ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
bulletคำบูชาหลวงปู่โลกอุดร
bulletวัตถุประสงค์ของการตั้งพระพุทธศาสนา
bulletที่ตั้งของบริษัท สุ จิ ปุ ลิ จำกัด
dot
Newsletter

dot
bulletการอุทิศบุญกุศล โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletอนาคตประเทศไทย โดย หลวงปู่ฤาษีลิงดำ
bulletการคิดแบบโยนิโสมนสิการ
bulletปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา
bullet๕ ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธประวัติ
bulletชื่อและอักษรย่อพระไตรปิฎก ฉบับของมจร.
bulletกรรมฐานเปิดโลก โดยหลวงปู่คง จตฺตมโล
bulletหลวงปู่สรวงเมตตารักษาโรคเอดส์
bulletกัลยาณมิตร
bulletอริยทรัพย์
bulletอุดมมงคล๓๘ ประการ
bulletบทเรียน : คนอกตัญญู
bulletมณีโจรชาดก
bulletพระนางพิมพา : นางแก้วคู่บุญบารมีพระพุทธเจ้า
bulletการไม่คบคนพาล : เป็นอุดมมงคลของชีวิต
bulletกรรมของ "พระรถเมรี"
bulletมัทนะพาธา : ตำนานดอกกุหลาบ
bulletพระสุธน-มโนราห์
bulletพญาครุฑ : ปกป้องชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
bulletตัวอย่าง : ตายจากคนเดิมไปเกิดเป็นคนใหม่
bulletหนี้กรรมข้ามชาติ : ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletตำนาน : สิงหไตรภพ
bulletกุสชาดก
bulletนิทาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : พิกุลทอง
bulletกรรมของ "นางอุสา-ท้าวบารส"
bulletตำนาน : พญาคันคาก รบกับ พระยาแถน
bulletพระคาถา : ชินบัญชร
bulletตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)
bulletตำนานรักอมตะ ; ผาแดง-นางไอ่
bulletตายแล้วเกิดใหม่
bullet"๑๘" : ศาสตร์จักรพรรดิ
bulletกุดสะราชชาดก : สังข์ศิลป์ชัย
bulletสุตตธนุชาดก
bulletวรวงสชาดก
bulletวนาวนชาดก
bulletพากุลชาดก
bulletกรรมของ "พระนล-พระนางทมยันตี"
bulletมหาสตรี : สาวิตรี
bulletกรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”
bulletตำนาน "พระนางจามเทวี"
bulletพระพี่นางสุพรรณกัลยา
bulletกรรมของ"จันทะโครพ"
bulletปาจิตตกุมารชาดก : ตำนานเมืองพิมาย
bulletพาราณสิราชชาดก
bulletจันทกินนรชาดก : ความรักของพระนางพิมพา
bulletสุวรรณหังสชาดก : โลภมากลาภหาย
bulletฉัททันตชาดก : กรรมของพญาช้างฉัททันต์
bullet๑๖ คำทำนายของพระพุทธเจ้า
bulletตำนานเพลงสาธุการ
bulletฉางเอ๋อ : ตำนานพระจันทร์คู่โลก
bulletสสปัณฑิตชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
bulletนิทานชาดก : กลโกงพ่อค้า
bulletนิทานชาดก : ตายเพราะไม่เรียน
bulletสมุทรโฆสชาดก : สมุทโฆษคำฉันท์
bulletสุวรรณสังข์ชาดก : สังข์ทอง
bulletพระยากง-พระยาพาน-ยายหอม : พระปฐมเจดีย์ และพระประโทนเจดีย์
bulletสมุททชาดก
bulletเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : ตำนานการสร้างหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง
bulletเจ้าแม่กวนอิม : เทพเจ้าแห่งความเมตตา
bulletเวรย่อมระงับด้วยการไม่ผูก(จอง)เวร
bulletชีวกโกมารภัจ : แพทย์ผู้ทำการรักษาพระพุทธเจ้า
bulletมหากาพย์ : พระอภัยมณี
bulletตำนาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : กาฬเกด
bulletนิทาน : ท้าวหงส์หิน
bulletตำนานรักอมตะ : นางฟ้าหยาด-ท้าวจันทราช
bulletอิเหนา
bulletตำนานอมตะ : นางไข่ฟ้า - ท้าวสุพรหมโมกขา
bulletท้าวคัชนาม
bulletพระโคบุตร
bulletพรหมจักรกุมารชาดก
bulletไกรทอง
bulletขูลู - นางอั๊ว
bulletขุนแผนแสนสะท้าน
bulletสุดยอดวีรกรรมของพระองค์ดำ ณ ทุ่งมหาราช
bullet"พญาครุฑ" กับ "พญานาค"
bulletวิญญาณบรรพบุรุษช่วยลูกชายให้ปลอดภัย
bulletตำนาน : สงกรานต์
bulletช้างต้นมงคลชัย ไปอยู่ที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี




กรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”

กรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”

*****************

     "ลิลิตพระลอ"นี้ ผู้เรียบเรียงเองชอบบทกลอนมากตั้งแต่สมัยตอนเรียนมัธยมศึกษาแล้ว และยังจำได้แม่นว่ารูปแบบของ “โคลงสี่สุภาพ”ที่ถูกต้องนั้นให้เทียบเคียงกับบทต่อไปนี้ คือ

เสียงลือเสียงเล่าอ้าง   อันใด พี่เอย

เสียงย่อมยอยศใคร   ทั่วหล้า

สองเขือพี่หลับใหล   ลืมตื่น ฤๅพี่

สองพี่คิดเองอ้า   อย่าได้ถามเผือฯ

และโคลงสี่สุภาพที่ติดตราตรึงใจของผมมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กจนถึงปัจจุบัน และท่องติดปากอยู่จนทุกวันนี้ อันเนื่องมาจากว่ามีความงดงามในคำ อักษร และความหมายลึกซึ้งกินใจจริงๆ ดังนี้

ร้อยชู้ฤาเท่าเนื้อ   เมียตน

เมียแหล่พันฤาดล   แม่ได้

ทรงครรภ์คลอดเป็นคน   ฤาง่าย เลยนา

เลี้ยงยากนักท้าวไท้   ธิราชผู้มีบุญฯ

 

          ซึ่งลิลิตพระลอนี้แต่งขึ้นในสมัย “สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ”(ชื่อนี้ใช้ได้กับเพียง ๒ ท่านเท่านั้น คือ พระอิศวร และ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า)กษัตริย์ยอดนักปราชญ์และนักปกครองที่เยี่ยมยอดแห่งราชอาณาจักรสยามกรุงศรีอยุธยา ซึ่งพระองค์ยังได้แต่ง “ลิลิตยวนพ่าย”ไว้ด้วย(ในคราวที่พระองค์ได้ปราบราชอาณาจักร “ล้านนา”อันยิ่งใหญ่เกรียงไกรของ“พระเจ้าติโลกราชมหาราช”ของล้านนา(เชียงใหม่)ในยุคนั้น คำว่า “ยวนพ่าย”ก็คือ “ชาวล้านนาแพ้”หรือ “ชาวเหนือแพ้”และได้ตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยาของพระองค์นั้นเอง เก่งไม่เก่งก็ดูว่ารบชนะ “มหาราช”ของล้านนาได้อย่างไร? เก่งกว่ามหาราชอีก!) ซึ่งลิลิตพระลอนี้ได้รับการยกย่องจากนักวรรณคดีของไทย(วรรณคดีสโมสร)ให้เป็นสุดยอดของลิลิตของไทยเลยทีเดียว โดยเรื่องนี้นอกจากให้ความสวยงามทางวรรณคดีแล้ว ยังให้ความจริงอันเป็นสัจธรรมของชีวิตมนุษย์ในแง่ต่างๆเช่น ความรัก ความกตัญญู ความอาฆาตพยาบาท การจงรักภักดี อำนาจ อิทธิฤทธิ์ ไสยศาสตร์ การเมืองการปกครอง และวัฒนธรรมประเพณีโบราณ เป็นต้น ซึ่งแฝงหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา และสัจธรรมความจริงที่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงที่ “อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา”จริงๆ

 

เนื้อเรื่องโดยย่อ :

       ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ในดินแดนภาคเหนือของไทย มีตำนานรักอมตะของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง” และ “ศึกสงครามของ ๒ นครา” คือ “เมืองแมนสรวง”(ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง) และ “เมืองสรอง”(ปัจจุบันอยู่ในอำเภอสอง จังหวัดแพร่)

       “พระยาแมนสรวง”เจ้าผู้ครองเมืองแมนสรวง ซึ่งมีความสามารถในการปกครองและในการรบที่เก่งกาจ มีมเหสีแสนสวยและมีบุญญาธิการมาก คือ “พระนางบุญเหลือ” โดยมีพระโอรสด้วยกันพระองค์หนึ่ง คือ “พระลอ” หรือ “ขุนลอ” หรือ “เจ้าชายลอดิลกราช”ซึ่งมีรูปงามมากแม้แต่องค์อินทร์ก็ไม่สามารถเปรียบปานได้ เป็นคนกตัญญูและมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดมาก ซึ่งพระบิดาและพระมารดาตลอดจนชาวเมืองแมนสรวงต่างประทับใจและหวงแหนมาก พระเจ้าแมนสรวงใคร่อยากจะปราบปรามเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงและนำมาเป็นเมืองขึ้นหรือเมืองประเทศราช จึงได้ระดมไพร่พลกรีฑาทัพบุก “เมืองสรอง” ซึ่งมี “พระยาพิมพิสาครราช”เป็นเจ้าเมือง ซึ่งมีพระราชโอรสคือ “ขุนพิชัยพิษณุกร”ซึ่งเกิดแต่พระมเหสีเอกซึ่งได้สวรรคตไปแล้ว เหลือแต่พระมารดาเลี้ยง โดยพระองค์ได้อภิเษกกับ “พระนางดาราวดี” และได้มีพระธิดาร่วมกัน ๒ พระนาง คือ “พระเพื่อน” และ “พระแพง” ซึ่งมีพระสิริโฉมงดงามและลือกระฉ่อนไปไกล

              ในการศึกครั้งนั้นพระยาพิมพิสาครราชเสียทีพ่ายแพ้ในการทำสงคราม “ยุทธหัตถี”จึงถูกตัดพระเศียรสวรรคตบนหลังช้างทรง ขุนพิชัยพิษณุกรทรงขับช้างเข้ากันพระศพพระบิดาแล้วปิดประตูเมืองยันข้าศึกไว้ได้ไม่ให้เสียเมือง พระยาแมนสรวงไม่สามารถตีหักเอาได้และเสบียงไม่พอจึงล่าถอยกลับเมืองแมนสรวงไป หลังจากจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพพระบิดาแล้ว ก็ได้รับการสถาปนาเป็น “พระยาพิชัยพิษณุกร”ครองเมืองสรองสืบต่อมา และได้ส่งพระราชธิดาทั้งสองไปอยู่เป็นเพื่อนกับ “พระแม่ย่า” ซึ่งพระแม่ย่านั้นมีความอาฆาตพยาบาทพระยาแมนสรวงและชาวเมืองแมนสรวงมากนักที่รบชนะและฆ่าสามีของพระนาง ซึ่งสาบานว่าจะทำลายพระยาแมนสรวงและชาวเมืองแมนสรวงให้หายแค้น และได้สั่งสอนสองพระธิดาซึ่งเป็นหลานให้เคียดแค้นและสาบานว่าจะทำลายเมืองแมนสรวงด้วย หากไม่ทำตามสาบานก็ขอให้ตายอย่าได้มีชีวิตอยู่ จะด้วยอะไรดลใจหรือเคียดแค้นอย่างใดก็แล้วแต่ แต่ก็ได้สาบานไปแล้วนั้นเอง

             ฝ่ายเมืองแมนสรวงครั้นหลายปีถัดไปพระยาแมนสรวงก็ชราภาพและได้สวรรคตไป จึงได้สถาปนา “พระยาลอดิลกราช”ขึ้นเป็นเจ้าเมืองแทน พระนางบุญเหลือได้พร่ำสอนและเลี้ยงดูประคบประหงมพระลอมาอย่างดีตั้งแต่เด็ก แต่ก็หวั่นในพระทัยลึกๆเกี่ยวกับศัตรูคือเมืองสรองโดยเฉพาะแม่ย่าเมืองสรองนั้นร้ายกาจนัก พระนางจึงได้สู่ขอ “พระนางลักษณวดี”ซึ่งเป็นพระธิดาของเจ้าเมืองหริภุญชัยมาเป็นพระมเหสีของพระลอด้วย ซึ่งพระนางทรงเป็นขัติยะนารี และพระนางทรงมีพระสิริโฉมงดงามและเป็นกุลสตรีที่ดีหาที่ใดเปรียบได้ยาก ซึ่งถูกพระทัยของพระลอมากยิ่งนัก

        อันว่าความหล่อเหลามีพระรูปงามของพระลอนั้นร่ำลือกันเป็นหนักหนา ใครเห็นใครก็ลุ่มหลง อย่าว่าแต่มนุษย์ธรรมดาเลยเทพธิดาและนางฟ้าต่างก็หลงใหลหมายปองเช่นกัน ดังมีคำสรรเสริญและบรรยายลักษณะความงดงามของพระองค์ โดยเฉพาะในเพลง “ยอยศพระลอ” ดังนี้

ยอยศพระลอ

(ชาย) รอยรูปอินทร์หยาดฟ้ามาอ่าองค์ในหล้าแหล่งให้คนชม
งามสมขุนลอท้าว น้ำพระทัย ณ หัวเจ้ายิ่งแม่กาหลง
ยาม ธ ทรงคขสาร ธ ยิ่งหาญยิ่งกล้าเกินพญาสีหราชท้าวกลางศึก
พระบาทเจ้าล้านโลกใครบ่เท่าพ่อขุนแมนสรวง
(
หมู่หญิง) ลา ล้าลาลาล้าลาลา ล้าลาหล่าล้าลาลา
(
ชาย) รูปดั่งองค์อินทร์ หยาดฟ้ามาสู่ดิน โสภินดั่งเดือนดวง
เหนือแผ่นดินแมนสรวง เหนือปวงหนุ่มใด
(
หมู่หญิง) ล้าลาล้าหล่าลา ล้าลาลาล้าหล่าลา
(
หมู่หญิง) เหล่าอนงค์หลงสวาท ยอม เป็นทาส รักบำเรอ นามขุนลอท้าวเธอ ทรงสถิต ณ ทรวงใจ
(
ชาย) ลุ่มแม่กาหลงเจ้าหรือจะเท่าถึงครึ่งแม้น้อยหนึ่งน้ำหทัย เมื่อทรงคชสาร ธ ยิ่งหาญยิ่งกล้า
(
หมู่หญิง) หล่าลาล้าลาลาหล่า
(
ชาย) ดั่งพญาสีหราชผู้เป็นใหญ่
(
หมู่หญิง) หล่าลาล้าลาลาหล่า
(
ชาย) ใช่เพียงศึกรบสยบ ธ ทรงชัย แม้ในศึกรัก พระยังยิ่งใหญ่
(
หมู่หญิง) หล่าลาล้าลาลาหล่า
(
ชาย) นาฎอนงค์ปลงใจใคร่อิงอุ่น
(
หมู่หญิง) หล่าลาล้าลาลาหล่า
(
ชาย) นับล้านโลกาล้วนบ่ควรคู่บุญ ดั่งพ่อขุน (ล้าลา) แมนสรวง เอย

         อันแผนการล้างแค้นของพระแม่ย่านั้น เริ่มขึ้นโดยการจะให้คนไปโพนทะนาถึงความงามของ๒ พระธิดาหลานสาวให้พระลอหลงใหลอยากมาพบเจอที่เมืองสรอง แล้วขอร้องให้กองทัพ “เมืองพะเยา”ซึ่งก็เป็นศัตรูกับเมืองแมนสรวงด้วย ให้ยกเข้าตีเมื่อกองทัพเมืองแมนสรวงยกทัพมาเมืองสรอง ซึ่งตกลงและวางแผนการอย่างดี แต่นางบุญเหลือแม่ของพระลอได้แต่งงานให้พระลอกันไว้ก่อนแล้ว แต่แผนการของแม่ย่ายังไม่พอแม่ย่านั้นเป็นคนมีคาถาอาคมเรียนไสยศาสตร์ ใช้ไสยศาสตร์ใส่พระยาพิมพิสาครราชจนหลงใหลทำให้ได้เป็นมเหสีอีกองค์และได้ทำร้ายมเหสีใหญ่องค์ก่อนจนสิ้นพระชนม์ไป แต่ตัวเองก็ไม่สามารถมีบุตรและธิดาใดๆ จึงได้เลี้ยงพระพิชัยพิษณุกรและสองพระธิดาซึ่งเป็นหลานสาวนั้นเอง แผนการไม่หยุดแค่นั้นยังทำไสยศาสตร์ใส่เมืองแมนสรวงและพระลอให้หลงใหลรูปงามของสองพระธิดา ให้ทนไม่ไหวต้องยกทัพมาที่เมืองสรองนี้ จะได้ลอบปลงพระชนม์ให้หายแค้น และเมืองแมนสรวงต้องแตกสลายด้วยการโจมตีของกองทัพเมืองพะเยาตามแผนการที่วางไว้ ซึ่งสองพระธิดาเมื่อเติบโตเป็นสาวทรงมีพระสิริโฉมงดงามเลื่องลือไปไกล แต่เมื่อโตพอที่จะคิดเห็นและรู้อะไรๆมากขึ้นๆด้วยพระองค์เองแล้ว ก็ทรงรู้สึกหลงรักเพียงแค่ได้ยินชื่อพระลอ และเสียงร่ำลือเสียงเล่าอ้างของพระลอว่ามีรูปงามกว่าใครๆแม้องค์อินทร์ก็ไม่ปาน ใครก็อยากได้ยลได้ใกล้ชิดพระองค์ อยากเป็นทาสรับใช้ก็ยังดี ซึ่งสองพระธิดาก็ไม่แตกต่างจากคนอื่นอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ อันเนื่องจากบุรพกรรมและบุพเพสันนิวาสนั้นเอง ทำให้คิดถึงพระลออยากเห็นหน้าอยากได้มาครอบครองจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องให้พระพี่เลี้ยงช่วยหาทางใดๆก็ได้ขอให้ได้พบพระลอ ยิ่งทั้งสองได้ทราบแผนการของท่านย่าที่จะฆ่าพระลอและให้กองทัพเมืองพะเยาเข้าตีเมืองแมนสรวง ก็ให้รู้สึกยิ่งรักยิ่งสงสารอยากบอกแผนการลับต่างๆให้พระลอทราบจะได้ไม่เป็นอันตราย และเมืองแมนสรวงจะได้ไม่เสียหาย ซึ่งอยากมาให้เห็นหน้าไวๆและจะได้บอกความลับจะได้ไม่เป็นอันตรายและให้รีบกลับเมืองจะได้ป้องกันการโจมตีจากทัพข้าศึกได้นั้นเอง ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นหลายปีก่อนเพิ่งจะสาบานว่าจะทำลายเมืองแมนสรวงและชาวแมนสรวงแล้วก็ตาม ซึ่งหากว่าไม่ทำตามคำสาบานนั้นจะต้องตายก็ยอม ซึ่งพระพี่เลี้ยงคือ “นางรื่น” กับ “นางโรย”ก็สงสารสองพระธิดาที่เป็นเจ้านายยิ่งนัก จึงได้เสนอแผนให้สองพระธิดาไปขอความช่วยเหลือจาก “ปู่เจ้าสมิงพราย”ที่ถ้ำในป่า

    เรานี้เราเทพเจ้า       จอมผา ไสนา

เขาใสสมญาเรา         ปู่เจ้า

แรงบุญส่งสนองมา          พูลเพิ่ม แลแม่

เสวยพิภพล้านเช้า           ชั่วฟ้า ล่มกัลป์

           ซึ่งท่านเป็นพระฤาษีที่มีอิทธิฤทธิ์และทรงอภิญญาแก่กล้าหาผู้ใดเทียมได้ยากนัก ซึ่งสองพระธิดาได้โกหกพระบิดาและพระแม่ย่าว่าไม่สบายเพราะผีป่าจำเป็นต้องเข้าป่า และขออนุญาตเอาช้างทรงไปเที่ยวเรียกขวัญในป่าด้วยจึงจะหายไข้ ซึ่งพระบิดาก็ทรงยินยอม ปู่เจ้าสมิงพรายท่านนั่งทางในพิจารณาดูตามคำขอร้องของสองพระธิดาแล้ว ท่านก็ตัดสินใจช่วยอันเนื่องมาจากว่าทั้ง “สามพระองค์”นี้ ต่างลงมาเกิดเพื่อมาชดใช้เวรกรรมร่วมกันบนโลกมนุษย์นั้นเอง ซึ่งการตัดสินใจช่วยแต่การที่พระลอจะมาถึงเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับว่าทางโน้น สามารถที่จะแก้ไขและป้องกันได้แค่ไหน

        ทางฝ่ายพระลอนั้นหลังจากที่ได้ยินเสียงร่ำลือถึงความงดงามของสองพระธิดาบ่อยๆ และโดนไสยศาสตร์ของพระแม่ย่าเมืองสรอง ก็อยากไปดูสองพระธิดาที่เมืองสรองด้วยตัวเองยิ่งนัก แต่ติดที่พระมารดาและพระมเหสีไม่ยินดีและอนุญาตจึงลังเลและไม่ได้ไป ทำให้พระทัยปั่นป่วนมึนงงกินไม่ได้นอนไม่หลับกระสับกระส่ายทุกข์ทรมานใจเป็นที่สุด

     พระลอลาบ่ได้      ทนทุกข์ อยู่นา

บัดนั่งบัดนอนลุก    ละห้อย

ไอศวรรย์เปนสุข     เสวยโศก ไส้นา

โหยคะนึงเสน่ห์สร้อย     บ่ได้สร่างเสบยฯ

        เท่านั้นยังไม่พอการใช้อิทธิฤทธิ์และไสยศาสตร์ของปู่เจ้าสมิงพรายก็เริ่มขึ้นดังนี้

ครั้งที่๑ : ทำยันต์เสน่ห์ใส่ โดยใช้กังหันลมติดยอดยางเจ็ดอ้อมกำกับ ทำให้พระลอฝันเห็นพระเพื่อนพระแพงร่ำร้องอยากจะไปหาอยากจะเห็นหน้าใจจะขาด แต่ทางแมนสรวงแก้มนต์แรกนี้ได้

ครั้งที่๒ : ใช้ธงสามชายปักปลายตะเคียนเก้าคนโอบส่งยาสั่งไป แต่ทางแมนสรวงโดย “พ่อหมอสิทธิชัย”ช่วยแก้ไขได้ และยังได้ช่วยทำการป้องกันไว้เป็นอย่างดี คือ “...บั้นในใช้อารักษ์ กลางไว้ยักษ์บริบาล ทวารนอกใช้ปีศาจ อากาศไว้ภูตคณา…”

ครั้งที่๓ : ปู่เจ้าสมิงพรายใช้ไม้ตายเรียกพระลอมา “ศึกที่สองนคราสลาเหิร” โดยปู่เจ้าได้เรียกสารพัดผีมา แล้วสั่งการให้ไปทะลวงเกราะป้องกันเมืองแมนสรวงที่พ่อหมอสิทธิชัยสร้างทำไว้ป้องกัน เพื่อเปิดทางให้ “สลาเหิร”(คำหมาก สำหรับคนกินหมาก คนโบราณชอบกินมาก เหมือนคนปัจจุบันชอบเคี้ยวหมากฝรั่งนั้นเอง) ซึ่งการรบพุ่งของผีปู่เจ้าสมิงพรายกับเทวาอารักษ์ภูตผีแห่งเมืองแมนสรวงนั้นปรากฏว่า สู้ผีเมืองสรองไม่ได้ต่างเผ่นหนีไปกันหมด เปิดโอกาสให้ปู่เจ้าใช้ “สลาเหิร”ลอยขึ้นและพุ่งไปแล้วตกลงปะปนในพานหมากของพระลอ ครั้นพระลอเสวยหมากมนต์นั้น ก็เกิดอาการหนักหนา สุดความสามารถที่พ่อหมอสิทธิชัยจะช่วยแก้ไขได้แล้ว

            ช่างน่าสงสารพระลอ พระมารดานางบุญเหลือ และพระมเหสีลักษณวดียิ่งนักตลอดจนข้าทาสบริวาร ทหาร และชาวเมืองแมนสรวงยิ่งนัก ที่เจ้าเหนือหัวอันเป็นที่รักของทุกคนไม่สมประดีมีอาการเหม่อลอยคิดถึงต่อสองพระธิดาเมืองสรอง อยากจะไปหาในทันที แต่ต่างก็ห้ามและหน่วงเหนี่ยวเอาไว้ ซึ่งที่ปรึกษา พระมารดาและพระพระมเหสีต่างลงความเห็นให้แต่งทูตและผู้ใหญ่ไปสู่ขอสองพระนางมาให้พระองค์ แต่พระองค์ก็ไม่ยอมอยากพบพระพักตร์ทั้งสองด้วยพระองค์เอง พระมารดาบุญเหลือนั้นท่านรู้และเข้าใจทุกอย่างนี่คือการแก้แค้นและทำลายราชวงศ์และบ้านเมืองแมนสรวงไม่ใช่เรื่องรักใคร่เพียงอย่างเดียวเป็นแผนการอันโหดเหี้ยมและลึกล้ำ แต่ไม่รู้จะบอกและสอนอย่างไรเนื่องจากพระลอนั้นไม่ปกติหากพระลอปกติใครในแดนหล้าหรือจะสู้พระองค์ได้ หัวอกผู้เป็นมารดานั้นแทบสลาย พระมเหสีได้แต่ร่ำร้องให้จนพระเนตรบวม ทรงยอมทุกอย่างยอมให้พระสวามีมีมเหสีอีกได้ แต่ไม่อยากให้เสด็จไปให้เขาฆ่าพระองค์ ซึ่งมีโคลงบทหนึ่งที่พระนางบุญเหลือได้ทรงเตือนสติพระลอ ดังนี้

เจ้าไปแล้วเจ้าจัก    คืนเมือ ลูกเอย

เนื้อสู่เสือฤๅเสือ    จักไว้

ฟังคำพ่อคิดเหลือ    เหลือที่ คิดนา

คิดบ่ได้ล้วนได้    แต่ร้อนฤๅเสบย ฯ

          แต่พระลอก็ได้ตอบนางบุญเหลือพระมารดาว่า แล้วแต่บุญกรรมที่จะเป็นไปดังนี้ ว่า

     ถึงกรรมจักอยู่ได้    ฉันใด พระเอย

กรรมบ่มิมีใคร      ฆ่าข้า

กุศลส่งสนองไป      ถึงที่ สุขนา

บาปส่งจำตกข้า     ช่วยได้ฉันใดฯ

         พระลอสั่งเตรียมทัพ สั่งงานเมือง ล่ำลาพระมารดา พระมเหสี และเหล่าสนมนางในอย่างดี ตลอดจนข้าทาสบริวารของพระองค์(เป็นนัยของการล่ำลาครั้งสุดท้าย!)บรรยากาศช่างโศกเศร้าและดูวังเวงพิกล แต่พระมารดาและพระมเหสีก็อวยพรและมาส่งขบวนทัพด้วยพระองค์เอง พระนางลักษณวดีร่ำร้องพระทัยแทบขาดทรงใช้สองแก้มนวดหลังพระบาทและใช้ปอยผมจากศรีษะของพระนางเช็ดหลังพระบาทของสามีแล้วอวยพรให้พระองค์โชคดีมีชัยและสมหวังกลับมาแมนสรวง ทางฝั่งกองทัพเมืองพะเยาก็สอดแนมและสืบความเคลื่อนไหวอยู่ หากกองทัพเมืองแมนสรวงรบกับเมืองสรอง ก็จะเข้าตีและยึดแมนสรวงเพราะทหารและกษัตริย์ที่เก่งๆไม่อยู่ก็คงตีเอาได้โดยง่าย

            ครั้นเมื่อพระลอยกทัพมาถึง “แม่น้ำกาหลง” พระลอได้หยุดพักทัพ และได้ลงสรงน้ำในแม่น้ำ ซึ่งพระองค์ได้เสี่ยงน้ำและอธิษฐานในการเดินทัพครั้งนี้ ปรากฏว่าแม่น้ำกาหลงได้กลายเป็นสีเลือดและน้ำได้ไหลวนอย่างน่ากลัว เป็นนิมิตหมายว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายกับพระองค์ แต่พระองค์ก็มิได้หวั่นเกรงหรือเลิกล้มความตั้งใจแต่ประการใดทั้งสิ้น

ครั้งที่๔ : ส่วนสองพระธิดาให้กระวนกระวายอยากให้พระลอถึงเมืองสรองและได้พบพระพักตร์เร็วไว เพราะทราบข่าวว่ากองทัพพระลอได้ยกทัพมาที่เมืองสรองแล้ว จึงได้ขอให้ปู่เจ้าสมิงพรายทำพิธีช่วยเหลืออีก โดยครั้งนี้ปู่เจ้าได้เสก “ไก่แก้ว”ที่สวยงามและมีเสียงขันที่ไพเราะไปล่อให้พระลอติดตามมาถึงเมืองสรองโดยไว ซึ่งได้ผลพระลอให้หยุดทัพและตั้งค่ายไว้นอกเมืองไม่ต้องตามเสด็จไป ให้ตามไปแค่ทหารคนสนิทคือ “นายแก้ว”และ “นายขวัญ” โดยพระลอปลอมเป็นพราหมณ์ชื่อ “ศรีเกศ”ส่วนนายแก้วและนายขวัญเปลื่ยนชื่อเป็น “นายราม” และ “นายรัตน์” ซึ่งพระธิดาทั้งสองก็ได้ให้นางรื่นและนางโรยมาเฝ้าดูความเป็นมาเป็นไปที่ประตูเมือง ทั้ง ๔ คนได้เจอกันพูดคุยเจรจาปราศรัยถูกอกถูกใจกันเป็นยิ่งนัก อาจจะด้วยบุพเพสันนิวาสนั้นเอง ทั้งสี่จึงวางแผนให้พระลอและพระธิดาทั้งสองได้เจอกันในอุทยาน “สวนขวัญ”ซึ่งพระธิดาทั้งสองจะเสด็จมาเที่ยวชมเป็นประจำนั้นเอง

        เมื่อแรกประสบพบเจอสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในหัวใจของทั้งสามพระองค์ ก็เกิดขึ้นอย่างแปลกประหลาดและมหัศจรรย์ยิ่งนัก ต่างรักใคร่หลงใหลเหมือนเคยอยู่ร่วมเรียงเคียงคู่กันมานานแสนนาน ต่างถูกอกถูกใจกันยิ่งนักสิ่งที่เคยรับรุ้และเคยได้ยินได้ฟังมานั้น ไม่อาจเทียบกับความรุ้สึกที่ได้พบเห็นและพุดคุยกันจริงๆเลย พระลอนั้นรูปงามและมีเสน่ห์เกินชายใดในไตรภพเลยทีเดียว พระลอเองก็หลงใหลรักใคร่ในสองพระธิดามากที่สุดเกินหักห้ามใจและพระธิดาทั้งสองช่างสวยงามและมีเสน่ห์ดึงดูดใจพระลอให้หลงใหลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยบุพเพสันนิวาสและความใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้นๆ ทั้งสามพระองค์ก็ได้เสียเป็นสามีภรรยากันในที่สุด และนายแก้วกับนายขวัญก็ได้เสียเป็นสามีภรรยากับนางรื่นนางโรยด้วยเช่นเดียวกัน จากการนัดพบกันที่สวนขวัญนั้นยังไม่พอ ทั้งหมด ๗ ท่านนั้น ได้แอบเข้าไปในวังฝ่ายในของพระธิดาทั้งสองด้วย ซึ่งสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันช่างมีความสุขไม่มีอะไรจะมาเปรียบปานได้ นานวันเข้าการประพฤติตนที่แปลกประหลาดของพระธิดาทั้งสองได้ถูกสังเกตมากขึ้นและถูกจับผิดมากขึ้นๆ จนความลับถูกเปิดเผยในที่สุด เมื่อพระลอได้เข้ามาอยู่ในวังได้ครึ่งเดือนแล้ว พระยาพิชัยพิษณุกรได้ข่าวก็ทรงพระพิโรธได้รีบรุดเสด็จเดินทางมาอย่างทรงพระพิโรธ ได้บุกเข้าไปในวังของพระธิดาทั้งสองด้วยพระองค์เอง และก็ได้พบเห็นได้ประสบความจริง แต่ครั้นได้พบพระพักตร์พระลอความโกรธความอาฆาตพยาบาทกลับหายไป การอ่อนน้อมถ่อมตนและทรงเล่าความจริงอย่างจริงใจไม่ปิดบังใดๆและการขอเป็นราชบุตรเขยของพระองค์อย่างจริงใจไม่อหังการ์และถือตัวใดๆของพระลอ ทำให้พระยาพิชัยพิษณุกรอยากได้ราชบุตรเขยจอมกษัตริย์แห่งแมนสรวงคนนี้ทันที เมื่อทุกอย่างเลยตามเลยพระองค์ก็จะจัดพิธีอภิเษกสมรสให้ตามที่ต้องการสมกับการที่มีพระประสงค์และดั้นด้นเดินทางมาไกลและยากลำบาก ซึ่งสร้างความสุขโสมนัสและปลื้มปิติมาสู่ทั้ง ๗ คน ถือว่าสวรรค์เมตตาและเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งนัก

          แต่ครั้นพระยาพิชัยพิษณุกรได้แจ้งให้พระแม่ย่าทราบ พระแม่ย่ากลับทรงพระพิโรธดังใครเอาไฟมาสุมพระองค์ทีเดียว พระนางคิดว่าเสียทั้งสามีไป แล้วลูกศัตรูยังบุกมาแย่งเอาหลานรักเป็นภรรยาถึงในวังในห้องบรรทม แถมพระบิดาคือลูกชายกับจะยกลูกสาวและจัดพิธีแต่งงานให้อีก พระแม่ย่าทนและยอมไม่ได้เด็ดขาด แต่พระมหากษัตริย์ได้ตรัสและประกาศไปแล้วย่อมไม่คืนคำ พระแม่ย่าอ้างพระบัญชากษัตริย์สั่งให้ทหารหน่วยปราบปรามเป็นกองร้อยบุกไปจับตัวพระลอและองครักษ์ทั้งสองมาประหารชีวิตให้หายแค้นในคืนนี้ เมื่อทหารบุกเข้าไปในวังของพระธิดาเพื่อจับตัวพระลอและนายแก้วนายขวัญมาประหาร ทั้งสามไม่ยอมขอสู้ตาย ซึ่งทั้งสองพระธิดาทรงตกพระทัยมาก และไม่ยินยอมเช่นกันต่างก็จับดาบเป็นอาวุธเตรียมต่อสู้ทันที ทหารของเมืองสรองบุกเข้าจับกุมแต่ถูกต่อสู้และฟาดฟันกันอย่างถึงพริกถึงขิง ทำให้ทหารของเมืองสรองบาดเจ็บและล้มตายไปหลายคน และทหารเมืองสรองก็ไม่สามารถทำอะไรได้ถนัดเพราะกลัวถูกพระธิดาทั้งสองจะได้รับอันตราย จึงทำการถอยทัพปรับแผน โดยให้ใช้การยิงลูกธนูอาบยาพิษก็จะทำให้ทั้งสองพระธิดาปลอดภัย และก็จะทำให้ทั้งพระลอและลูกน้องจากแมนสรวงตายได้ อีกทั้งไม่ต้องเสียทหารจากการสู้รบด้วยดาบซึ่งสู้ทั้งสามรวมทั้งสองพระธิดา รวมทั้งนางรื่นนางโรยไม่ได้แล้วนั้นเอง ในระหว่างการปรับเปลิ่ยนแผนและล้อมวังไว้ไม่ต่อสู้กันนั้น ทั้ง ๗ ตัดสินใจต่อสู้เปิดทางหนีออกจากเมืองเพื่อไปรวมกับกองทัพของพระลอที่อยู่นอกเมืองให้ได้ แล้วจะพากันหนีไปอยู่แมนสรวงด้วยกันทั้งหมดต่อไป

           ซึ่งเสียงดังอึกทึกครึกโครมในวังทำให้พระพิชัยพิษณุกรทรงตื่นจากบรรทม ได้ตรัสถามทหารและรีบเสด็จมาดู ก็ได้พบเห็นการต่อสู้ของบ่าวผู้จงรักภักดีกระทำการอย่างห้าวหาญเพื่อปกป้องนาย ภรรยาต่อสู้เอากายเข้าปกป้องสามีสุดที่รักที่ถูกลูกธนูอาบยาพิษพุ่งเข้าใส่ร่างราวห่าฝน ยืนพิงกันกอดกันสิ้นพระพระชนม์ใกล้กับประตูทางออกจากเมืองสรอง โดยที่ร่างยังไม่ล้มลงแต่กายสั่นระริกด้วยพิษบาดแผล เลือดแดงฉานทั่วร่างและไหลนองพื้น พอพระองค์ได้สติได้ตะโกนตรัสสั่งให้หยุดยิงแล้วสั่งให้ถอยไป พระยาพิชัยรีบเสด็จเข้าไปอุ้มพระศพทั้งสามด้วยความโศกเศร้าเสียพระทัยจนแทบจะวายปราณ ทรงโทมนัสทุกข์ทรมานเกินบรรยาย พระมเหสีดาราวดีทรงตกพระทัยตื่นบรรทมตามมาพบเข้า ทรงตกพระทัย และเสียพระทัยมากจนเป็นลมหมดสติลงไป บรรยากาศช่างโศกสลด อดสู หดหู่และน่าเวทนายิ่งนัก พระองค์ทรงพระพิโรธและเดือดดาลยิ่งนัก แต่สงบพระทัยไว้ไม่ให้เสียการใหญ่ ค่อยสืบสาวราวเรื่องอย่างชาญฉลาด และตรัสถามว่าใครลงมือทำจะได้ความดีความชอบและใครเป็นคนสั่งการ ซึ่งเมื่อพระราชาตรัสชมยกย่องและมีผลงานจะได้รางวัลต่างก็รายงานไม่ปิดบัง พระองค์เมื่อกระจ่างแล้วก็ได้สั่งทหารอีกชุดหนึ่งเข้าจับกุมตัวแล้วนำไปตัดหัวและแขวนคอให้ตายอย่างสาสมไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป ส่วนพระแม่ย่าพระมารดาเลี้ยงซึ่งอ้างพระบัญชาสั่งการโดยพละการนั้น ได้สั่งให้ทำการประหารอย่างทรมานโดยหั่นเนื้อเป็นชิ้นๆออกจากร่างทีละชิ้นๆ แล้วนำศพไปแห่ประจานทั่วเมืองไม่ให้เอาเยี่ยงอย่างต่อไป

          พระองค์ได้รีบส่งข่าวไปเมืองแมนสรวงถึงพระนางบุญเหลือและพระนางลักษณวดี ให้มาประชุมจัดงานพระราชพิธีศพตามพระราชประเพณี ถึงแม้จะเจ็บปวดทุกข์ทรมานและขมขื่นเพียงใด ทั้งที่ทำใจไว้ก่อนแล้วแต่ทั้งพระมารดาและพระมเหสีของพระลอ ตลอดจนชาวแมนสรวงก็ยากที่จะทำใจ แต่การแก้ไขสถานการณ์ด้วยปฏิภาณและไหวพริบที่ดีของพระยาพิชัยพิษณุกร ก็ทำให้ทั้งสองเมืองจากที่เคยเป็นศัตรูกันก็กลายมาเป็นมิตรกัน ต่างก็เข้าใจและทำใจกันได้ อีกทั้งทางกองทัพเมืองพะเยาเมื่อทราบข่าวก็รู้สึกสะเทือนใจไม่มีกระจิตกระใจอยากจะรุกรานและข่มเหงซ้ำเติมเมืองแมนสรวงแต่อย่างใด ก็เลยไม่คิดจะทำการรบตีเอาเมืองแมนสรวงเป็นการซ้ำเติมอีก เมืองแมนสรวงก็รอดพ้นเคราะห์กรรมไปได้อีกวาระหนึ่ง

          โดยการประชุมกันของทั้ง๒ เมือง ซึ่งมีมติตกลงร่วมกันว่าให้ทำพิธิพระราชทานเพลิงพระศพของกษัตริย์ทั้งสามและองครักษ์ทั้ง ๔ นั้น ณ ที่เมืองสรอง แล้วให้สร้างพระธาตุเจดีย์บรรจุพระอัฐิของทั้ง ๓ กษัตริย์ไว้ที่เมืองสรอง แล้วพระนางบุญเหลือพระมารดาและพระนางลักษวดีมเหสีหม้ายผู้น่าสงสารของพระลอ ก็ได้นำพระอัฐิของพระลอพระสวามีของพระนางเองอีกส่วนหนึ่งกลับไปกระทำบุญตามพระราชประเพณีที่เมืองแมนสรวงต่อไป

สิ่งใดในโลกล้วน    อนิจจัง
คงแต่บาปบุญยัง    เที่ยงแท้
คือเงาติดตัวตรัง    ตรึงแน่น อยู่นา
ตามแต่บุญบาปแล้    ก่อเกื้อรักษาฯ

.......................................

 

หมายเหตุ :

๑. พระนามเต็มของพระเพื่อนและพระแพง คือ “พระเพื่อนแก้ว” และ “พระแพงทอง”

๒. พระนางบุญเหลือพระมารดาผู้ประเสริฐและยิ่งใหญ่ของพระลอ และชาวแมนสรวง ท่านได้อบรม เลี้ยงดู และสั่งสอนพระลออย่างดีเยี่ยม ได้สอนหลักการปกครองที่ดีและจริยธรรมของพระมหากษัตริย์ ในการปกครองไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ไว้อย่างดีและชัดเจนมาก และทรงย้ำอีกก่อนที่จะออกจากแมนสรวงไปเมืองสรอง โดยได้เน้นย้ำให้ตระหนักถึงจริยธรรม ๗ ประการ ของพระมหากษัตริย์ ที่เรียกว่า “จารีต ๗ ประการ” ดังนี้

๑.) อย่าลืมตัว ห้ามคบคนไม่ดี คิดอะไรรอบคอบก่อนแล้วค่อยทำ เขาบอกว่า คิดทุกคำจึงออกปาก หมายความว่า จะพูดอะไรคิดเสียก่อน อย่าให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินลำบากใจ ว่าเรื่องการบ้านการเมืองให้เที่ยงตรง หมายความว่า ไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด ยุติธรรม ปกครองประเทศให้ร่มเย็น ดับเข็ญนอกเข็ญใน คือ อะไรที่เป็นความลำบากทั้งภายในภายนอกให้ขจัดให้หมด

๒.) ส่งใจดูทุกกรม อย่าชมตามคำเท็จ คือ ให้สอดส่องการบริหารงานทั่วทุกหน่วยงาน อย่าเชื่อตามคำทูลเท็จของใคร ต้องให้เห็นกับตา อย่าทำให้ผิดทางธรรม ทำอะไรทำให้มันถูกต้อง

 

๓.) เวลาที่จะต้องใช้อำนาจหรือพระเดชในการบัญชา ก็ต้องใช้ให้เหมาะสม จงทำให้มีกุศโลบายที่เหมาะสม

๔.) ดูคนรับใช้ที่มาทำงานกับเราดีๆ สอดส่องให้เหมาะสม เลือกหาคนที่ซื่อสัตย์พยายามปลุกใจคนให้ตื่นตัว ให้กล้าหาญกล้าต่อสู้กับศัตรูที่จะมากินเมืองให้ตายไป ให้อำนาจศักดิ์สิทธิ์แก่ราษฎร ตัดความชั่วอย่าให้มันลุกลาม

๕.) อย่าชิงสุกก่อนห่าม อย่าล่ามม้าสองฝั่ง จะทำอะไรก็อย่ารีบทำโดยไม่คิดเพราะก่อผลเสีย อย่าล่ามม้าสองปาก คือ อย่ากดหัวพลเมืองให้โงหัวไม่ขึ้น อย่าใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมแก่ราษฎร อย่ารากผิดไว้ข้างหลัง คือ อะไรที่ผิดอย่าทิ้งไว้ข้างหลังให้จัดการแก้ไขให้เรียบร้อย อย่าทำตนให้คนเกลียด จงทำตนให้คนรัก

๖.) ชักชวนคนสู่ฟ้า คือ นำคนให้ประพฤติแต่สิ่งที่ดีที่ชอบที่เหมาะที่ควร นำคนให้ไปข้างหน้าให้มีความเจริญก้าวหน้า ให้เทวดาสรรเสริญเยินยอ คือ ทำในสิ่งที่โลกยกย่อง

๗.) ขอให้คิดอยู่เสมอว่า จะต้องทำความดี ไม่ต้องอาย จงอย่าทำยศของพ่อหายไป รักษาเกียรติยศไว้ อย่าให้เกียรติยศต้องเสื่อมทราม ต้องรักษาไว้ตลอดชีวิต

๓. พระแพงทองได้เขียนบันทึกเล่มหนึ่งจนเสร็จแล้วม้วนใส่ซองหนังไว้ในที่ลับตาคน โดยทำไว้ก่อนหน้าที่จะสิ้นพระชนม์โดยเนื้อหามีอยู่ว่า

“หลังจากที่ข้าฯ ตายไป จะเป็นสิบปี...ร้อยปีหรือพันปี… ก็ตาม คนที่อยู่เบื้องหลังอาจลำรึกถึงเรื่องราวระหว่างข้าและท้าวเธอ ดุจนิยายฝันอันเลือนราง จากปากหนึ่ง...ไปสู่อีกปากหนึ่ง...ท้ายสุดเรื่องราวของข้าฯ และท้าวเธอ...ก็จะมีค่าเป็นเพียงนิยายไร้ความหมายเพียงเพื่อเล่าสู่กันฟังอย่างสนุกสนาน... แต่...คงจะมีสักวันหนึ่ง คงจะมีคนมาพบบันทึกเล่มนี้...เขาจะได้รู้ความจริงระหว่างเพื่อนแก้ว ข้าฯ และท้าวเธอ ผู้ทรงนามว่า “ลอดิลกราช” ก่อนจะมีผุ้พบบันทึกนี้ ชื่อเสียงของข้าฯ อาจหมองมัว ข้าฯ อาจจะถูกประณามไม้ให้เอาเยี่ยงอย่างในฐานะหญิงโฉดเจ้ามารยาที่เอาชนะใจชายด้วยมนตรา! ข้าจะไม่แก้ตัว ด้วยประการใดทั้งสิ้น แต่ขอวอนท่านให้อ่านบันทึกนี้จนจบ คราวนี้ท่านอาจจะให้อภัยข้าฯ ได้สักนิดก็ยังดี ...บางครา...ท่านอาจเห็นใจข้าฯ ได้บ้างว่า ความรักของข้าฯ สองพี่น้องต่างหากที่เป็นความรักที่ต้องมนตรา มิใช่ท้าวเธอแต่เพียงผู้เดียว” หลังจากข้อความนี้ ก็ได้เล่าความเป็นมาทั้งหมด(ดังรายละเอียดที่ศึกษากันใน “ลิลิตพระลอ”นั้นเอง)

๔. “อุทยานลิลิตพระลอ” และ “พระธาตุพระลอ”(ซึ่งภายในบรรจุพระอัฐิธาตุของทั้ง ๓ พระองค์ คือ พระลอ พระเพื่อน และพระแพง) ตั้งอยู่บ้านกลาง ตำบลบ้านกลาง อำเภอสอง จังหวัดแพร่(ในปัจจุบัน)

๕. พระแม่ย่าเมืองสรอง เป็นเจ้ากรรมนายเวรของพระลอนั้นเอง

...............................................................................................

 

(...ด้วยจิตคารวะดวงพระวิญญาณของเจ้าของตำนานอมตะของทั้ง ๓ พระองค์…และขออโหสิกรรมหากผิดพลาดบกพร่องไม่สมบูรณ์ใดๆ ด้วยเทอญ...)

 

http://www.youtube.com/watch?v=XASDURLHWSc







Copyright © 2010 All Rights Reserved.