ReadyPlanet.com
dot dot
bulletคำบูชาหลวงปู่โลกอุดร
bulletวัตถุประสงค์ของการตั้งพระพุทธศาสนา
bulletที่ตั้งของบริษัท สุ จิ ปุ ลิ จำกัด
dot
Newsletter

dot
bulletการอุทิศบุญกุศล โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletอนาคตประเทศไทย โดย หลวงปู่ฤาษีลิงดำ
bulletการคิดแบบโยนิโสมนสิการ
bulletปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา
bullet๕ ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธประวัติ
bulletชื่อและอักษรย่อพระไตรปิฎก ฉบับของมจร.
bulletกรรมฐานเปิดโลก โดยหลวงปู่คง จตฺตมโล
bulletหลวงปู่สรวงเมตตารักษาโรคเอดส์
bulletกัลยาณมิตร
bulletอริยทรัพย์
bulletอุดมมงคล๓๘ ประการ
bulletบทเรียน : คนอกตัญญู
bulletมณีโจรชาดก
bulletพระนางพิมพา : นางแก้วคู่บุญบารมีพระพุทธเจ้า
bulletการไม่คบคนพาล : เป็นอุดมมงคลของชีวิต
bulletกรรมของ "พระรถเมรี"
bulletมัทนะพาธา : ตำนานดอกกุหลาบ
bulletพระสุธน-มโนราห์
bulletพญาครุฑ : ปกป้องชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
bulletตัวอย่าง : ตายจากคนเดิมไปเกิดเป็นคนใหม่
bulletหนี้กรรมข้ามชาติ : ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletตำนาน : สิงหไตรภพ
bulletกุสชาดก
bulletนิทาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : พิกุลทอง
bulletกรรมของ "นางอุสา-ท้าวบารส"
bulletตำนาน : พญาคันคาก รบกับ พระยาแถน
bulletพระคาถา : ชินบัญชร
bulletตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)
bulletตำนานรักอมตะ ; ผาแดง-นางไอ่
bulletตายแล้วเกิดใหม่
bullet"๑๘" : ศาสตร์จักรพรรดิ
bulletกุดสะราชชาดก : สังข์ศิลป์ชัย
bulletสุตตธนุชาดก
bulletวรวงสชาดก
bulletวนาวนชาดก
bulletพากุลชาดก
bulletกรรมของ "พระนล-พระนางทมยันตี"
bulletมหาสตรี : สาวิตรี
bulletกรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”
bulletตำนาน "พระนางจามเทวี"
bulletพระพี่นางสุพรรณกัลยา
bulletกรรมของ"จันทะโครพ"
bulletปาจิตตกุมารชาดก : ตำนานเมืองพิมาย
bulletพาราณสิราชชาดก
bulletจันทกินนรชาดก : ความรักของพระนางพิมพา
bulletสุวรรณหังสชาดก : โลภมากลาภหาย
bulletฉัททันตชาดก : กรรมของพญาช้างฉัททันต์
bullet๑๖ คำทำนายของพระพุทธเจ้า
bulletตำนานเพลงสาธุการ
bulletฉางเอ๋อ : ตำนานพระจันทร์คู่โลก
bulletสสปัณฑิตชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
bulletนิทานชาดก : กลโกงพ่อค้า
bulletนิทานชาดก : ตายเพราะไม่เรียน
bulletสมุทรโฆสชาดก : สมุทโฆษคำฉันท์
bulletสุวรรณสังข์ชาดก : สังข์ทอง
bulletพระยากง-พระยาพาน-ยายหอม : พระปฐมเจดีย์ และพระประโทนเจดีย์
bulletสมุททชาดก
bulletเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : ตำนานการสร้างหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง
bulletเจ้าแม่กวนอิม : เทพเจ้าแห่งความเมตตา
bulletเวรย่อมระงับด้วยการไม่ผูก(จอง)เวร
bulletชีวกโกมารภัจ : แพทย์ผู้ทำการรักษาพระพุทธเจ้า
bulletมหากาพย์ : พระอภัยมณี
bulletตำนาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : กาฬเกด
bulletนิทาน : ท้าวหงส์หิน
bulletตำนานรักอมตะ : นางฟ้าหยาด-ท้าวจันทราช
bulletอิเหนา
bulletตำนานอมตะ : นางไข่ฟ้า - ท้าวสุพรหมโมกขา
bulletท้าวคัชนาม
bulletพระโคบุตร
bulletพรหมจักรกุมารชาดก
bulletไกรทอง
bulletขูลู - นางอั๊ว
bulletขุนแผนแสนสะท้าน
bulletสุดยอดวีรกรรมของพระองค์ดำ ณ ทุ่งมหาราช
bullet"พญาครุฑ" กับ "พญานาค"
bulletวิญญาณบรรพบุรุษช่วยลูกชายให้ปลอดภัย
bulletตำนาน : สงกรานต์
bulletช้างต้นมงคลชัย ไปอยู่ที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี




กำเนิดมหากาพย์ "มหาภารตะ" article

 

 

     ตำนานรักอมตะ : นางศกุนตลา ท้าวทุษยันต์

 

                        **************************************************************

 

ก.  ที่มาและมูลเหตุจูงใจในการค้นคว้าและเผยแพร่

ผู้เรียบเรียงสนใจวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ๒ ชนชาติ คือของ “อินเดีย”และ “จีน”ซึ่งแพร่หลายและยืนยงอยู่ในโลกมนุษย์ใบนี้ อย่างน่าอัศจรรย์ของสองชนชาติและสองวัฒนธรรมนี้  ดังมีคำพูดที่ว่า “ดินแดนภารตะ” “ลูกหลานภารตะ” “วัฒนธรรมภารตะ” และ “มหาภารตะ” เป็นต้น ซึ่งเป็นตัวแทนในการกล่าวขานถึงวัฒนธรรมอินเดีย และคนเชื้อสายอินเดีย(แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นลูกหลานภารตะ เช่นกัน) ซึ่งยิ่งใหญ่และมีมากมายในโลกใบนี้จะ เป็นรองก็แค่ “จีน”ซึ่งเป็นลูกหลานของ “จิ๋นซีฮ่องเต้”นั้นเอง

        จึงได้ศึกษาและค้นคว้าเรื่องราวที่มาที่ไปของ “ภรต” หรือ “ภารตะ”ว่าเป็นมาเป็นไปอย่างไร? (เพราะวัฒนธรรมจีนและลูกหลานของ “จิ๋นซีฮ่องเต้”นั้นทุกคนทั่วทั้งโลกต่างก็รู้กันดีอยู่แล้ว) แต่ภรตหรือภารตะยังงงและสงสัยกันอยู่มากว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร?นั้นเอง

        โดยพบว่ามีที่มาที่ไปก็คือ เริ่มต้นมาจากความรักของชายและหญิงคู่หนึ่งผู้ให้กำเนิดมหาบุรุษที่มีชื่อว่า “ภรต” นั้นเอง ซึ่งเป็นความรักที่อมตะและกล่าวขานกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ คือ “: นางศกุนตลา ท้าวทุษยันต์” ดังมีเรื่องย่อๆ ดังต่อไปนี้

ข.  เนื้อเรื่องโดยย่อ

ในสมัยอินเดียโบราณมีพระราชาพระองค์หนึ่งชื่อว่า “วิศวามิตร”ซึ่งไม่พอใจ “พระฤาษีวสิษฐ์”ผู้เป็นพรหมฤาษีที่มีฤทธิ์มากและทำความพ่ายแพ้และเจ็บช้ำน้ำใจให้กับตนเอง เลยตัดสินใจสละราชย์สมบัติออกไปบำเพ็ญพรตเป็นฤาษีในป่าอย่างเคร่งครัดและตั้งสัจจอธิษฐานว่าขอให้มีฤทธิ์และความเก่งกาจกว่าฤาษีใดๆโดยเฉพาะฤาษีวสิษฐ์ ซึ่งต่อมาเกิดความสะเทือนไปทั้งโลก และสวรรค์ ซึ่งพระอินทร์ได้ทราบที่มาที่ไปว่าจะเกิดความเดือดร้อนทั้งโลกและสวรรค์แน่นอนหากว่าฤาษีวิศวามิตรกระทำได้สำเร็จ จึงเรียกประชุมเทวดาในสวรรค์เพื่อแก้ไข โดยได้ข้อสรุปว่า ให้พระพาย(ลม) เทวดาแห่งความรัก(กามเทพ) และนางอัปสรนางหนึ่งชื่อว่า “เมนกา”มาทำลายตบะของพระฤาษีวิศวามิตรเสียก่อน

        เมื่อทั้งสามเดินทางมาจากสวรรค์มาถึงอาศรมของพระฤาษี พระพายก็ทำลมพัดเสื้อผ้าอาภรณ์ของนางเมนกาให้เปิดเผย และกามเทพก็แผลงศรใส่พระฤาษี เมื่อพระฤาษีลืมตาขึ้นก็เกิดความรักความเสน่หาในนางเมนกา ลืมการบำเพ็ญเพียรใดๆทั้งสิ้น มีแต่อยากจะได้นางมาเป็นภรรยา จึงเลิกบำเพ็ญเพียรแล้วก็เกี้ยวพาราศีนางเมนกาต่างนาๆ จนทั้งคู่ก็ได้เป็นสามีภรรยากันในที่สุด เมื่อกาลล่วงเลยมานางเมนกาก็ตั้งครรภ์จวนคลอด ท้าววิศวามิตรเกิดสำนึกคิดได้และระยะเวลาแห่งข้าวใหม่ปลามันก็สิ้นสุดลง เมื่อนางเมนกาคลอดลูกออกมาเป็นลูกสาวที่น่ารักและมีผิวพรรณที่ดี ท้าววิศวามิตรขอให้นางเมนกากลับไปอยู่สวรรค์ตามเดิม หลังจากนั้นท้าววิศวามิตรก็ได้นำเด็กหญิงไปวางไว้ในป่าแล้วขอให้เทพเทวดา เจ้าป่าเจ้าเขา และพวกนกทั้งหลายคอยดูแลเด็กหญิงนั้น  แล้วตัวเองก็ออกท่องเที่ยวไปทั่วจักรวาล

        ทารกหญิงได้รับการปกป้องรักษาอย่างดีจากพวกนกทั้งหลายในป่าแห่งนั้น พอดีกันกับ “พระฤาษีกัณวะ”ได้เดินทางมาพบเข้าจึงได้นำทารกนี้ไปเลี้ยงดู และตั้งชื่อให้ว่า “ศกุนตลา”ซึ่งแปลว่า “นางนกเลี้ยง” หรือ “ลูกของนก”นั้นเอง พระฤาษีอบรมเลี้ยงดูและสั่งสอนวิชาของฤาษี ของมนุษย์ ของ สิงสาราสัตว์ต่างๆ พร้อมทั้งเรื่องบาปบุญ โลก สวรรค์ นรก และทุกๆอย่างที่จำเป็นที่นางจะต้องรู้และนำไปใช้ในอนาคต

        จนในวันหนึ่งมีพระราชาหนุ่มชื่อว่า “ทุษยันต์”ได้เสด็จประภาสป่าล่าสัตว์ และจะเดินทางมากราบไหว้บูชาพระฤาษีกัณวะซึ่งพระองค์เคารพในความเคร่งครัดและมีวิชาที่ดีอีกด้วย ครั้นเมื่อมาถึงอาศรมของพระฤาษีก็ได้พบกับหญิงสาวที่สวยงามราวกับนางฟ้านางสวรรค์ที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน พระองค์ตกหลุมรักทันทีที่แรกเห็นและนางศกุนตลาเองก็นึกรักพระองค์เช่นเดียวกัน เมื่อทั้งคู่ได้เจรจาทักทายและถามไถ่ความเป็นมาเป็นไปของกันและกัน ก็ทำให้เข้าใจทุกอย่างถูกต้อง ซึ่งตอนนั้นพระฤาษีไม่อยู่ออกไปทำธุระข้างนอก ทั้งคู่ก็พูดคุยและปรนนิบัติตลอดจนเล่าความในใจให้กันและกันได้รับรู้ โดยท้าวทุษยันต์หลงรักนางและจะขอนางกับพระฤาษีไปเป็นพระมเหสีอย่างถูกต้องตามประเพณี และเมื่อพระฤาษีกลับมาจากธุระก็ทราบทุกอย่าง และท้าวทุษยันต์ก็ได้ขอพระนางจากพระฤาษีซึ่งท่านก็ตกลง แล้วก็จัดพิธีทำการแต่งงานของพระองค์กับนางศกุนตลา โดยจัดพิธีที่เรียกว่า “ กันดาวา” ซึ่งก็คือการจัดพิธีรดน้ำสังข์แบบโบราณโดยมีแม่ธรณีเป็นพยานถือเป็นอันจบพิธี แล้วทั้งคู่ก็เข้าห้องหอเป็นสามีภรรยากันอย่างมีความสุขในป่าแห่งนั้น

        เมื่ออยู่ที่ป่าและอยู่กับนางหลายวันแล้ว พระราชาจำเป็นต้องไปราชกิจและเดินทางกลับพระนคร ก็ได้ร่ำลาพระฤาษีกัณวะและภรรยาศกุนตลาอย่างอาลัยอาวร แต่ก็ได้สัญญาว่าจะจัดขบวนขันหมากมาสู่ขอไปเป็นมเหสีตามราชประเพณีเมื่อกลับไปถึงพระนครแล้วอย่างแน่นอน และก็ได้มอบแหวนของพระองค์ให้กับพระนางไว้เป็นสัญญารักของพระองค์ ฝ่ายนางศกุนตลาก็ได้เฝ้ารอคอยและเฝ้านึกถึงคนรักอย่างมีความสุขและใจเหม่อลอยเมื่อนึกถึงคืนวันที่ผ่านมาและนึกถึงคนรักของนาง

        จนในวันหนึ่ง “พระฤาษีทุรวาส”ได้เดินทางมาหาฤาษีกัณวะ แล้วเรียกหาแต่นางศกุนลาตอนนั้น ไม่ได้ยินเพราะใจลอยคิดถึงแต่ท้าวทุษยันต์คนรักของนาง จึงทำให้พระฤาษีโกรธจึงได้สาปนาง โดยขอให้คนที่นางเฝ้าคิดถึงนั้นจำไม่ได้เมื่อพบหน้ากัน นางศกุนตลาตกใจอย่างมากเมื่อได้ยินคำสาปนั้น แล้วก็ทำการอธิบายขอโทษขอขมาขออภัยให้ลดหย่อนผ่อนโทษให้กับนางด้วย แต่เมื่อสาปไปแล้วจะคืนไม่ได้ จึงได้ลดหย่อนให้กับนางว่า ต่อเมื่อพบสัญลักษณ์(แหวน)ที่มอบไว้ให้ก็จะจำกันได้

        เมื่อกาลเวลาผ่านไปพระราชาทุษยันต์ก็ลืมนึกถึงนางศกุนตลาตามคำสาปของพระฤาษีทุรวาส ฝ่ายนางศกุนตลาและพระฤาษีกัณวะก็เฝ้ารอขบวนขันหมากที่จะมาสู่ขอวันแล้ววันเล่า จนผ่านไปหกเดือน ซึ่งพระนางได้ตั้งครรภ์หกเดือนแล้ว พระฤาษีกัณวะเห็นว่าจะไม่ได้การหากรออยูแต่ที่นี่ จึงได้ส่งนางเข้าไปในพระนครเพื่อพบกับท้าวทุษยันต์ โดยในระหว่างที่นางเดินทางไปนั้นเกิดกระหายน้ำและน้ำดื่มที่เตรียมมาก็หมดแล้ว จึงได้ลงดื่มน้ำที่ลำธารและก็ได้ทำแหวนของท้าวทุษยันต์ตกลงไปในแม่น้ำด้วย พระนางพยายามงมหาแหวนแต่ไม่เจอ แต่ก็ตัดสินใจเดินทางต่อเข้าไปหาสามีในวังต่อไป

        เมื่อมาถึงพระราชวังก็ได้แสดงความประสงค์ต่อผู้เฝ้าประตูและขออนุญาตพบกับพระราชา และเมื่อนางได้พบกับพระราชาซึ่งเป็นพระสวามีนั้น นางได้บอกเล่าวัตถุประสงค์และบอกว่านางคือภรรยาและตอนนี้ก็มีลูก(ตั้งครรภ์)กับพระองค์หกเดือนแล้ว แต่อนิจจา! พระองค์ไม่เชื่อพระองค์จำไม่ได้และต่อว่านางซึ่งแต่งตัวเป็นพราหมณี(กษัตริย์จะแต่งงานกับพราหมณีไม่ได้ เพราะข้ามวรรณะกัน ซึ่งชาวอินเดียห้ามนักหนา ไม่งั้นลูกออกมาจะเป็นคนจัณทาล แต่จริงๆแล้วนางศกุนตลาเป็นลูกของกษัตริย์วิศวามิตรที่ออกบวชแล้วหนีไปนั้นเอง) ซึ่งเป็นเรื่องที่สะเทือนใจและเป็นภาพเหตุการณ์ และเป็นการพูดคุยที่สะเทือนใจต่อผู้พบเห็นต่างๆในพระราชวังแห่งนั้น และชาวสวรรค์ด้วย (ซึ่งเรื่องราวตอนนี้เป็นตอนที่นิยมนำมาบอกเล่า และถ่ายทอดเป็นตำราถ่ายทอดสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งกระผมประทับใจและจดจำไม่ลืมคำพูดของนางศกุนตลาบางคำพูด เช่น “ภรรยาที่ดีจะให้ลูกที่ดี” “ภรรยาเป็นเพื่อนคนแรกของสามีทั้งโลกนี้และโลกหน้า” และ“สัจจะเป็นหัวหน้าของธรรมะทั้งหมด” เป็นต้น) นางจะพูดจะอธิบายอย่างไร?พระองค์ก็ไม่เชื่อ ทำให้นางเศร้าโศกเสียใจและผิดหวังอย่างมากจนหัวใจแทบสลาย ผู้พบเห็นต่างสะเทือนใจและสลดใจยิ่งนัก เมื่อนางเห็นว่าคงไม่มีประโยชน์อันใดที่นางจะพูดและอยู่ที่นี่ต่อไป นางก็รวบรวมความเข้มแข็งและกำลังใจที่หมดไปแล้วนั้น แล้ววิ่งหนีออกจากพระราชวังแห่งนั้น นางร้องให้เดินโซซัดโซเซกลับเข้าป่าไปหาพ่อฤาษีอย่างบอบซ้ำและทุกข์ทรมานแทบขาดใจ

        วันเวลาผ่านไปนางได้คลอดลูกชายออกมา วันที่นางคลอดลูกนั้นแผ่นดินสะเทือนหวั่นไหว จนทั้งสามโลกต่างรับรู้ได้ เทวดานางฟ้าโปรยดอกไม้สวรรค์ลงมา สิงสาราสัตว์ต่างๆโดยเฉพาะนกต่างก็ร่าเริงมีความสุขและบินมาแสดงความยินดี ดอกไม้บานสะพรั่งและหอมอบอวลไปทั้งป่า พระฤาษีกัณวะได้ทำนายลูกของนางว่า “ในอนาคตลูกชายของเจ้าคนนี้ จะได้เป็นพระจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ไปทั้ง๓ โลกไม่มีผู้ใดเทียม” พระฤาษีได้ตั้งชื่อให้ลูกชายของนางว่า “ภรต” พระฤาษีกัณวะและนางศกุนลาก็ได้เลี้ยงดูลูกชายอย่างรักใคร่ทนุถนอมเป็นอย่างดี เหล่าสิงสาราสัตว์ทั้งหลายในป่าต่างก็รักใคร่และเป็นเพื่อนเล่นกับภรต โดยภรตนั้นมีเสือเป็นพาหนะไว้ขี่ในการเดินทางไปไหนมาไหน มีสิงโตหรือราชสีห์ กระทิง และม้า เป็นอารักขา และมีสัตว์ป่าทั้งหลายเป็นเพื่อนเล่นอีกต่างหาก

        จำเนียรกาลผ่านไปหกปีเทพพระบิดรและเทพพระมารดรได้เกิดความสงสารและอยากจะช่วยเหลือสองแม่ลูก จึงได้ดลให้มีชาวประมงชื่อ “กุมภิล”จับปลาตัวหนึ่งจากแม่น้ำได้ และเมื่อทำการผ่าท้องปลาตัวนั้นเพื่อจะทำเป็นอาหารกิน ก็ได้พบกับแหวนซึ่งจารึกชื่อว่า “ทุษยันต์” ก็เลยเดินทางเข้าวังและได้นำมามอบให้กับพระราชา เมื่อท้าวทุษยันต์ได้รับมอบแหวนนั้น พระองค์ก็รู้ว่าเป็นแหวนของพระองค์จริง และแล้วพระองค์ก็นึกถึงนางศกุนตลาและเรื่องราวในอดีตของพระองค์กับนางได้ โดยเฉพาะคำสัญญาที่ให้ต่อกันไว้ และเมื่อหวนคิดคำนึงถึงเหตุการณ์ในวันที่นางอุ้มท้องมาขอเข้าเฝ้าพระองค์ แล้วพระองค์ก็รู้สึกสะเทือนใจ และเสียพระทัยอย่างมาก จึงสั่งให้เตรียมขบวนขันหมากและราชรถขบวนใหญ่เดินทางมุ่งสู่ป่าเพื่อไปรับพระนางมาเป็นพระมเหสีคู่บัลลังก์ในวันรุ่งขึ้นทันที

        และเมื่อบาปเคราะห์กรรมและเมฆหมอกในปัญหาและอุปสรรคในความรักของพระนางศกุนตลาและพระราชาทุษยันต์เบาบางลง ทั้งคู่ก็สมหวังในรักแท้และก็ได้กระทำพิธีสู่ขอและอภิเษกสมรสเป็นพระราชาและพระราชินีอย่างมีความสุขสืบไป

        ฝ่ายพระโอรสภรต หรือภรตะ หรือภารตะนั้น ก็ได้เป็นพระยุพราชเป็นองค์รัชทาญาติ ครั้นเมื่อพระราชบิดาทุษยันต์เสด็จสวรรคต พระองค์ก็ได้เสวยราชย์สมบัติแทน กลายเป็นพระราชาภรตะ ซึ่งพระองค์ได้ทำการปกครองบ้านเมืองโดย “ทศพิธราชธรรม” ได้ทำการปราบปรามอริราชศัตรูผู้รุกรานให้ราบคาบ และแผ่พระบรมเดชานุภาพออกไปอย่างยิ่งใหญ่ไพศาล ทรงเป็น “จักรพรรดิภารตะ” หรือ “มหาราชาภารตะ”ไปทั่วทุกสารทิศในแถบดินแดนชมพูทวีปในยุคโบราณเมื่อหลายพันปีก่อน พระองค์เป็นบรรพบุรุษของลูกหลานรุ่นหลังผู้สร้างตำนานมหากาพย์ “มหาภารตะ”ที่ยิ่งใหญ่ โด่งดัง และเผยแพร่ตลอดจนเล่าเรียนศึกษากันไปทั่วโลกตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงทุกวันนี้นั้นเอง

ค.  สรุป

จึงได้รู้ได้เข้าใจถึงที่มาของคำพูดและคำสอนที่ว่า “ดินแดนภารตะ” “ลูกหลานภารตะ" และที่มาของมหากาพย์ที่ลือลั่นสนั่นโลกจนถึงทุกวันนี้ว่า “มหาภารตะ” อันเป็นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอินเดียที่โลกมนุษย์ได้ศึกษา เรียนรู้ และจดจำจนถึงทุกวันนี้ ควบคู่ไปกับมหากาพย์ “รามายณะ” หรือ “รามเกียรติ์”นั้นเอง

 




การบริหารโดยอาศัยภูมิปัญญาตะวันออก

อิเหนา article
พระลอ พระลักษณวดี พระเพื่อน พระแพง
ตำนานเมืองพิมาย : ท้าวปาจิต - นางอรพิม article
พระรถ-เมรี : นางสิบสอง article
ศกุนตลา article
อิเหนา article
ตำนานรักอมตะ "นางอุสา - ท้าวบารส"
บรรษัทภิบาล และความรับผิดชอบต่อสังคม(CSR)
มหาสตรี : สาวิตรี article
หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด article
หลวิชัย - คาวี article
พระรถเมรี หรือ นางสิบสอง article
การแก้ปัญหาของมนุษยชาติ article
ทศพิธราชธรรม



Copyright © 2010 All Rights Reserved.