ReadyPlanet.com
dot dot
bulletคำบูชาหลวงปู่โลกอุดร
bulletวัตถุประสงค์ของการตั้งพระพุทธศาสนา
bulletที่ตั้งของบริษัท สุ จิ ปุ ลิ จำกัด
dot
Newsletter

dot
bulletการอุทิศบุญกุศล โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletอนาคตประเทศไทย โดย หลวงปู่ฤาษีลิงดำ
bulletการคิดแบบโยนิโสมนสิการ
bulletปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา
bullet๕ ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธประวัติ
bulletชื่อและอักษรย่อพระไตรปิฎก ฉบับของมจร.
bulletกรรมฐานเปิดโลก โดยหลวงปู่คง จตฺตมโล
bulletหลวงปู่สรวงเมตตารักษาโรคเอดส์
bulletกัลยาณมิตร
bulletอริยทรัพย์
bulletอุดมมงคล๓๘ ประการ
bulletบทเรียน : คนอกตัญญู
bulletมณีโจรชาดก
bulletพระนางพิมพา : นางแก้วคู่บุญบารมีพระพุทธเจ้า
bulletการไม่คบคนพาล : เป็นอุดมมงคลของชีวิต
bulletกรรมของ "พระรถเมรี"
bulletมัทนะพาธา : ตำนานดอกกุหลาบ
bulletพระสุธน-มโนราห์
bulletพญาครุฑ : ปกป้องชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
bulletตัวอย่าง : ตายจากคนเดิมไปเกิดเป็นคนใหม่
bulletหนี้กรรมข้ามชาติ : ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletตำนาน : สิงหไตรภพ
bulletกุสชาดก
bulletนิทาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : พิกุลทอง
bulletกรรมของ "นางอุสา-ท้าวบารส"
bulletตำนาน : พญาคันคาก รบกับ พระยาแถน
bulletพระคาถา : ชินบัญชร
bulletตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)
bulletตำนานรักอมตะ ; ผาแดง-นางไอ่
bulletตายแล้วเกิดใหม่
bullet"๑๘" : ศาสตร์จักรพรรดิ
bulletกุดสะราชชาดก : สังข์ศิลป์ชัย
bulletสุตตธนุชาดก
bulletวรวงสชาดก
bulletวนาวนชาดก
bulletพากุลชาดก
bulletกรรมของ "พระนล-พระนางทมยันตี"
bulletมหาสตรี : สาวิตรี
bulletกรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”
bulletตำนาน "พระนางจามเทวี"
bulletพระพี่นางสุพรรณกัลยา
bulletกรรมของ"จันทะโครพ"
bulletปาจิตตกุมารชาดก : ตำนานเมืองพิมาย
bulletพาราณสิราชชาดก
bulletจันทกินนรชาดก : ความรักของพระนางพิมพา
bulletสุวรรณหังสชาดก : โลภมากลาภหาย
bulletฉัททันตชาดก : กรรมของพญาช้างฉัททันต์
bullet๑๖ คำทำนายของพระพุทธเจ้า
bulletตำนานเพลงสาธุการ
bulletฉางเอ๋อ : ตำนานพระจันทร์คู่โลก
bulletสสปัณฑิตชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
bulletนิทานชาดก : กลโกงพ่อค้า
bulletนิทานชาดก : ตายเพราะไม่เรียน
bulletสมุทรโฆสชาดก : สมุทโฆษคำฉันท์
bulletสุวรรณสังข์ชาดก : สังข์ทอง
bulletพระยากง-พระยาพาน-ยายหอม : พระปฐมเจดีย์ และพระประโทนเจดีย์
bulletสมุททชาดก
bulletเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : ตำนานการสร้างหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง
bulletเจ้าแม่กวนอิม : เทพเจ้าแห่งความเมตตา
bulletเวรย่อมระงับด้วยการไม่ผูก(จอง)เวร
bulletชีวกโกมารภัจ : แพทย์ผู้ทำการรักษาพระพุทธเจ้า
bulletมหากาพย์ : พระอภัยมณี
bulletตำนาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : กาฬเกด
bulletนิทาน : ท้าวหงส์หิน
bulletตำนานรักอมตะ : นางฟ้าหยาด-ท้าวจันทราช
bulletอิเหนา
bulletตำนานอมตะ : นางไข่ฟ้า - ท้าวสุพรหมโมกขา
bulletท้าวคัชนาม
bulletพระโคบุตร
bulletพรหมจักรกุมารชาดก
bulletไกรทอง
bulletขูลู - นางอั๊ว
bulletขุนแผนแสนสะท้าน
bulletสุดยอดวีรกรรมของพระองค์ดำ ณ ทุ่งมหาราช
bullet"พญาครุฑ" กับ "พญานาค"
bulletวิญญาณบรรพบุรุษช่วยลูกชายให้ปลอดภัย
bulletตำนาน : สงกรานต์
bulletช้างต้นมงคลชัย ไปอยู่ที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี




กฎแห่งกรรม

กฎแห่งกรรมจะวนเวียนกลับมา

            *********

ที่มา : จากการศึกษาเคราะห์กรรมของมนุษย์และสัตว์ต่างๆ ตามคำสอนของพระพุทธองค์ ทำให้พบว่า “กฎแห่งกรรม”มีจริง และมักจะเกิด “ซ้ำรอย” และมีการเวียนว่ายตายเกิดใน “สังสารวัฏ”มิรู้จบรู้สิ้น จนกว่าว่าจะบรรลุ “พระนิพพาน”นั้นเอง

            ซึ่งกฎแห่งกรรมของ๒ แคว้นในภูมิภาคนี้ และบุคคลในอดีตชาติโน้น ก็ได้วนเวียนมาก่อกรรมทำเวรต่อกันอีกเหมือนเคยจนถึงชาติปัจจุบันนี้ อันเนื่องมาจากว่า

            ในอดีตชาติชาติหนึ่งนานมาแล้ว “พระยาสุทโธนาคราช”ผู้เป็นใหญ่ในเมืองบาดาลฝั่งหนึ่ง ที่มีเพื่อนซี้คือ “พระยาสุวรรณนาคราช”ที่เป็นใหญ่ในอีกฝั่งหนึ่ง ได้เกิดผิดใจกันแล้วต่อสู้กัน เลยเลิกคบหากันและห้ามยุ่งเกี่ยวกันต่างคนต่างอยู่ตั้งแต่บัดนั้น แต่ก็ยังมีกรรมและความแค้นฝังใจกันอยู่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

แต่เมื่อเวลาผ่านไปมีการเวียนว่ายตายเกิดหลังจากนั้น ซึ่งพระยาสุทโธนาคราชยังเป็นนาคราชในบาดาลเหมือนเดิมและมีลูกชายเป็นพญานาคหนุ่ม แต่สุวรรณนาคราชมีบุญได้เกิดเป็นมนุษย์ โดยเกิดมาเป็นพระมหากษัตริย์และมีลูกสาวธิดาแสนสวย อันเป็นที่มาของกฎแห่งกรรมและตำนานรักอมตะ เรื่อง “ผาแดง-นางไอ่”นั้นเอง ดังมีเรื่องย่อๆ ดังนี้

 ตำนานรักอมตะ “ผาแดง-นางไอ่”

 

                        ตามเรื่องที่เล่าขานสืบต่อกันมามูลเหตุที่ทำให้เกิด "หนองหาน" ต้นลำน้ำปาว ในปัจจุบันมีเรื่องเกี่ยวพันกับวรรณคดีของอีสานเรื่อง "ผาแดง - นางไอ่"นิยายรักระหว่าง "หนึ่งหญิง สองชาย"เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งพลาดรักและถูกทำร้ายจนตายก็กลายเป็นสงครามทำให้บ้านเมืองถล่มทลายเป็นหนองน้ำใหญ่และวรรณคดีอีสานเรื่องนี้เป็นปฐมเหตุของบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นประเพณีที่ขึ้นชื่อลือชาของชาวอีสานตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน เรื่องมีอยู่ว่า

"พระยาขอม"ผู้ครอง "เมืองเอกชะทีตา"ซึ่งเป็นหนึ่งใน๔ เมืองใหญ่ในยุคอดีต(เมืองเอกชะทีตานคร เมืองสาเกตุนคร เมืองศรีโคตรบูรณ์นคร และเมืองอินทรปัตถ์หรือเมืองพนมเปญนคร)ที่สาบานและคอยปกปักรักษาและบูรณะซ่อมแซม "พระธาตุพนม"(พระธาตุเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ในสุวรรณภูมิทวีปแห่งนี้ ซึ่งสร้างเมื่อพ.ศ.๘ โดยพระมหากัสสปะเถระ และเหล่าอรหันต์สาวกที่เหาะเหิรมาจากประเทศอินเดีย เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพระอุรังคธาตุ(กระดูกส่วนอกของพระพุทธองค์)ในพระธาตุพนมแห่งนี้ โดยเจ้ากรุงใหญ่ทั้ง๔ เมืองในยุคนั้น สัญญากันว่าจะคอยผลัดกันเป็นเจ้าภาพดูแลและบูรณะปฏิสังขรณ์คราวละ๔ ปี โดยจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป พระยาขอมมีพระญาติเป็นกษัตริย์และเป็นเจ้าเมืองต่างๆมากมาย เช่น พระอนุชาคือพระยาแดดครองเมืองฟ้าแดดสูงยาง พระอนุชาอีกพระองค์คือพระยาเชียงเหียนครองเมืองเชียงเหียน พระราชนัดดาต่างก็ครองเมืองต่างๆ เช่น เมืองหงส์ เมืองไพร และเมืองทอง เป็นต้น ซึ่งถือได้ว่าพระยาขอมเมืองเอกชะทีตาน้ันมั่นคง แข็งแรง อุดมสมบูรณ์และเป็นปึกแผ่นยิ่งนัก เมืองต่างๆก็ยำเกรงและชื่นชมในพระบารมีของพระองค์

พระยาขอมมีธิดานางหนึ่งชื่อ "นางไอ่คำ"เป็นสตรีที่มีรูปร่างสวยสดงดงามมากสวยงามกว่านางฟ้าและเทพธิดาในสรวงสวรรค์อีก โดยพระบิดาและพระมารดาต่างก็รักใคร่ทนุถนอมยิ่งนัก ได้สร้างปราสาท๗ ชั้นให้อยู่กับนางบริวารรับใช้ ไม่เปิดโอกาสให้มาคลุกคลีกับคนทั่วๆ ไปโดยเฉพาะผู้ชายแต่อย่างใด นางไอ่คำก็เจริญวัยขึ้นและเมื่อโตเป็นวัยรุ่นแล้ว ความสวยงามของนางเป็นที่เลืองลือไปถึงบรรดาเจ้าชายเมืองต่าง ๆ จนเป็นที่หมายปองอยากจะได้มาเป็นคู่ครองและเป็นพระมเหสีกันทุกองค์

“ท้าวผาแดง”โอรสของเจ้าเมือง "ผาโพง"ได้ทราบข่าวเล่าลือถึงความงดงามของนางไอ่ก็เกิดความหลงใหลใฝ่ฝันในตัวนางเป็นอันมาก จึงวางแผนทอดสัมพันธไมตรีด้วยการเตรียมแก้วแหวนเงินทองพร้อมด้วยผ้าเนื้อดีไปฝากนางไอ่มากมาย เมื่อมหาดเล็กนำสิ่งของไปมอบให้นางไอ่ตามที่ท้าวผาแดงประสงค์ และเล่าถึงความรูปหล่อ ความสง่างาม องอาจ ผึ่งผาย สมชายชาตรีของผาแดงให้นางไอ่ฟังเท่านั้น นางก็เกิดความสนใจและฝากเครื่องบรรณาการไปให้ท้าวผาแดง เป็นการตอบแทนด้วยเช่นกัน ก่อนที่มหาดเล็ก จะเดินทางกลับนางไอ่คำได้ฝากคำกล่าวเชิญท้าวผาแดงซึ่งตั้งทัพรออยู่นอกเมืองไม่ให้เข้าไปในเมืองขอม เพื่อรอพบกับนางที่นอกเมืองก่อนด้วย และเมื่อทั้งสองได้พบกัน ต่างก็ตกตะลึงในกันและกันแล้วก็เกิดความรักขึ้นอย่างรุนแรงและลึกซึ้งเกินหักห้ามใจ อาจเป็นเพราะบุพเพสันนิวาสในชาติปางก่อนของทั้งคู่ ในที่สุดทั้งสองก็ได้ครองรักกันเป็นสามีภรรยาของกันและกัน และทั้งคู่ก็ได้แลกสวมแหวนเป็นสัญญารักให้ไว้แก่กันและกันด้วย ท้าวผาแดงสัญญาไว้ว่าจะกลับมาสู่ขอนางไอ่ไปเป็นภรรยาคู่ชีวิตในเร็ววัน

ฝ่าย “ท้าวพังคี”โอรสของพญานาคราชเมืองบาดาล ก็ได้ยินกิตติศัพท์ถึงความงดงามของนางไอ่ ก็เลยอยากจะมายลโฉมนางไอ่เช่นกัน อันเนื่องด้วยกรรมในอดีตชาติบันดาลให้เป็นไป โดยเรื่องมีอยู่ว่า

ท้าวพังคีในอดีตชาตินั้นเป็นชายหนุ่มที่ยากจนและเป็นใบ้เดินทางขอทานไปตามหมู่บ้านต่างๆจนมาถึงบ้านของเศรษฐีคนหนึ่งจึงได้ไปขออาศัยอยู่และช่วยทำงานให้เศรษฐีคนนั้นโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยทำให้เศรษฐีพอใจและรักใคร่เป็นอย่างมากถึงกับยกลูกสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นชาติปางก่อน (อดีตชาติ)ของนางไอ่ให้เป็นภรรยาท้าวพังคี ในชาตินั้นเป็นชายหนุ่มที่ไม่เหมือนใครแทนที่จะรักใคร่ภรรยา ของตนแต่เขาเขากลับไม่สนใจใยดี ไม่เคยรวมหลับนอนด้วยกันแม้แต่ครั้งเดียวแต่ภรรยาก็ไม่เคยปริปากบอกให้ใครทราบนางปรนนิบัติสามีเยื่องภรรยาที่ดีเสมอมา ต่อมาท้าวพังคีคิดถึงบ้านจึงพาภรรยาเดินทางไปเยี่ยมบ้านเกิดเมืองนอน เศรษฐีผู้เป็นบิดาจัดเสบียงให้มีภรรยาเป็นคนหาบเสบียงให้ ส่วนหนุ่มพังคีไม่เคย ช่วยเหลือนางเลยทำให้นางลำบากและเหน็ดเหนื่อยมากในขณะที่เดินข้ามห้วย ภูเขาและป่าดงพงไพรจนกระทั่งเสบียงที่นำไปหมดลงกลางทางท้าวพังคีเห็นต้นมะเดื่อมีผลสุกเต็มต้นจึงขึ้นไปเก็บกินต่างข้าว ฝ่ายนางไอ่คอยให้สามีโยนผลมะเดื่อสุกลงมาให้ แต่ไม่ได้รับความสนใจแต่อย่างใด ส่วนสามีกินอิ่มคนเดียวแล้วลงมาจากต้นมะเดื่อเดินหนีไป นางจึงตัดสินใจขึ้นไปเก็บกินเองเมื่อนางกินอิ่มแล้วลงจากต้นมะเดื่อ ไม่พบสามีเดินตามหาอย่างไรไม่พบนางจึงมีความทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่งพอมาถึงต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำแห่งหนึ่งนางจึงลงไปอาบน้ำและดื่มกินพอมีความสดชื่นขึ้นมาบ้าง แล้วนางก็อธิษฐาน"ชาติหน้าขอให้สามีนอนตายอยู่บนกิ่งไม้อย่าได้เป็นสามีภรรยากันอีกเลย"ด้วยแรงอธิษฐานของนางในชาติต่อมาสามีของนางจึงเกิดมาเป็นท้าวพังคีส่วนนางได้เกิดมาเป็นนางไอ่
                เมื่อนางไอ่ผู้มีสิริโฉมงดงามเติบโตเป็นสาวแล้วพระยาขอมผู้เป็นบิดาได้มีใบฎีกาแจ้งข่าวให้หัวเมืองน้อยใหญ่จัดบั้งไฟมาจุดแข่งขันกันที่เมืองเอกชะทีตา จุดประสงค์เพื่อจุดขึ้นไปบูชาพระยาแถนอยู่บนฟ้าให้บันดาลฝนตกลงมาตามฤดูกาลประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่ง หากบั้งไฟของคนใดขึ้นสูงกว่าเพื่อนคนนั้นจะได้นางไอ่ เป็นคู่ครอง โดยพระยาขอมได้กำหนดวัน ขึ้น๑๕ ค่ำเดือน ๖ เป็นวันงานทำให้บ้านเมืองน้อยใหญ่บุญบั้งไฟหมื่นบั้งไฟแสนมาแข่งกันมากมาย งานบุญบั้งไฟครั้งนั้นนับเป็นงานที่ใหญ่โตมากพอถึงวันงานผู้คนหลั่งไหลมาทั่วทุกสารทิศมีการแข่งขันตีกอง หรือภาษาอีสานเรียกว่า "เส็งกอง"กันอย่างครึกครื้น หนุ่มสาวต่างเกี้ยวพาราสี “จ่ายผญา” เกี้ยวพาราศีกันอย่างสนุกสนาน แม้งานบุญบั้งไฟครั้งนี้ท้าวผาแดงจะไม่ได้รับหนังสือฎีกาบอกบุญแต่ก็ได้นำบั้งไฟมาร่วมงานด้วย(เป็นแผนของพระยาขอมที่จะพิสูจน์รักแท้ของผาแดงที่มีต่อนางไอ่ เพราะหากรักจริงรักแท้ ถึงไม่เชิญก็ต้องมาวันยังค่ำ ซึ่งผาแดงก็มาร่วมงานนี้จริงๆ เพราะว่าทุกลมหายใจเข้าออกมีแต่นางไอ่คำคนเดียวเท่านั้น อยากมาหาอยากมาเห็นหน้าและอยู่ใกล้ชิดทุกวินาทีเลยทีเดียว และยังขมักเขม้นขมีขมันซุ่มทำบั้งไฟอย่างดีเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยพระองค์ได้เฝ้าควบคุมดูแลและสั่งการการทำบั้งไฟทุกขั้นตอนด้วยพระองค์เองเลยทีเดียว) พระยาขอมก็ได้ให้การต้อนรับท้าวผาแดงเป็นอย่างดี ฝ่ายท้าวพังคีโอรสเจ้าเมืองบาดาลทราบข่าวอยากมาร่วมงานที่เมืองมนุษย์ด้วยทั้งนี้เพราะท้าวพังคีต้องการชมโฉมนางไอ่ เป็นกำลังอยู่แล้วและคิดในใจว่าจะต้องไปชมบุญบั้งไฟครั้งนี้ แม้ว่าพระบิดาจะห้ามอย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะโผล่ขึ้นที่เมืองเอกชะทีตาของพระยาขอมท้าวพังคีสั่งให้บริวารแปลงร่างเป็นมนูษย์บ้างเป็นสัตว์บ้าง ส่วนตนเองแปลงร่างเป็น"กระรอกเผือก" หรือภาษาอีสานเรียก "กระฮอกด่อน"ออกติดตามชมความงามของนางไอ่ตามขบวนแห่ของเจ้าเมืองไปอย่างหลงใหล การแข่งขันบั้งไฟ เป็นไปด้วยความสนุกสนานทุกคนจดจ่ออยากรู้ว่าใครจะชนะและ ได้นางไอ่เป็นคู่ครอง ซึ่งการแข่งขันบั้งไฟในครั้งนั้นท้าวผาแดงกับพระยาขอมมีการพนันกันว่าถ้าบั้งไฟของท้าวผาแดงชนะพระยาขอมจะยกนางไอ่ให้เป็นคู่ครอง

ผลการแข่งขันปรากฏว่าบั้งไฟของพระยาขอมและท้าวผาแดงต่างไม่ขึ้นด้วยกันทั้งสองบั้ง(ด้วยอิทธิฤทธิ์แห่งพระยานาคได้บังคับให้บั้งไฟของพระยาขอมไม่ขึ้น หรือ “ซุ” ส่วนบั้งไฟของผาแดงนั้น พญานาคได้ใช้ฤทธิ์ทำให้แตก “ระเบิด”กลางอากาศ หรือ “แตกกลางบั้ง” ทั้งๆที่บั้งไฟจากฝีมือช่างของเมืองผาโพงดีมากและจะชนะบั้งไฟจากทุกเมือง) คงมีแต่บั้งไฟของพระยาแดด "เมืองฟ้าแดดสูงยาง"และ "เมืองเชียงเหียน"ของพระยาเชียงเหียนเท่านั้นที่ขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นเวลานานถึงสามวันสามคืนจึงตกลงมา แต่พระยาทั้งสองนั้นเป็นอาของนางไอ่ด้วย การแข่งขันเพื่อได้นางไอ่เป็นรางวัลนั้นจึงต้องล้มเลิกไป
                เมื่องานบุญบั้งไฟเสร็จสิ้นแล้วท้าวผาแดงและท้าวพังคีต่างฝ่ายต่างกลับบ้านเมืองของตน ในที่สุดท้าวพังคีทนอยู่ในเมืองบาดาลไม่ได้เพราะหลงใหลในสิริโฉมของนางไอ่จึงพาบริวารกลับมายังเมืองมนุษย์อีกโดยแปลงร่างเป็นกระรอกเผือกอย่างเดิมส่วนที่คอจะแขวนกระดิ่งทองไว้กระโดดไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้ใกล้หน้าต่างห้องนอนของนางไอ่เสียงกระดิ่งทองดังกังวาลขึ้นนางไอ่ได้ยินเสียงกระดิ่งเกิดความสงสัยจึงเปิดหน้าต่างออกมาเห็นกระรอกเผือก มีความพอใจอยากได้นางจึงสั่งให้นายพรานฝีมือดีจากบ้านกงพานตามจับกระรอกเผือกตัวนั้นให้ได้ไม่ว่าจะจับตายหรือจับเป็น นายพรานออกติดตามกระรอกเผือกที่กระโดดไปตามกิ่งไม้ เริ่มตั้งแต่บ้านพันดอนบ้านน้ำฆ้อง นายพรานไม่ได้โอกาสเหมาะสักทีจึงไล่ติดตามไปเรื่อย ๆ จนถึงบ้านนาแบก บ้านดอนเงิน บ้านยางหล่อ บ้านเหล่าใหญ่ บ้านเมืองพรึก บ้านม่วง ก็ไม่มีโอกาสยิงกระรอก ในที่สุดผลกรรมเก่าในอดีตส่งผลตามมาทันขณะที่กระรอกมาถึงต้นมะเดื่อที่มีผลสุกเต็มต้นก้มหน้าก้มตากินผลมะเดื่อสุกด้วยความหิวโหย นายพรานจึงได้โอกาสยิงกระรอกด้วยหน้าไม้ซึ่งมีลูกดอกอาบยาพิษ เมื่อถูกยิงท้าวพังคีในร่างของกระรอกเผือกรู้ตัวว่าตนเองว่าจะต้องตายแน่นอน จึงสั่งให้บริวารนำความไปแจ้งให้บิดาทราบก่อนตายได้อธิษฐานว่า ขอให้เนื้อของตนมีมากมายถึงแปดพันเล่มเกวียนพอเลี้ยงคนได้ทั่วถึงทั้งเมือง เมื่อกระรอกสิ้นใจตายนายพรานกับพวกได้นำเอาไปชำแหละที่บ้านเชียงแหวแบ่งให้ผู้คนทั้งบ้านใกล้และบ้านไกลได้กินกันโดยทั่วถึงยกเว้น "บ้านดอนแม่หม้าย"ที่ไม่มีผัวหรือ "บ้านดอนแก้ว"ซึ่งเป็นเกาะอยู่กลางทุ่งหนองหานจึงรอดพ้นจากการถูกถล่มทลายและยังปรากฎอยู่จนถึงปัจจุบัน
                เมื่อบริวารไปบอก "พระยาศรีสุทโธนาคราช"เจ้าแห่งบาดาล ก็โกรธแค้นเดือดดาลเป็นอย่างมาก พร้อมกับประกาศก้องว่า "พวกมึงจงขึ้นไปถล่มเมืองเอกชะทีตาให้ล่มจมในบัดนี้ และใครที่กินเนื้อลูกของกูพวกมึงจงอย่าไว้ชีวิตพวกมัน" จึงสั่งบ่าวไพร่จัดพลขึ้นไปอาละวาดบนโลกมนุษย์เสียงดังครืน ๆ ทั่วแผ่นดินเมืองเอกชะทีตา ขณะที่บ้านเมืองถูกพระยานาคถล่มทลายอยู่นั้น ท้าวผาแดงกำลังขี่ม้า"บักสาม"มุ่งหน้าไปหานางไอ่ ก็ได้เห็นนาคเต็มไปหมดและได้เล่าเรื่องที่พบเห็นให้นางไอ่ฟัง นางไอ่ไม่สนใจแต่ได้ทำอาหารที่มีกลิ่นหอมเป็นพิเศษมาให้ผาแดงรับประทาน ท้าวผาแดงจึงถามว่าเนื้ออะไรจึงมีกลิ่นหอมนัก ก็ได้รับคำตอบว่าเนื้อกระรอกเผือกที่ถูกนายพรานยิงตาย แต่ผาแดงไม่ยอมกินอาหารนั้น(และยังถูกกระแนะกระแหนว่า "หึงแม้กระทั่งกระรอกที่ตายแล้ว" จึงไม่พูดอะไรต่ออีก)ได้แต่กินอย่างอื่นแทน พอตกตอนกลางคืนขณะที่ผู้คนหลับสนิทเหตุการณ์ที่ใคร ๆ ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คือมีเสียงดังครืน ๆ ทั่วแผ่นดินเมืองเอกชะทีตาของพระยาขอมแล้วก็ได้ถล่มทลายลงเป็นหนองหานน้อย ซึ่งเป็นต้นน้ำปาวในปัจจุบัน ท้าวผาแดงทราบได้ทันทีว่าเป็นการกระทำของพวกพญานาค จึงคว้าแขนนางไอ่ขึ้นหลังม้าบักสาม พร้อมกับเก็บเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองและจำเป็นของเมืองเอกทีตาไปด้วย คือ กลอง และฆ้อง แล้วก็ควบม้าหนีออกจากเมืองเพื่อให้พ้นภัย แต่เนื่องจากนางไอ่ได้รับประทานเนื้อกระรอกเผือกกับเขาด้วย แม้จะหนีไปทางไหนพวกนาคก็ตามไปแผ่นดินถล่มถล่มทลายไปด้วย ท้าวผาแดงมุ่งหน้าไปทางเทือกเขาภูพาน ม้าบักสามกระโดดอย่างสุดฤทธิ์ สองขาหน้าข้ามขอนไปได้แต่สองขาหลังคู้ขึ้นมาไม่ข้าม จึงทำให้ม้าเสียหลักล้มพังพาบลง อวัยวะเพศของม้าไปกระแทกกับภูพานน้อยเป็นร่องลึกลงไป (กลายเป็น "ห้วยสามพาด"ตั้งแต่นั้นมา) จากห้วยสามพาดเพื่อหนีไปเมืองผาโพงแต่ไร้ผลเพราะถูกพวกนาคติดตามไม่ลดละ ในที่สุดนางไอ่ก็ถูกนาคใช้หางฟาดตกจากหลังม้าและจมหายไปในพื้นดินลงสู่เมืองบาดาลทันที สุดแรงที่จะตามเมียรักกลับมาได้ทัน
                นางไอ่จมลงดินหายไปต่อหน้าต่อตา ส่วนท้าวผาแดงและม้าบักสามเองตกใจสุดขีดกระเด็นตกจากหลังม้าบักสามแล้วก็ล้มลงสลบไปนาน จนหมอกและน้ำค้างลงจัดจึงได้สติและฟื้นคืนมา ท้าวผาแดงและม้าบักสามต่างแข็งใจเดินโซซัดโซเซกลับถึงเมืองผาโพงอย่างเจ็บปวดทุกข์ทรมานเกินบรรยาย ด้วยความรัก สงสาร และห่วงหาอาลัยในนางไอ่เมียสุดที่รัก ท้าวผาแดงเกิดตรอมใจคิดถึงนางไอ่ตลอดเวลาข้าวปลาไม่ยอมเสวยจนผ่ายผอม และล้มป่วยลง ในที่สุดก็ตรอมใจตายตามนางไอ่ไป เมื่อท้าวผาแดงตายไปกลายเป็นผี มีความอาฆาตพยาบาทต่อพญานาคอยู่ไม่วาย ครั้นมีโอกาสเหมาะผีท้าวผาแดงก็สั่งไพร่พลเตรียมตัวเดินกองทัพผีไปรบกับพญานาคที่เมืองบาดาลให้หายแค้น ซึ่งผีท้าวผาแดงมีบริวารผีเป็นแสน ๆ การเดินทัพมีเสียงดังอึกทึกคึกโครมปานแผ่นดินจะถล่ม และได้รายล้อมเมืองบาดาลซึ่งเป็นเมืองของพญานาคไว้รอบด้าน ต่างฝ่ายต่างใช้อิทธิฤทธิ์รบกันนานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน(ชาวมนุษย์ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครม หนองน้ำและแม่น้ำต่างๆก็ขุ่น ดินบนบกก็กลายเป็นฝุ่นตลบไปหมด แต่ชาวมนุษย์ก็มองไม่เห็นตัวอะไร ชาวบ้านต่างเดือดร้อนจะนำน้ำมาดื่มกินจะหลับจะนอนก็ลำบาก)ผลการรบไม่มีใครแพ้ไม่มีใครชนะ

                   ฝ่าย"สุทโธนาคราช"เจ้าเมืองบาดาลซึ่งแก่ชรามากแล้ว และหากสู้ต่อไปก็มีแต่จะล้มตายมากขึ้นและต้องพ่ายแพ้ต่อผีหนุ่มผาแดงอย่างแน่นอน อีกทั้งไม่อยากทำบาปทำกรรมต่อไปเพราะต้องการไปเกิดในภพของพระศรีอาริยเมตไตรย(พระพุทธเจ้าลำดับถัดไปในอนาคตกาล)จึงไปขอร้อง "ท้าวสักกะเทวราช" หรือ "พระอินทร์"ผู้เป็นใหญ่ในสรวงสวรรค์ แล้วพระอินทร์ท่านจึงได้สั่งให้ “ท้าวเวสสุวัณ”ผู้เป็นใหญ่หนึ่งในสี่(จตุโลกบาล)ในสวรรค์ชั้น "จาตุมหาราชิกา" หรือ "โลกบาล"ให้มาตัดสินให้ เมื่อท้าวเวสสุวัณได้ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้วนั้น ก็ทรงทราบว่า เป็นเรื่องของกรรมเก่าที่ตามมาให้ผลในชาตินี้และทั้งสองฝ่ายก็มีเหตุผลพอ ๆ กัน ดังนั้นท้าวเวสสุวัณ จึงขอให้ทั้งสองฝ่ายเลิกราต่อกันไม่ต้องฆ่ากัน ให้มีเมตตาต่อกัน ให้รักษาศีลห้าปฏิบัติธรรมและให้มีขันติธรรม ซึ่งทั้งผีท้าวผาแดงและพญานาคเมื่อได้ฟังคำสั่งสอนของท้าวเวสสุวัณแล้ว ต่างก็เข้าใจในเหตุผลต่างฝ่ายต่างอนุโมทนาสาธุการ แล้ว เหตุการณ์ก็จึงยุติลงด้วยความเข้าใจอันดีต่อกันและอภัยกันในที่สุด...

 

                                        ********************************************

 

 

# ต่างดวงจิตดวงวิญญาณ ต่างก็ไปเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ ตามบุญตามกรรมที่ได้สร้างสมกันมา

# หนองหานของเมืองสกลนครในปัจจุบันนั้น คือที่ตั้ง “เมืองเอกชะทีตา”ในสมัยโน้นที่จมหายลงไป(หนองที่เกิดจากเมืองจมหายไป = หนองเมืองหาย = หนองเมืองหาน = หนองหาย= หนองหาน)

# “ดอนแม่หม้าย”คือ หมู่บ้านแม่หม้าย หรือบ้านดอนแก้ว ที่ไม่ได้ถูกแบ่งเนื้อกระรอกเผือกให้กินจึงไม่จมลงไป(แม่หม้ายสมัยโน้นถูกรังเกียจ หาว่าไม่มีสามีได้ทำงานรับใช้บ้านเมือง)

# หนองหานกุมภวาปี(อุดรธานี)คือสถานที่สุดท้ายที่ท้าวผาแดงขี่ม้าพาแฟน(นางไอ่)มาถึง แต่พญานาคตามมาทันและได้พรากนางไอ่จมลงสู่เมืองบาดาล(หนองที่เกิดจากแฟนจมหายไป = หนองแฟนจมหาย = หนองแฟนหาย = หนองหาย = หนองหาน)

# แปลกแต่จริง!หนองหานกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี มีแต่ดอกบัวสีชมพูและสีแดงเกิดขึ้นตั้งแต่โบราณมาจนถึงปัจจุบัน(ทะเลบัวชมพูหรือทะเลบัวแดง)...ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ

# ประเพณี “บุญบั้งไฟ”ที่ยิ่งใหญ่และงดงามของชาวอีสานยังบอกกล่าวเล่าเรื่อง “ผาแดง-นางไอ่”สู่รุ่นลูกหลานจนถึงปัจจุบันนี้...น่าศึกษาจริงๆ

# ประเพณี “แห่ผีตาโขน”(อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย) ที่ตั้ง “เมืองผาโผง”ของเจ้าชายผาแดง ที่พระองค์ตรอมใจตายบนปราสาทแล้วกลายไปเป็นผี แล้วเตรียมขบวนกองทัพผีไปปราบพวกพญานาคเมืองบาดาล...เป็นประเพณีตรงกันตามตำนาน...และมีการปฏิบัติเป็นประเพณีสืบมาจนปัจจุบัน..ซึ่งตรงกันกับอดีต...ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ

# ที่ตั้ง “พระธาตุศรีสองรัก”(อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย)คือสถานที่ๆท้าวเวสสุวัณได้ไกล่เกลี่ยให้กองทัพผีของผาแดงกับกองทัพของพญานาคเมืองบาดาลได้เจรจาสงบศึกและให้อภัยกัน...แปลกแต่จริง!...พระธาตุนี้สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา(พระมหาจักรพรรดิ)ของราชอาณาจักรสยาม กับ พระไชยเชษฐากำแพงนครเวียงจันทร์ของราชอาณาจักรล้านช้าง(ลาว) ได้ทำไมตรีเป็นพันธมิตรไม่รุกรานกัน และจะร่วมต่อต้านการรุกรานของพม่าหงสาวดี...โดยพระธาตุนี้ห้ามนุ่งชุด "สีแดง"หรืออะไรที่เกี่ยวกับสีแดงเข้าไปกราบไหว้สักการะบูชา???...และก็ยังปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้!...

# “เมืองหรือกรุงสาเกตุนคร” คือ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด (ในปัจจุบัน)

# “เมืองหรือกรุงศรีโคตรบูรณ์”คือ จังหวัดนครพนม (ในปัจจุบัน)

# “เมืองหรือกรุงอินทรปัตถ์” คือ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา (ในปัจจุบัน)

# “เมืองฟ้าแดดสูงยาง”ของพระยาแดด ก็คือ จังหวัดกาฬสินธุ์ (ในปัจจุบัน)

# “เมืองเชียงเหียน”ของพระยาเชียงเหียน ก็คือ อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม (ในปัจจุบัน)

# “เมืองหงส์ คือ อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด (ในปัจจุบัน)

# “เมืองไพร” คือ อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด (ในปัจจุบัน)

# “เมืองทอง” คือ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด (ในปัจจุบัน)

# ฯลฯ

# “ม้าบักสาม”คือ เทวดาที่ลงมาเกิดเพื่อรับใช้ท้าวผาแดง

# สถานที่ๆเกี่ยวข้องกับตำนานนี้ ล้วนศักดิ์สิทธิ์และมีปาฏิหาริย์เป็นที่ประจักษ์มาจนถึงทุกวันนี้ และตลอดไป...(มีคนไปลองและพิสูจน์มาแล้ว...ล้วนเจอดีและมีอันเป็นไปต่างๆนาๆ)...

 

                                (...ช่างอัศจรรย์! และน่าศึกษาค้นคว้าจริงๆ...)

     

 

หมายเหตุ :

 

                กฎแห่งกรรมนี้ยังคงวนเวียนอยู่ โดย“ท้าวสุทโธนาคราช”ก็ได้มาเกิดเป็นมนุษย์และเป็นใหญ่ได้บริหารแคว้นๆหนึ่งบนโลกมนุษย์ใบนี้  ฝ่าย“ท้าวสุวรรณนาคราช”ก็ได้เกิดเป็นมนุษย์ได้เป็นประมุขที่ดีของแคว้นอีกแคว้นหนึ่งที่อยู่ติดกัน ส่วน“พังคี”ก็เกิดเป็นมนุษย์ผู้ชายถึงแม้จะเกิดในแคว้นของท้าวสุวรรณนาคราชแต่มีใจรักใคร่ในหัวหน้าแคว้นอื่น(ที่ในอดีตคือพ่อของตน) และกำลังมาสร้างปัญหาและความเดือดร้อนต่างๆนาๆในบ้านเมืองของ“นางไอ่” เพราะอยากได้นางไอ่เป็นภรรยาเพื่อก้าวขึ้นเป็นประมุขแทนพ่อของนางไอ่ให้ได้นั้นเอง แต่ต้องผ่านด่านพระเอกคือ “ผาแดง” ที่ลงมาเกิดเพื่อช่วยเหลือนางไอ่และปราบปรามหมู่มารเหล่าอธรรมทั้งหลายที่สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายในโลกมนุษย์ใบนี้นั้นเอง

 

...กฎแห่งกรรมยังวนเวียนต่อไป จนกว่าว่าดวงจิตนั้นจะบรรลุ “พระนิพพาน”...

 

 

 




การบริหารที่เหนือการบริหาร

ปาฏิหาริย์พระขุนแผน article
วงศ์เทวัญ article
มณีจันทร์ article
ขุนแผนแสนสะท้าน article
พระพุทธมหาชนกมุนีศรีสรรเพชญ์ article
นิมิตฝัน article
นิทานปรัมปรา article
สรรพสิทธิ์ชาดก article
สุพรหมโมกขะหมาเก้าหาง article
ตำนาน : ไข่ฟ้า-สุพรหมโมกขา article
สังข์ทอง
"บุญ"หรือ "ปาฏิหาริย์" article
การบริหารธุรกิจวิถีพุทธ article
การบริหารวิถีพุทธ(MSB) article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.