันอย่างมีความสุข และหัวใจพองโต...ซึ่งเหมือนกับว่าสิ่งที่ต่างคนต่างค้นหาและรอคอยในชีวิตมาตั้งนานได้พานพบแล้วนั้นเอง...มุกกลับมาบ้านพร้อมกับว่าวปักเป้าที่น่ารัก มุกได้นำไปเก็บไว้ข้างฝาในห้องนอนอย่างทนุถนอม เอาไว้มองดูแทนอะไร และความหมายลึกๆบางอย่าง อย่างมีความสุขในทุกๆคราวที่ได้มองดูว่าวปักเป้าอันนี้ จนยายสังเกตหลานสาวได้...

 

ค.) “สาบานรัก”บนภูเขาเหนือหน้าผา

            แล้วแสนกับมุกก็มาพบกันที่เดิมในเวลาเดิมที่ทั้งคู่เจอได้พบกันในครั้งก่อน โดยที่แสนบอกพ่อกับแม่ว่ามาวิ่งว่าวเล่นกับเพื่อนๆเหมือนเดิม แต่ไม่ได้เล่นว่าว ได้แอบปีนขึ้นมาบนเขานั่งเล่นกับมุกตามสัญญา ทั้งคู่ได้แต่มองดูพวกข้างล่างวิ่งว่าวกัน ต่างหยอกล้อพูดคุย วิ่งเล่นไล่กัน หยอกและให้อาหารลิงป่าแถวนั้นบ้าง...นานวันความสัมพันธ์ยิ่งแนบแน่นขึ้น...จนทั้งสองได้ตั้งสัจจะสาบานในความรักของทั้งคู่ โดยตั้งสัจจะอธิษฐานให้ฟ้า ดิน ทะเล ภูเขา เจ้าที่เจ้าทาง ที่อยู่บนภูเขาเหนือหน้าผาแห่งนี้เป็นพยานว่า... “จะรักและอยู่ด้วยกันตลอดไป...หากใครผิดคำสาบานแล้วไซร้ ก็ขอให้ตายอย่าได้มีชีวิตอยู่ต่อไป...เมื่อทั้งคู่สาบานเสร็จแล้วต่างสวมกอดกันแน่น...น้ำตาแห่งความสุข ความอิ่มเอิบ ความตื้นตันใจ และความเชื่อมั่น ความไว้วางใจในกันและกันจนล้นหัวใจ จนดูเหมือนกับว่าโลกทั้งโลกมีเขาและเธอเท่านั้นที่มีความสุขขนาดนี้...เมื่อจบคำอธิษฐานพร้อมกันของทั้งคู่ ฟ้าได้ร้องคำรามลั่นอย่างกึกก้อง!... ต่างคนต่างมองหน้ากันอย่างมีความสุข...แล้วแสนก็ได้ถอดแหวน ซึ่งแอบเตรียมไว้นานแล้วโดยใส่ไว้ที่นิ้วก้อยของตนเองไว้ก่อน...แล้วก็ถอดมาบรรจงสวมใส่นิ้วนางมือข้างซ้ายของสาวมุกแฟนสาวสุดที่รัก ที่เขามอบรักให้เธอจนหมดทั้งหัวใจให้แล้วนั้น อย่างบรรจงพอดิบพอดี...และแล้วฝนก็ตกโปรยละอองเม็ดเล็กๆลงมา...ดูเหมือนกับว่าสวรรค์จะพรมน้ำสังข์เป็นสักขีพยานรักให้กับเจ้าบ่าวและเจ้าสาวยังไงยังซะยังงั้นจริงๆ...

           

ง.) รักถูกกีดกัน

            ความผิดสังเกตที่พ่อกับแม่ของแสนซึ่งแอบสังเกตเห็นอยู่หลายวันมาแล้วนั้น ถึงแม้จะได้คาดคั้นเอากับไอ้หลง และไอ้แมง ซึ่งทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนรักของแสนซึ่งก็ไม่ได้บอกอะไรไป..แต่คนอาบน้ำร้อนมาก่อน และมีหูตาอยู่ทุกหนทุกแห่งอย่างพ่อกำนันมีหรือจะไม่รู้? ...จึงมาคุยกับลูกชายซึ่งๆหน้า แสนก็ได้สารภาพกับพ่อกับแม่ว่ารักมุกมาก มุกเป็นคนดี เป็นคนสวย มีกิริยามารยาทเรียบร้อยงดงามดีมาก เราสาบานรักกันและจะอยู่ด้วยกันไปจนตาย แต่แทนที่พ่อกำนันจะเห็นดีด้วย กลับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟและหาว่าแสนเป็นลูกไม่รักดี หาว่ามุกเป็นคนมีฐานะยากจน ไม่อยากให้คบหาเป็นแฟนกัน แสนจะต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสมฐานะกัน และห้ามแสนไปคบหากับมุกอีกเป็นอันขาด ไม่งั้นจะตัดพ่อตัดลูกกันทีเดียว แสนรู้สึกเศร้าและทุกข์ใจมาก ยิ่งรักและก็ยิ่งห่วงมุกมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ แต่ก็ไม่อยากทำให้พ่อกับแม่ทุกข์ใจเพราะตนเอง ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ได้แต่ให้ไอ้หลงกับไอ้แมงเพื่อนรักไปส่งข่าวและอย่าให้ใครมาจีบมาเกะกะมุกได้ และแสนก็แอบหนีพ่อกับแม่ไปพบกับมุกเมื่อสบโอกาสอยู่บ่อยครั้ง ถึงแม้จะไม่มาทุกวันเหมือนอย่างเคยก็ตาม จากความสวยความงามและกิริยามารยาทที่เรียบร้อยของมุกเป็นที่เลื่องลือไปไกล ยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งสวยขึ้น ก่อนที่มุกจะมาอยู่ที่ชายทะเลแห่งนี้ สาวๆในหมู่บ้านแถบนั้นต่างก็ไม่เดือดร้อน แต่เมื่อมุกย้ายมาอยู่ หนุ่มๆต่างยกให้มุกสวยและน่ารักที่สุด “ชบา”หญิงสาวที่แอบชอบและหลงใหลในหนุ่มแสนแต่แสนไม่ได้คิดอะไรกับเธอเลย เมื่อรู้ว่าแสนมาจีบมุกเธอยิ่งแค้นใจมาก เธอและ “ไอ้ระ”ซึ่งเป็นญาติของเธอนั้น เมื่อได้ยินข่าวของมุกถึงความสวยก็อยากมาดู ครั้นได้เห็นหน้ามุกต่างละเมอหลงใหล อยากได้มาครอบครอง แต่เมื่อรู้ว่ามุกเป็นแฟนกับแสนก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรมากนัก แต่เมื่อมีข่าวว่าพ่อกำนันห้ามแสนกับมุกคบกัน และแรงยุจากชบาให้รีบหาจังหวะชิงรักให้หนักขึ้น ไอ้ระจึงมาจีบมาตามตื้อและเอาขนมเสื้อผ้า อาหารการกิน หมากพลู มาให้ยายบุญและมุกเกือบทุกวัน แต่มุกไม่รับและไม่ใยดีใดๆ และไม่คิดเป็นอื่นเลย ถึงแม้ชบาและไอ้ระจะมาบอกว่าพ่อกำนันให้เลิกรักและเลิกคบหากันระหว่างแสนกับมุกแล้วก็ตาม มุกก็ยังมั่นใจในคำสาบานและได้ใส่แหวนของแสนอยู่ตลอดเวลาด้วย และคนที่มาจีบมุกก็ไม่ใช่มีแต่ไอ้ระเท่านั้น เพราะเมื่อทราบข่าวการห้ามแสนมาคบกับมุกของพ่อกำนันด้วยแล้วนั้น หนุ่มๆหลายคนรวมทั้งที่ไม่หนุ่มแล้วก็มี ต่างก็มาเทียวไล้เทียวขื่อมากขึ้นทุกวัน ข่าวคราวของมุกที่แสนได้คาดคั้นเอาจากไอ้หลงไอ้แมงเพื่อนรักเกี่ยวกับมุกนั้น ทำให้ทราบว่ามีคนมาจีบมุกหลายคน ทำให้แสนโกรธและกระวนกระวายใจมากยิ่งขึ้น และยิ่งรู้ว่าไอ้ระมาจีบด้วย แสนยิ่งโกรธจัด เพราะรู้นิสัยมันดีตั้งแต่เด็กแล้ว และตอนนี้ไอ้ระยิ่งมาหามุกที่กระท่อมบ่อยมากขึ้นๆแทบทุกวัน แสนจำใจขัดคำสั่งพ่อรีบหนีมาพบกับมุก ซึ่งในครั้งนี้ได้เตรียมชุดไทยสวยๆที่คัดเลือกและซื้อหามาให้มุกและยายของมุกด้วย โดยของมุกนั้นตั้งใจว่าจะได้ใส่ในเวลามีงานในเทศกาลทำบุญที่วัดจะได้สวยสง่าไม่อายใครๆ พอมาเจอพวกไอ้ระกับพรรคพวกที่กระท่อมของยายของมุก แสนโกรธมากทั้งๆที่แสนรีบมาเพียงคนเดียวเพราะกลัวพ่อกำนันรู้และจับได้ แล้วก็เกิดปากเสียงกับพวกของไอ้ระ ซึ่งแสนพกความโกรธความหึงหวงมาเต็มหัวอก พอมาเจอพวกนี้เข้ายิ่งเพิ่มความโกรธเป็นทวีคูณ ทำให้มีปากเสียงกันขึ้น พวกไอ้ระมากันหลายคน ส่วนแสนมาเพียงคนเดียว ถึงแม้ว่าจะเคยสู้กันในตอนเด็กๆและโดนแสนปราบมาแล้ว แต่ตอนนี้แสนมาคนเดียวพวกไอ้ระจึงเกิดความกล้าและจะเข้าชกต่อยแสน แต่ก่อนที่อะไรจะลุกลามไปไกล ยายบุญได้มาห้ามไว้ และมุกก็ได้ไล่พวกไอ้ระกลับไปอย่างไม่ใยดีใดๆ

            สร้างความเจ็บซ้ำ และความผิดหวังให้กับไอ้ระกับพรรคพวกมาก ด้วยความแค้นจึงวางแผนดักลอบทำร้ายแสนในขณะกลับบ้าน ซึ่งแสนมาตัวคนเดียว แต่ถูกแสนจัดการจนน่วมทั้ง๕ คน และก่อนที่อะไรจะเลยเถิดถึงขั้นใช้อาวุธกัน ไอ้หลง ไอ้แมง และลูกน้องพ่อกำนันบ่ายก็ตามมาถึง แสนได้ประกาศก้องว่าหากได้ยินว่าไอ้ระหรือใครก็ตามมาเกะกะระรานกับมุกอีก จะไม่ยอมให้เหยียบแผ่นดินร่วมด้วยเลยทีเดียว และจะจัดการให้ถึงที่สุด ข่าวการสร้างวีรกรรมอันห้าวหาญของแสน และการปราบคู่อริแบบ๑ ต่อ ๕ จนอยู่หมัด ดังกระฉ่อนไปทั้งบาง แม้แต่ชาวอ่างหิน(อ่างศิลา)และบางปลาสร้อยต่างโจษขานกัน พ่อกำนันเมื่อรู้ข่าวถึงกับควันออกหู ที่ลูกชายขัดคำสั่ง(แต่แอบภูมิใจในตัวลูกชายอยู่ลึกๆ ว่าช่างเด็ดเดี่ยว ใจถึง และมีฝีมือสมเป็นลูกพ่อจริงๆ) แต่ก็ยอมให้คบกับมุกคนยากจนเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด ถึงขั้นกักบริเวณลูกชายเลยทีเดียว พร้อมเปลี่ยนเวรยามคอยดูแล แม้แต่ไอ้หลงและไอ้แมงยังห้ามมาใกล้แสนอีกด้วย

            กำนันและภรรยาตั้งใจไว้ว่าจะให้ลูกชายอายุครบ๒๐ ปีก่อน แล้วจะให้บวชให้พ่อแม่สัก๑ พรรษา แล้วจึงจะให้แต่งงานกับลูกสาวของเศรษฐีซึ่งเป็นพ่อค้าอยู่ที่อ่างหิน(อ่างศิลาในปัจจุบัน) ชื่อ “ไพโรจน์”ซึ่งมีลูกสาวแสนสวยวัยใกล้เคียงกันกับแสน กำนันและเศรษฐีนั้นคบหาและรู้จักกันมานาน เพราะกำนันมาจ้างทำโป๊ะเรือหาปลาอยู่บ่อยๆ ซึ่งตอนนี้แสนอายุ๑๗  ปีแค่นั้นเอง แต่หากไม่ทำอะไรในตอนนี้เกรงว่าแสนจะหนีไปอยู่กินกับมุกซะก่อน การที่รอว่าจะให้บวชเมื่ออายุ๒๐ ปีนั้นจำเป็นต้องเปลิ่ยนแผนซะแล้ว กำนันจึงเร่งรัดการแต่งงานระหว่างแสนกับลูกสาวของพ่อค้าชาวอ่างหิน ซึ่งพ่อค้าก็ไม่ขัดใจขึ้นอยู่กับลูกสาว คือ “มะลิ”ซึ่งอายุเท่ากับแสนว่าจะยินยอมหรือไม่เท่านั้นเอง กำนันจึงชวนแสนมาเที่ยวอ่างหินบ้านพ่อค้า โดยมีเหตุผลคืออยากให้มะลิเห็นแสนเท่านั้น แต่แสนไม่รู้แผนการใดๆเลย เมื่อมาถึงบ้านพ่อค้าชาวอ่างหิน “มะลิ”ซึ่งได้แอบดูหนุ่มแสนอยู่ ก็รู้สึกหลงรักทันที รักตั้งแต่แรกเห็นเลยทีเดียว และมีความประทับใจมากกว่าที่เคยได้ยินจากคำบอกเล่าที่คนเขาพูดถึงแสนกันนั้นเอง อยากจะแต่งงานเป็นเจ้าของเข้าครอบครองทันที แต่สงวนมารยาทไว้ เมื่อผู้ใหญ่แนะนำให้รู้จักกันทั้งคู่จึงรู้จักและทักทายกัน แสนนั้นยิ่งสับสนปั่นป่วนได้แต่เออออไปตามมารยาทโดยที่ใจนั้นคิดถึงมุกทุกลมหายใจ

 

จ.) “แสน”หมั้นและแต่งงานกับ “มะลิ”

       มุกไม่เห็นแสนมาหาได้แต่ได้ยินข่าวลือว่าแสนจะแต่งงานกับสาวสวยลูกเศรษฐีพ่อค้าชาวอ่างหินในเร็วๆนี้ ทั้งไอ้หลงและไอ้แมงก็ไม่กล้ามาสู้หน้ามุก ยายบุญได้แต่คอยปลอบใจหลานสาวว่า “ยายดูคนไม่ผิดหรอก! แสนเป็นคนดีมีสัจจะ ใครได้เป็นคู่นับว่าสวรรค์เมตตาจริงๆ” ซึ่งมุกก็เชื่อยายและเชื่อในคำสาบานของทั้งคู่ ตลอดจนแหวนหมั้นที่สวมนิ้วเธออยู่ตลอดเวลานั้นเอง จึงพอที่จะอุ่นใจเมื่อมองดูแหวนและนึกถึงคำสาบานกันไว้

            แต่แล้วสิ่งที่เธอไม่อยากเชื่อและอยากได้ยินและไม่อยากให้เกิดขึ้นก็เป็นจริง ข่าวการหมั้นและกำหนดการแต่งงานในวันเดียวกันของแสนกับมะลิ กำลังจะมีขึ้น โดยงานก็จะจัดขึ้นที่บ้านของฝ่ายชาย และแสนก็ไม่ได้มาหาเธอมาส่งข่าวให้เธอทราบ หรือมาพูดคุยใดๆกับเธอเลย ยายบุญและมุกก็ถูกเชิญไปร่วมงานนี้ด้วย(โดยพ่อกำนันส่งคนของตัวเองมาเชิญไปร่วมงาน) มุกสาวน้อยผู้อาภัพรักและน่าสงสาร ได้พบความจริงของชีวิตที่ว่า นี่คือสิ่งที่โหดร้ายที่สุดตั้งแต่เธอได้พบได้เจอมา ตอนที่พ่อกับแม่จากเธอไป เธอเข้าใจในโชคชะตาในการเกิดแก่เจ็บตาย และเธอก็โตเป็นสาวและมียายอยู่ทั้งคนจึงทำใจได้บ้าง แต่นี่คือความรักและอนาคตข้างหน้าของเธอซึ่งเธอวาดฝันและทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง โดยที่ไม่ได้เผื่อใจว่าจะไม่สมหวังหรืออกหักไว้สักนิดหนึ่งเลย เธอเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างที่สุด ข้าวปลาไม่กิน นอนร้องให้น้ำตาเปียกหมอน ไม่พูดไม่จา ยายบุญสงสารหลานแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับเหมือนกับหลานสาว นึกน้อยใจในวาสนาและความยากจนที่พ่อกำนันบ่ายรังเกียจ มุกหาเหตุผล และหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้เลย คำพูดที่นางชบา และยายตลอดจนคนอื่นๆว่าเพราะเรายากจนจึงเป็นแบบนี้ ซึ่งการจะแก้ไขให้รวยและมีฐานะอย่างทันทีก่อนงานแต่งก็คงเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่มุกบอกกับตัวเองและปลอบใจตนเองไว้ว่าเธอต้องเข้มแข็งเข้าไว้ ช่วงเวลาที่ทรมานมากขึ้นๆทุกขณะกับวันเวลางานแต่งของคนรักที่ใกล้เข้ามาๆทุกทีทุกขณะเช่นเดียวกัน เธอมีชีวิตอยู่แค่เพียงได้แต่หายใจไว้เพื่อรอไปร่วมงานแต่งงานและอวยพรให้คนที่เธอรักจนหมดหัวใจเพียงเท่านั้น เธอพยามยามแข็งใจว่าเธอจะไปร่วมงานให้ได้อย่างไร? เธอจะอวยพรคู่บ่าวสาวและรดน้ำสังข์อย่างไร? เธอคิดวนเวียนอยู่แค่นี้ซ้ำไปซ้ำมา วนไปวนมา เธอซูบผอมลง ขอบตาเขียวช้ำ ไม่ค่อยมีสง่าราศีและร่าเริงเลย ทั้งๆที่เธอสวยและน่ารักกว่าใครทั้งหมดในแถบย่านนั้นก็ว่าได้ เธอนึกถึงคำสาบาน เธอมองแหวนที่นิ้วมือ เธอยิ่งเสียใจและร้องให้ออกมาแทบทุกครั้ง และเมื่อใดที่เธอเข้าไปในห้องนอน เธอพบเจอกับว่าวปักเป้าอันเป็นที่ระลึกในการพบรักของเธอกับแสนในครั้งแรก เธอยิ่งเจ็บปวดทุกข์ทรมานจนแทบหัวใจสลายทุกครั้ง เธอได้แต่นึกตำหนิในโชคชะตาของเธอว่า ทำไม? ถึงโหดร้ายกับเธอยิ่งนัก!

            ในงานแต่งงานซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะของพ่อกำนันบ่ายผู้กว้างขวางแห่งชายฝั่งทะเลตะวันออกของไทย แขกเหรื่อมากันมากมาย ข้าวปลาอาหาร เหล้ายา ปลาปิ้ง ขนม ผลไม้ และของชำร่วยมีแจกจ่ายและอิ่มหนำสำราญไม่ขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด ช่วงเช้าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวทำบุญตักบาตรร่วมกัน แสนนั้นหล่อมากแต่ซ่อนความทุกข์และเศร้าใจไว้หากไม่สังเกตก็ดูจะกลมกลืน ส่วนมะลิในชุดไทยนั้นสวยมากไม่มีที่ติ จนทุกคนโดยเฉพาะพ่อกำนันและแม่เดิมของแสนมั่นใจว่ามะลิจะทำให้แสนลืมมุกได้อย่างแน่นอน ได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แก้มแทบปริที่เห็นลูกชายสุดที่รักจะเป็นฝั่งเป็นฝาจะได้หมดห่วงหมดกังวลในสิ่งที่กังวลอยู่ พิธีหมั้นมีสินสอดมากมายซึ่งมากกว่าการแต่งงานของใครในแถบย่านนั้นทั้งหมด แล้วพิธีสวมแหวนหมั้นที่เจ้าบ่าวจะสวมให้เจ้าสาวก็ได้ถูกจัดขึ้น ซึ่งเป็นแหวนเพชรเม็ดงามและราคาแพงมาก ที่พ่อและแม่ของเจ้าบ่าวได้เตรียมมอบให้กับลูกสะใภ้ แสนได้สวมแหวนให้มะลิโดยที่แสนทั้งดีใจและคิดถึงมุก นึกเห็นภาพและความรู้สึกที่ตัวเองเคยสวมแหวนให้มุกแฟนสาวสุดที่รักผู้น่าสงสารในขณะนั้นด้วย ส่วนมะลิเธอมีความสุขที่สุดในโลกที่ความรักของเธอสมหวัง เธอจะได้ครอบครองและเป็นภรรยาของหนุ่มในฝันของเธอในเร็วๆนี้แล้วนั้นเอง แล้วท้องฟ้าก็ร้องคำรามลั่นขึ้นมาอีกครั้ง

            ในพิธีรดน้ำสังข์เจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้เจิมหน้าผากโดยพ่อพราหมณ์แล้ว ทั้งคู่ก็ได้นั่งคู่กันสวมด้ายมงคล ซึ่งทั้งคู่ได้ก้มรับคำอวยพรและรับน้ำสังข์จากแขกผู้มีเกียรติตามลำดับ  ส่วนท้องฟ้าและบรรยากาศนอกบ้านกลับมืดครึ้ม มีลมแรงขึ้นๆ มีฟ้าร้องและฟ้าคำรามในบางครั้ง แต่ทุกคนก็เห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาของชาวชายฝั่งทะเลแถวนี้ชึ่งเคยชินกันอยู่แล้วนั้นเอง แขกทยอยรดน้ำสังข์และอวยพรคู่บ่าวสาวตามลำดับ ซึ่งแสนก้มหน้าเมื่อนึกถึงมุกขึ้นมาคราวใดและคิดถึงมุกมากในบางจังหวะ แต่ก็พยายามข่มและเก็บสีหน้าท่าทางไว้เพื่อให้ทุกอย่างออกมาดีสมกับที่พ่อแม่ตั้งใจและทุ่มเทให้ทั้งชีวิตเพื่อแสนและมะลิในอนาคต

            และแล้วระหว่างที่แสนก้มหน้ารอรับน้ำสังข์และคิดอะไรในใจอยู่นั้น พลันก็ได้ยินเสียงคุ้นๆ “...ข้าขออวยพร...ให้เองทั้งสอง... ครองรักกันอย่างมีความสุข... อยู่กินกันจนถึงไม้เท้ายอดทองตะบองยอดเพชร...” เสียงนั้นขาดๆติดๆขัดๆ ตะกุกตะกัก เป็นเสียงผู้หญิง! เสียงนี้คุ้นๆ และแล้วก็มีสิ่งหนึ่งหล่นลงมือของแสนพร้อมกับน้ำสังข์ ...มันคือ แหวน! ใช่ แหวน! ของแสนที่เคยสวมให้มุกนั้นเอง! ใช่แล้ว มุก!..เธอนั้นเอง แสนเงยหน้าขึ้น “มุก...แสนตะลึง! “...ข้าเอาแหวนมาคืน!...คนโกหก!..คนหลอกลวง!..” แล้วมุกก็ร้องให้สะอึกสะอึ้นหนักขึ้นๆ และมากขึ้นกว่าเดิม... แล้วเธอก็หันหลังกลับทันที.. เธอรีบวิ่งลงจากบ้านไป...แสนลุกพรวดพราดขึ้นทันที.. แล้วตะโกน “มุก! ฟังข้าก่อน..”  “มุก! รอก่อน”...แล้วก็รีบวิ่งตามมุกไป ปากก็ร้องตะโกน “มุก! รอก่อน” ... “มุก! ฟังข้าก่อน”… แขกเหรื่อที่อยู่ในงาน ทุกคนตกใจ ตกตะลึง! มะลิ รีบลุกขึ้นแล้วร้องตะโกนตามคนรักไป “รอมะลิด้วยๆ” ลมเริ่มแรงขึ้นๆ ฝนเริ่มลงเม็ดใหญ่ขึ้น ถี่ขึ้น ฟ้าร้องคำรามลั่น ดังขึ้นๆ ถี่ขึ้นๆ...พ่อกำนันบ่าย แม่เดิม ยายบุญ เศรษฐีไพโรจน์และเมีย ไอ้หลง ไอ้แมน และอีกมากมายที่มาร่วมงานนี้...ต่างร้องเรียกกันโวกเวก ตกอกตกใจ ตกตะลึง พอได้สติก็วิ่งตามทั้ง๓ คนไป ต่างล้มลุกคลุกคลาน ทุลักทุเล ลมฝนกรรโชกแรงขึ้นๆ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่าหนักขึ้นๆ... “มุก! รอข้าด้วย”.. “มุก! ฟังข้าก่อน” ... “แสน! รอมะลิด้วยๆ”............มุกวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ไม่เหลียวหลังมาฟัง หรือรออะไร หรือใครทั้งนั้น!.......

 

ฉ.) เซ่นสังเวย “เขาสามศพ”

       เมื่อมุกวิ่งมาถึงภูเขาซึ่งเป็นที่ๆเคยสัญญาและสาบานรักกับแสนคนรักของเธอ...เธอยืนเหม่อลอย..เธอแต่งตัวในชุดที่แสนซื้อให้อย่างงดงามในวันนี้วันเป็นแรกเลย...เธอไม่ได้ยินเสียงเรียกของแสนที่กำลังวิ่งตามมาอย่างทุลักทุเล...ที่ล้มลุกคลุกคลานท่ามกลางลมแรงและฝนที่หนักขึ้นๆ...แต่อย่างใด “คนโกหก”... “คนหลอกลวง”...ฝ้าผ่า...เปรี้ยง!..แล้วมุกก็กระโดดลงจากหน้าผาลงไปในทะเลเบื้องล่างทันที!!!!!!!!.......

            เมื่อแสนวิ่งมาถึง “โอ้! ไม่ๆๆๆๆ!!!!!” “ ...ฟ้าดิน! เจ้าป่า! เจ้าเขา! เจ้าทะเล!...จงเป็นพยาน.......ข้า! ไม่ได้โกหก!....ข้า! ไม่ได้ผิดคำสาบาน!......มุก!...รอข้าด้วย!...ข้า!...ขอโทษ!!!!!! ” …เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่า...แล้วแสนก็พุ่งร่างลงจากหน้าผาสู่ท้องทะเลที่กำลังบ้าคลั่งในเบื้องล่างทันที!!!!!!!!!................

            “แสน! รอข้าด้วย”........... “แสน! ข้ารักเอง”.......... “อย่า!ทิ้งข้าไป” .... “ข้า!...ไม่ยอมมีชีวิตอยู่..หากไม่มีเอง”........ “รอข้าด้วยๆๆๆ”........เปรี้ยง!....แล้วมะลิเจ้าสาวหมาดๆก็ทิ้งร่างลงจากหน้าผาสู่ท้องทะเลเบื้องล่างตามคนรักของเธอไปในทันที....เช่นกัน!

            เมื่อกำนันบ่ายวิ่งตามมาถึง ได้เจอกับไอ้หลงไอ้แมงซึ่งวิ่งแซงหน้ามาถึงก่อน ได้ถามทั้งที่เหนื่อยหอบ “ไอ้แสนลูกข้าอยู่ใหน?” สองเพื่อนของลูกชายไม่ตอบได้แต่ก้มหน้าสะอึกสะอื้นให้  เมื่อพ่อกำนันมาถึงหน้าผา ไม่เห็นใคร? ทั้งมุก แสน และมะลิ พ่อกำนันเข่าทรุดลงกับพื้นทันที! ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร?  “แสนลูกพ่อ.. พ่อ!...ขอโทษ!...” ... “พ่อ!..ขอโทษๆๆๆ...ฮือๆๆๆ” “พ่อผิดเอง... ที่บังคับเอง... กีดกันเอง.. มุก! ข้าขอโทษ.. มะลิ!.. ข้าขอโทษ...ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”....

            บรรยากาศช่างโศกสลด น่าเวทนายิ่งนัก ฝนตกลมแรงไม่หยุดและหนักขึ้นๆทุกขณะ เสียงร้องให้ เสียงร้องเรียกกันระงมไปทั่วทั้งบริเวณนั้น แม่เดิมเป็นลมหมดสติ ยายบุญ และแม่ของมะลิก็เช่นกัน ต่างโกลาหล ช่วยปฐมพยาบาลกันอย่างทุลักทุเล ต่างร้องบอกกันให้ไปช่วยกันงมหาศพในทะเล...ท่ามกลาง เสียงฟ้าร้อง ฝ้าผ่า และลมกรรโชกแรง ดังราวกับว่าฟ้าพิโรธ!!!!!!!...

 

ช.) อนุสรณ์ “เจ้าแม่เขาสามมุก” และ “เจ้าพ่อบางแสน”

      

            การค้นหาศพนั้น ศพของสาวมุกได้เจออยู่ใกล้หน้าผานั้นเองเป็นศพแรก ส่วนศพที่สองที่เจอคือศพของเจ้าสาวมะลินั้นเอง ซึ่งได้เจอในที่ซึ่งไม่ไกลจากที่พบศพของมุกมากนัก บริเวณตรงนี้ในปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ “ศาลเจ้าแม่เขาสามมุก”ในปัจจุบัน

        แต่ศพของเจ้าบ่าวแสนไม่พบเจอในวันนั้น แต่หลายวันถัดมาได้พบเจอว่าเกยตื้นแถวๆหาดบางแสน ที่ใกล้ๆกับที่ตั้งของ“ศาลเจ้าพ่อแสน”ในปัจจุบัน

            ในตอนที่เสียชีวิตนั้นแสนและมะลิอายุเท่าๆกัน คือ๑๗ ปีกว่าๆ ส่วนมุกนั้นอายุยังไม่เต็ม๑๖ ปีดีนัก

        ซึ่งคนในยุคนั้นได้เรียกและขนานนามภูเขาที่ทั้งสามคนกลายเป็นศพนั้นว่า “เขาสามศพ” บางคนก็เรียกว่า "เขาแสนมุก"ก็มีเหมือนกัน แต่ต่อมาผู้คนยุคถัดมาเกิดความกลัวและได้เจอในความอาถรรพ์ ความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ และปาฎิหาริย์ของเขาแห่งนี้อยู่บ่อยครั้ง จึงได้เปลี่ยนชื่อและเรียกให้ไพเราะขึ้นใหม่ว่า “เขาสามมุก”แทน และได้จัดสร้างศาลขึ้นมา ชื่อว่า “ศาลเจ้าแม่เขาสามมุก”จนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งการกราบไหว้สักการบูชาและขอพรจากเจ้าแม่ โดยเฉพาะในเรื่องของความรักขอให้สมหวังนั้น มีประสบการณ์จากหลายๆท่านว่าสำเร็จ มีปาฏิหาริย์ และศักดิ์สิทธิ์จริงๆ

            ในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ และปาฎิหาริย์ของทั้งสองศาลนี้ มีคนรุ่นก่อนบอกต่อๆกันมาว่า ไม่มีพายุใหญ่ หรือคลื่นยักษ์ใดๆจะมาทำลายชายฝั่งทะเลแถบนี้ได้ และผู้มีอภิญญาญานได้บอกอีกว่า ในอนาคตอีกนานแสนนานก็ไม่สามารถที่จะกระทำได้ เพราะเจ้าพ่อและเจ้าแม่ทั้ง๓ ท่าน คอยดูแลและปกปักรักษาเขาสามมุกและชายหาดบางแสนอยู่นั้นเอง

            ภูเขาเล็กๆเตี้ยๆ แต่ศักดิ์สิทธิ์มากแห่งนี้ ที่ผู้คนเรียกขานกันว่า “เขาสามศพ” หรือ “เขาสามมุก” ได้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดชลบุรีอีกด้วย

 

ซ.) บทส่งท้าย

                        ...การเวียนว่ายตายเกิดของทุกดวงจิตทุกดวงวิญญาณ ต่างก็วนเวียนในสังสารวัฏนี้ด้วยกันทุกคน ครั้งแล้วครั้งเล่า...

            “มะลิ”และ “มุก”ได้ไปเกิดเป็นหญิงอีก เป็นพี่น้องกันในดินแดนที่เป็นเกาะทางภาตใต้ของไทย ในคราวยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมะลิเป็นพี่ส่วนมุกเป็นน้อง(ชื่อเหมือนเดิม) โดยทั้งคู่ได้สร้างวีรกรรมคุณงามความดีอย่างยิ่งใหญ่ ให้กับแผ่นดินเกิดและชาติไทย ในการรักษาชาติบ้านเมืองและขับไล่อริราชศัตรูจนพ่ายแพ้และถอยทัพกลับไปอย่างบอบช้ำ อันวีรกรรมที่ประเสริฐและยิ่งใหญ่เกรียงไกรของเธอทั้งสองนี้ ได้มีจารึกและมีอนุสรณ์ให้คนรุ่นหลังได้ระลึกนึกถึงและกราบไหว้สักการบูชามาจนถึงทุกวันนี้

            ส่วน “แสน”ได้กลับมาเกิดบนแผ่นดินไทยยุครัตนโกสินทร์เช่นกัน โดยเกิดเป็นลูกของ “แม่เดิม”เช่นเคย ได้สร้างวีรกรรมคุณงามความดีให้กับชาติบ้านเมือง และวงศ์ตระกูลอย่างยิ่งใหญ่ยากที่ใครๆจะกระทำได้  ในการเป็นทหารองครักษ์ที่จงรักภักดียิ่ง มีวีรกรรมและผลงานที่ยิ่งใหญ่และติดตาตรึงใจ ตลอดจนเป็นที่กล่าวขานกันมาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งในระดับชาติ และในระดับนาๆชาติ อีกทั้งยังได้กลับไปพัฒนา และสร้างบ้านเมืองแทบชายฝั่งทะเลตะวันออกอีกด้วย ซึ่งอยู่ถัดไปจากที่ๆตนได้จบชีวิตมาในครั้งนั้นไม่ไกลมากนัก จนเจริญรุ่งเรืองและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้

            สำหรับ “พ่อกำนันบ่าย”หรือ “กำนันโป๊ะ” ก็ได้วนเวียนไปเกิดตามบุญตามกรรมที่ได้สร้างมาในอดีต ในแทบชายฝั่งทะเลตะวันออกถิ่นเดิมเหมือนเคย เป็นผู้ที่กว้างขวาง ใจถึง สู้ชีวิต รักความยุติธรรม และทุ่มเทพัฒนาชาติบ้านเกิดเมืองนอนให้มีความเจริญรุ่งเรือง จนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและดึงดูดนักท่องเที่ยวไปทั่วโลกเหมือนในอดีตเช่นเดิม

            ส่วน “ไอ้หลง”ได้ไปเกิดในถิ่นอื่น แต่ก็มามีภรรยาเป็นคนแถบนั้นเหมือนเคย สำหรับ “ไอ้แมง”ได้เกิดในถิ่นนั้น แต่ได้ไปมีภรรยาในถิ่นอื่น

 

                ...ที่ใดมีรัก! ที่นั่นมีทุกข์!...

 

            *************************************

 

          ขอน้อมจิตอันเป็นกุศลนี้ คารวะ และสักการะดวงวิญญาณของเจ้าของตำนานรักอมตะและยิ่งใหญ่นี้ทุกท่านด้วย

          ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วจากบ่วงมาร และขอให้ได้พบ “พระนิพพาน” ในอนาคตกาลทุกท่านด้วยเทอญ   สาธุ! สาธุ! สาธุ!







Copyright © 2010 All Rights Reserved.