ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
bulletคำบูชาหลวงปู่โลกอุดร
bulletวัตถุประสงค์ของการตั้งพระพุทธศาสนา
bulletที่ตั้งของบริษัท สุ จิ ปุ ลิ จำกัด
dot
Newsletter

dot
bulletการอุทิศบุญกุศล โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletอนาคตประเทศไทย โดย หลวงปู่ฤาษีลิงดำ
bulletการคิดแบบโยนิโสมนสิการ
bulletปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา
bullet๕ ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธประวัติ
bulletชื่อและอักษรย่อพระไตรปิฎก ฉบับของมจร.
bulletกรรมฐานเปิดโลก โดยหลวงปู่คง จตฺตมโล
bulletหลวงปู่สรวงเมตตารักษาโรคเอดส์
bulletกัลยาณมิตร
bulletอริยทรัพย์
bulletอุดมมงคล๓๘ ประการ
bulletบทเรียน : คนอกตัญญู
bulletมณีโจรชาดก
bulletพระนางพิมพา : นางแก้วคู่บุญบารมีพระพุทธเจ้า
bulletการไม่คบคนพาล : เป็นอุดมมงคลของชีวิต
bulletกรรมของ "พระรถเมรี"
bulletมัทนะพาธา : ตำนานดอกกุหลาบ
bulletพระสุธน-มโนราห์
bulletพญาครุฑ : ปกป้องชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
bulletตัวอย่าง : ตายจากคนเดิมไปเกิดเป็นคนใหม่
bulletหนี้กรรมข้ามชาติ : ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletตำนาน : สิงหไตรภพ
bulletกุสชาดก
bulletนิทาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : พิกุลทอง
bulletกรรมของ "นางอุสา-ท้าวบารส"
bulletตำนาน : พญาคันคาก รบกับ พระยาแถน
bulletพระคาถา : ชินบัญชร
bulletตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)
bulletตำนานรักอมตะ ; ผาแดง-นางไอ่
bulletตายแล้วเกิดใหม่
bullet"๑๘" : ศาสตร์จักรพรรดิ
bulletกุดสะราชชาดก : สังข์ศิลป์ชัย
bulletสุตตธนุชาดก
bulletวรวงสชาดก
bulletวนาวนชาดก
bulletพากุลชาดก
bulletกรรมของ "พระนล-พระนางทมยันตี"
bulletมหาสตรี : สาวิตรี
bulletกรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”
bulletตำนาน "พระนางจามเทวี"
bulletพระพี่นางสุพรรณกัลยา
bulletกรรมของ"จันทะโครพ"
bulletปาจิตตกุมารชาดก : ตำนานเมืองพิมาย
bulletพาราณสิราชชาดก
bulletจันทกินนรชาดก : ความรักของพระนางพิมพา
bulletสุวรรณหังสชาดก : โลภมากลาภหาย
bulletฉัททันตชาดก : กรรมของพญาช้างฉัททันต์
bullet๑๖ คำทำนายของพระพุทธเจ้า
bulletตำนานเพลงสาธุการ
bulletฉางเอ๋อ : ตำนานพระจันทร์คู่โลก
bulletสสปัณฑิตชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
bulletนิทานชาดก : กลโกงพ่อค้า
bulletนิทานชาดก : ตายเพราะไม่เรียน
bulletสมุทรโฆสชาดก : สมุทโฆษคำฉันท์
bulletสุวรรณสังข์ชาดก : สังข์ทอง
bulletพระยากง-พระยาพาน-ยายหอม : พระปฐมเจดีย์ และพระประโทนเจดีย์
bulletสมุททชาดก
bulletเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : ตำนานการสร้างหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง
bulletเจ้าแม่กวนอิม : เทพเจ้าแห่งความเมตตา
bulletเวรย่อมระงับด้วยการไม่ผูก(จอง)เวร
bulletชีวกโกมารภัจ : แพทย์ผู้ทำการรักษาพระพุทธเจ้า
bulletมหากาพย์ : พระอภัยมณี
bulletตำนาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : กาฬเกด
bulletนิทาน : ท้าวหงส์หิน
bulletตำนานรักอมตะ : นางฟ้าหยาด-ท้าวจันทราช
bulletอิเหนา
bulletตำนานอมตะ : นางไข่ฟ้า - ท้าวสุพรหมโมกขา
bulletท้าวคัชนาม
bulletพระโคบุตร
bulletพรหมจักรกุมารชาดก
bulletไกรทอง
bulletขูลู - นางอั๊ว
bulletขุนแผนแสนสะท้าน
bulletสุดยอดวีรกรรมของพระองค์ดำ ณ ทุ่งมหาราช
bullet"พญาครุฑ" กับ "พญานาค"
bulletวิญญาณบรรพบุรุษช่วยลูกชายให้ปลอดภัย
bulletตำนาน : สงกรานต์
bulletช้างต้นมงคลชัย ไปอยู่ที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี




ขุนแผนแสนสะท้าน article

ขุนแผนแสนสะท้าน

(จากสุดยอดวรรณกรรมของไทย เรื่อง “ขุนช้าง – ขุนแผน”)

                            **************************

ก.  มูลเหตุจูงใจ

        การได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย เป็นคนไทย พบพระพุทธศาสนา ถือว่าเป็นบุญกุศลมากนักของมนุษยชาติ ซึ่งผู้เขียนรู้สึกภาคภูมิใจในการเกิดมาเป็นคนไทยในชาตินี้มาก สิ่งหนึ่งที่ควรทำในการตอบแทนชาติบ้านเกิดเมืองนอนก็คือ การรักษาวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามไว้สู่ลูกหลาน และบอกกล่าว ตลอดจนเผยแพร่ศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณีที่ดีงามต่างๆไว้ด้วย โดยเฉพาะวรรณกรรม และตำนานของบรรพบุรุษของไทยเราในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่อง “ขุนช้าง – ขุนแผน” ซึ่งถือได้ว่าเป็นสุดยอดวรรณกรรมและเป็นอันดับหนึ่งของตำนานและนิทานของชาวไทยที่ชวนให้ศึกษา ค้นคว้า และเล่าขานอย่างไม่สร่างซา ช่างน่าอัศจรรย์และมีเสน่ห์ดึงดูดยิ่งนัก

                “ขุนแผน” หรือ “ขุนแผนแสนสะท้าน” เป็นบรรพบุรุษของไทยยุคกรุงศรีอยุธยา และเป็นทหารยอดนักรบที่ได้รับการยกย่อง และยอมรับนับถือว่า เป็น “สุดยอดขุนพล”ของชาวไทยของเรา ที่เก่งกาจ และมีบุญคุณต่อชาติและราชบัลลังก์ของไทยมากยิ่งนัก ยากที่จะมีผู้ใดเทียบได้ สมแล้วกับการที่เทพพรหมส่งลงมาเกิดบนโลกมนุษย์เพื่อที่จะบอกกับชาวโลกว่า “ข้าเกิดมาเพื่อจะเป็นยอดคน” และที่สำคัญเรื่องราวของขุนแผนใน “วีรกรรมต่อชาติบ้านเมือง” และ “วีรกรรมส่วนตัว”นั้น  ต่างติดตราตรึงใจ และเล่าขาน ตลอดจนมีการนำไปทำการศึกษาเล่าเรียนอย่างแพร่หลาย ทั้งในประเทศไทย ในภูมิภาคอาเซียน และทั่วทั้งโลกในปัจจุบัน ตลอดจนในอนาคตด้วย เช่น หนังสือ The Tale of Khun Chang Khun Phaen, The Story of Khun Chang Khun Phaen, The Romance of khun Chang khun Phaen

และ The Legend of The Warlord เป็นต้น และยังมีความพยายามของประเทศเพื่อนบ้านของไทย ในการที่จะนำเรื่องราวของยอดขุนพลไทยท่านนี้ ไปจดเป็นลิขสิทธิ์ของตัวเองอีกต่างหาก ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าเรื่องราวของคนที่เกิดเป็นชาวบ้านธรรมดาสามัญ ที่มีโอกาสได้เป็นทหารรับใช้ชาติและราชบัลลังก์ จะมีวีรกรรมและประวัติส่วนตัวที่อยากให้ทำการศึกษาเล่าเรียน และนำไปเป็นแบบแผนและเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะเหล่า “สุภาพบุรุษ”ทั้งหลายในโลกมนุษย์ของเรานี้

  ถึงแม้ว่าเรื่องราวอันเป็นชีวิตจริงของขุนแผนนั้น จะมีชีวิตรักและชะตากรรมชีวิตได้ลิขิตให้ขุนแผนและคนรักของตนนั้น ต้องประสบกับชะตากรรมอันโหดร้ายและเผชิญกับวิบากกรรมต่างๆ นาๆ มีทั้งสุข ทุกข์ เศร้า เหงา สมหวัง ผิดหวัง ทุกข์ทรมาน และจนกระทั่งว่าคนรักที่เป็นยอดดวงใจของเขา(นางพิมพิลาไลย หรือ นางวันทอง) ต้องเคราะห์ร้ายอย่างหนักจนต้องถูกลงโทษประหารชีวิตก็ตาม แต่ทุกคนก็สนใจใคร่ศึกษา และบอกเล่าสู่ลูกหลาน รุ่นต่อรุ่น ตลอดจนบันทึกเป็นตำราและทำการศึกษาเล่าเรียนอย่างเป็นทางการ ซึ่งมากกว่าทุกเรื่อง และก็ได้รับความนิยมมากกว่าทุกเรื่องของเมืองไทยด้วยเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่พระเครื่องหรือวัตถุมงคลชั้นยอดของไทย ยังต้องตั้งชื่อว่า “พระขุนแผน” ซึ่งเกจิอาจารย์ทั้งหลายต่างพยายามจะปลุกเสกขึ้นมาเพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหา ได้นำไปกราบไหว้สักการบูชาและพกติดตัว โดยมีวัตถุประสงค์หรือพุทธคุณในด้านที่ว่า จะทำให้มีเสน่ห์ มีเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย คงกระพันชาตรี และมีชัยชนะต่อข้าศึกศัตรูนั้นเอง

และสิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องแปลกแต่จริงก็คือ สุภาพบุรุษชายไทยชาติทหารทั้งหลาย โดยเฉพาะ “นักศึกษารักษาดินแดน” หรือ “รด.” ต่างได้มีโอกาสมาฝึกวิชาการทหารภาคสนาม ณ ที่ “เขาชนไก่” แห่งนี้ อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของ “ขุนไกรพลพ่าย” ผู้เป็นบิดาของ “พลายแก้ว” หรือต่อมาก็คือ “ขุนแผนแสนสะท้าน” หรือ “เจ้าเมืองกาญจนบุรี”นั้นเอง ซึ่งที่แห่งนี้นั้น “นางทองประศรี” มารดาของพลายแก้ว ได้หอบอุ้มเอาพลายแก้วในตอนยังเป็นเด็กเล็กเพื่อหนีราชภัยจากเมืองสุพรรณบุรีมาอยู่ที่นี่ เติบโตที่นี่ และยังเป็นนิวาสถานในการครองรักกันกับ “นางลาวทอง” และ “นางแก้วกิริยา” ณ ที่แห่งนี้ด้วย หรือแม้แต่ยอดขุนพลอย่าง “พลายงาม” ซึ่งเป็นลูกชายของขุนแผนก็ได้หนี “ขุนช้าง”พ่อเลี้ยงอำมหิตมาอยู่และเติบโตกับคุณย่า ณ สถานที่แห่งนี้เช่นเดียวกัน ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!

 

 

ข. เรื่องย่อขุนช้างขุนแผน

เนื้อเรื่องตอนที่ ๑ เปิดเรื่อง
           กล่าวถึงกำเนิดของตัวละครสำคัญสามตัวแห่งเมืองสุพรรณบุรี ในสมัยกรุงศรีอยุธยา คือ พลายแก้ว(ขุนแผน) ขุนช้าง และนางพิมพิลาไลย(วันทอง) พลายแก้วเป็นลูกของ ขุนไกรพลพ่าย กับ นางทองประศรี เมื่อบิดาถูกสมเด็จพระพันวษา(สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ แห่งกรุงศรีอยุธยา)รับสั่งให้ประหารชีวิต เพราะความผิดที่ได้ฆ่ากระบือเป็นจำนวนมากหน้าพระที่นั่ง เนื่องจากกระบือแตกตื่นขวิดผู้คน เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสุพรรณบุรีเพื่อล่ากระบือ มารดาจึงพาหนีราชภัยไปอยู่กับญาติที่ เขาชนไก่ แห่งเมืองกาญจนบุรี ขุนช้างเป็นลูกของขุนศรีวิชัยกับนางเทพทอง บิดาถูกโจรฆ่าตาย ส่วนนางพิมเป็นลูกของพันศรโยธากับนางศรีประจัน บิดาเป็นไข้ป่าถึงแก่ความตาย

             ทั้งพลายแก้ว ขุนช้าง และนางพิมเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็กเมื่อตอนที่อยู่สุพรรณบุรีก่อนที่จะจากไปอยู่ที่เมืองกาญจนบุรี พลายแก้วได้บวชเป็นสามเณรกับสมภารบุญ วัดส้มใหญ่ และเล่าเรียนวิชาที่กาญจนบุรี ต่อมาย้ายมาอยู่กับสมภารมี วัดป่าเลไลยก์ เมืองสุพรรณบุรี ส่วนขุนช้างแต่งงานกับนางแก่นแก้วได้ปีกว่าภรรยาก็ตาย นางพิมได้พบกับเณรแก้วที่วัดป่าเลไลยก์ เมื่อคราวไปทำบุญมหาชาติ(เวสสันดร)กับมารดา ต่างก็จำกันได้จึงมีจิตผูกรักต่อกัน ต่อมาได้นางสายทองพี่เลี้ยงของนางพิมเป็นสื่อนัดแนะ จนเณรแก้วได้เสียกันกับนางพิม และยังได้เสียกับนางสายทองด้วย เมื่อถูกสมภารมีให้ออกจากวัดป่าเลไลยก์ ก็ไปอยู่กับสมภารคง ที่วัดแค และได้เล่าเรียนวิชาทางไสยศาสตร์หลายอย่างจนเก่งกล้าสามารถ ต่อมาเมื่อทราบว่าขุนช้างได้มาสู่ขอนางพิม เณรแก้วจึงลาสึกกับพระอาจารย์ แล้วให้มารดาจากเมืองกาญจนบุรีมาสู่ขอนางพิมและแต่งงานอยู่กินกันตามประเพณีที่สุพรรณบุรี

               เมื่อเกิดศึกเมืองเชียงใหม่ที่ยกทัพมาตีเอาเมืองเชียงทอง อันเป็นอาณาเขตกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระพันวษาทรงทราบถึงความสามารถของพลายแก้ว ก็รับสั่งให้เข้าเฝ้า และแต่งตั้งให้แม่ทัพไปรบที่เชียงทอง จนตีเมืองเชียงทองได้ชัยชนะ แล้วยกทัพตามทัพเชียงใหม่ที่แตกหนีไปถึงลำพูน ได้ตั้งค่ายที่บ้านจอมทอง นายแสนคำแมนกับนางศรีเงินยวงแห่งบ้านจอมทองได้ยกนางลาวทองให้เป็นภริยาของพลายแก้วเพื่อเป็นการขอบคุณที่ไม่ทำลายบ้านจอมทอง

               หลังจากพลายแก้วไปรบแล้วไม่นาน นางพิมได้ล้มป่วยลง ขรัวตาจูแห่งวัดป่าเลไลยก์ได้เปลี่ยนชื่อใหม่จาก พิมพิลาไลย เป็น วันทอง จึงหายป่วย ขุนช้างซึ่งยังต้องการนางพิมไปเป็นภริยาได้ใช้เล่ห์อุบายต่าง ๆ เพื่อแสดงว่าพลายแก้วตายแล้ว และอ้างว่าเมื่อสามีไปทัพตาย ภรรยาจะถูกริบเป็นม่ายหลวง ประกอบทั้งถูกมารดาบังคับเฆี่ยนตีให้แต่งงานกับขุนช้างที่เป็นเศรษฐีร่ำรวยกว่าพลายแก้ว นางวันทองจึงต้องเข้าพิธีแต่งงานกับขุนช้าง แต่ยังรอพลายแก้วอยู่ไม่ยอมร่วมหอกับขุนช้าง

                 ฝ่ายพลายแก้ว เมื่อมีชัยชนะกลับมา ก็ได้รับการปูนบำเหน็จแต่งตั้งให้เป็น ขุนแผนแสนสะท้าน คุมไพร่พลห้าร้อยมีหน้าที่รักษาเขตแดนทางเมืองกาญจนบุรี เมื่อเดินทางกลับมาสุพรรณบุรี ได้ทราบเรื่องของนางวันทอง ก็มีความโกรธจะฆ่าขุนช้าง แต่นางลาวทองซึ่งมากับขุนแผนด้วยได้ห้ามไว้ นางวันทองกับนางลาวทองเกิดทะเลาะกันด้วยความหึงหวง เป็นเหตุให้นางวันทองกล่าวถ้อยคำก้าวร้าวขุนแผน ขุนแผนโกรธมากถึงกับจะฆ่านางวันทองพร้อมทั้งแสดงอาการไม่ไยดี แล้วพานางลาวทองไปอยู่ที่กาญจนบุรี นางวันทองคิดว่าขุนแผนสิ้นรักนางแล้วจึงยอมเป็นภริยาขุนช้าง

เนื้อเรื่องตอนที่ ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง
             ต่อมาขุนแผนคิดถึงนางวันทองและอยากจะสั่งสอนขุนช้าง จึงลอบขึ้นเรือนขุนช้าง ใช้มนต์สะกดผู้คนในเรือนแล้วเข้าห้อง เห็นขุนช้างนอนอยู่กับนางวันทองก็โกรธ จึงมัดขุนช้างกับนางวันทองติดกัน แล้วให้ตามผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาให้รับรู้ พร้อมแจ้งให้กำนันทราบแล้วก็กลับไป

         ต่อมามีรับสั่งให้ขุนแผนและขุนช้างเข้าไปฝึกหัดราชการที่กรุงศรีอยุธยา พอถึงเวรขุนแผน บังเอิญนางลาวทองป่วยหนัก ขุนแผนฝากเวรไว้กับขุนช้างซึ่งได้รับราชการอยู่ด้วยกัน แล้วออกไปเผ้าไข้ นางลาวทอง เมื่อสมเด็จพระพันวษาเสด็จออกว่าราชการไม่เห็นขุนแผนก็รับสั่งถามถึง ขุนช้างคิดกำจัดขุนแผน จึงทูลว่าขุนแผนละทิ้งหน้าที่ไปหาภริยา พระองค์ทรงกริ้วมาก สั่งลงโทษขุนแผนให้ออกตระเวนอยู่ตามชายแดน ห้ามเข้ามาในกรุงศรีอยุธยา และกักขังนางลาวทองไว้ในพระราชวัง

              ขุนแผนเมื่อทราบความจริง จึงผูกพยาบาทขุนช้าง แต่จะสู้กับกองทัพของกรุงศรีอยุธยาด้วยตัวคนเดียวจะลำบาก จึงได้แสวงหาของวิเศษที่ทำให้มีฤทธิ์มาก คือ กุมารทอง ดาบฟ้าฟื้น และม้าสีหมอก เพื่อแก้แค้นขุนช้างและต่อสู้กับกองทัพของเมืองหลวง โดยได้ฝากตัวอยู่กับหมื่นหาญซึ่งเป็นนายซ่องโจร และได้นาง บัวคลี่ ลูกสาวหมื่นหาญเป็นภริยา ต่อมาหมื่นหาญไม่พอใจที่ขุนแผนไม่ยอมออกปล้นและมีความเก่งกล้ากว่าตน จึงคิดกำจัดเสีย โดยให้นางบัวคลี่วางยาพิษ แต่พรายได้กระซิบให้ขุนแผนรู้ ขุนแผนจึงฆ่าบัวคลี่ ควักเอาลูกในท้องไปทำพิธีปลุกเสกเป็นกุมารทอง เมื่อกลับมากาญจนบุรี ก็ทำพิธีตีดาบตามตำรามหาศาสตราคม ให้ชื่อว่า ดาบฟ้าฟื้น แล้วเดินทางไปแสวงหาม้าสีหมอก ตามตำราที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อได้แล้วก็เดินทางกลับกาญจนบุรี


              ต่อมาขุนแผนคิดถึงนางวันทองจึงเดินทางไปสุพรรณบุรี ขึ้นเรือนขุนช้างในเวลากลางคืน สะกดผู้คนให้หลับแล้วเดินหาห้องนางวันทอง ได้พบกับนางแก้วกิริยาบุตรีพระยาสุโขทัยซึ่งบิดานำมาขายให้ขุนช้าง ซึ่งขุนช้างรักใคร่และรับไว้เป็นน้องสาว ขุนแผนได้นางเป็นภริยาแล้วมอบเงินให้นางไว้ไถ่ตัว  ขุนแผนได้พานางวันทองหนีไปจากบ้านขุนช้าง ชุนช้างพาพวกพ้องติดตามไปทันในป่าแต่สู้ขุนแผนไม่ได้ จึงเข้ากราบทูลกล่าวโทษขุนแผนต่อพระพันวษา พระพันวษาส่งกองทัพตามจับขุนแผนแต่สู้ขุนแผนไม่ได้ และถูกฆ่าตายไปมากมาย พระพันวษาทรงพระพิโรธมาก จึงมีหมายรับสั่งไปทั่วราชอาณาจักรให้จับขุนแผนกับนางวันทองส่งมาดำเนินคดีที่กรุงศรีอยุธยา ขุนแผนสงสารภรรยา จึงตัดสินใจพานางวันทองซึ่งกำลังมีครรภ์แก่ เข้ามอบตัวต่อเจ้าเมืองพิจิตร เจ้าเมืองพิจิตรทำใบบอกส่งตัวขุนแผนกับนางวันทองเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา

          นางแก้วกิริยาซึ่งได้ไถ่ตัวเป็นอิสระแล้ว ได้พบขุนแผนกับนางวันทองซึ่งถูกจองจำโซ่ตรวนระหว่างถูกส่งตัวเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาด้วย สมเด็จพระพันวษารับสั่งให้ชำระคดีระหว่างขุนแผนกับขุนช้าง คณะตุลาการตัดสินให้ขุนแผนชนะคดีและได้นางวันทองคืนไป

               เมื่อขุนแผนชนะความแล้วไม่นานก็คิดถึงนางลาวทอง ซึ่งถูกกักขังอยู่ในวัง จึงขอให้จมื่นศรีเสาวรักษ์ ผู้ที่ตนมาอาศัยอยู่ด้วยที่กรุงศรีอยุธยา ให้ทูลขออภัยโทษให้แก่นางลาวทอง พอกราบทูล พระพันวษาทรงกริ้วมากสั่งให้เอาขุนแผนไปจองจำไว้ นางแก้วกิริยาได้ขอตามเข้าไปปรนนิบัติขุนแผนในคุก
                ขุนแผนอยู่ในคุก ส่วนนางวันทองถูกขุนช้างกับบ่าวไพร่มาฉุดคร่าไปจากบ้านของจมื่นศรีฯกลับไปอยู่ที่สุพรรณบุรี นางจึงอยู่กับขุนช้างจนคลอดบุตร นางวันทองได้ตั้งชื่อให้คล้ายกับพ่อว่า พลายงาม
               ขุนช้างคิดกำจัดพลายงามอยู่ตลอดเวลาเพราะรู้ว่าเป็นลูกขุนแผน เมื่อพลายงามอายุ ๑๐ ขวบ ขุนช้างได้ลวงพลายงามไปป่าเพื่อฆ่าให้ตาย แต่ผีพรายของขุนแผนช่วยไว้ นางวันทองจึงให้พลายงามเดินทางไปอยู่กับย่าที่เมืองกาญจนบุรี นางทองประศรีได้เลี้ยงดูพลายงาม และพาไปเยี่ยมขุนแผนในคุก ขุนแผนได้ขอร้องให้มารดาสอนวิชาตามตำราของปู่และพ่อให้กับพลายงาม นางจึงได้สั่งสอนคาถาอาคมต่าง ๆ ตามตำราของขุนแผนผู้พ่อและขุนไกรผู้เป็นปู่ ให้หลานจนแก่กล้าเหมือนขุนแผน พออายุได้ ๑๓ ปี พลายงามก็มาอยู่กับ จมื่นศรีฯที่กรุงศรีอยุธยา เพื่อให้พาเข้าเฝ้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กในวัง


เนื้อเรื่องตอนที่ ศึกที่เมืองเชียงใหม่
            ต่อมาเกิดศึกระหว่างกรุงศรีอยุธยากับเมืองเชียงใหม่ เนื่องจากพระเจ้าล้านช้าง(ลาว)ได้ส่งนางสร้อยทองราชธิดามาถวายสมเด็จพระพันวษา(อยุธยา) โดยพระเจ้าเชียงใหม่(ล้านนา)ได้มาชิงนางสร้อยทองไปในระหว่างทาง สมเด็จพระพันวษาจึงโปรดให้หาผู้อาสายกทัพไปรบ จมื่นศรีฯได้นำพลายงามลูกชายของขุนแผนเข้าอาสา ทรงโปรดให้พลายงามยกทัพไปรบกับเชียงใหม่ พร้อมกับพระราชทานอภัยโทษให้ขุนแผนและนางลาวทอง และโปรดให้ขุนแผนไปตีเมืองเชียงใหม่ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งขุนแผนไม่ได้นำทหารจากกองทัพของเมืองหลวงไปรบแต่อย่างใด แต่ขอให้เพื่อนที่เก่งกล้าสามารถที่อยู่ในคุกด้วยกันเป็นเวลา ๑๔ ปี เพียง ๓๕ คน ไปรบด้วยกัน ก่อนไปขุนแผนให้รับนางทองประศรีมารดาจากกาญจนบุรีมาอยู่กับนางลาวทองและนางแก้วกิริยาที่กรุงศรีอยุธยา

        ในกรุงศรีอยุธยา ตอนขุนแผนกรีธาทัพไปตีเชียงใหม่นั้นนางแก้วกิริยาก็คลอดบุตร ขุนแผนจึงตั้งชื่อให้ว่า พลายชุมพล

              ระหว่างเดินทัพไปตีเชียงใหม่ ขุนแผนได้แวะเยี่ยมเจ้าเมืองพิจิตร และรับม้าสีหมอก ซึ่งฝากไว้เมื่อคราวเข้ามอบตัวสู้คดีด้วย พลายงามได้พบรักกับนางศรีมาลาลูกสาวเจ้าเมืองพิจิตร ขุนแผนจึงขอหมั้นหมายไว้ให้กับพลายงาม พลายงามและขุนแผนได้สู้รบกับทัพเมืองเชียงใหม่จนได้ชัยชนะ ได้นางสร้อยทองคืน ในการยกทัพกลับกรุงศรีอยุธยา ขุนแผนได้นำ นางสร้อยทอง พระเจ้าเชียงใหม่ มเหสี และนางสร้อยฟ้าผู้เป็นธิดาลงมาด้วย สมเด็จพระพันวษาทรงแต่งตั้งให้ขุนแผนเป็น พระสุรินทรฦาไชย ครองเมืองกาญจนบุรี ตั้งพลายงามให้เป็นจมื่นไวยวรนาถ พระพันวษาทรงเมตตาให้พระเจ้าเชียงใหม่กลับไปครองเมืองเช่นเดิม ทรงแต่งตั้งนางสร้อยทองให้เป็นพระสนม และพระราชทานนางสร้อยฟ้าแก่จมื่นไวย ฯ

           ซึ่งจมื่นไวยได้แต่งงานกับนางสร้อยฟ้าและศรีมาลาพร้อมกัน
           ในวันแต่งงานนางวันทองกับขุนช้างก็มาจากสุพรรณบุรีมาร่วมงานแต่งงานลูกชายที่กรุงศรีอยุธยา ขุนช้างได้ดื่มเหล้าจนเมาแล้วเกิดทะเลาะกันกับจมื่นไวย ฯ จมื่นไวยฯบันดาลโทสะทำร้ายขุนช้าง ต่อมาขุนช้างเข้าเฝ้ากราบทูลกล่าวโทษจมื่นไวย ฯ เมื่อมีการสืบเรื่องที่ขุนช้างทำร้ายจมื่นไวย ฯ สมัยเมื่อเป็นเด็กขึ้นมา ขุนช้างปฏิเสธ จึงมีการพิสูจน์โดยการดำน้ำก็ปรากฏว่าขุนช้างแพ้ รับสั่งให้ประหารชีวิตขุนช้าง แต่จมื่นไวย ฯ เห็นแก่มารดาจึงได้ทูลขอพระราชทานอภัยโทษไว้ ต่อมาจมื่นไวย ฯ คิดแค้นที่แม่ไปอยู่กับขุนช้าง จึงลอบขึ้นเรือนขุนช้างกลางดึก อ้อนวอนและบังคับนางวันทองไปกับอยู่ตน นางไม่อาจขัดขืนได้ก็ยอมไป ขุนช้างแค้นเคืองมากที่จมื่นไวยฯ ลักนางวันทองไป จึงทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกากล่าวโทษจมื่นไวยฯ เมื่อโปรดให้ไต่สวนคดีตามฎีกาของขุนช้าง ให้นางวันทองซึ่งเป็นคนกลางตัดสินใจว่าจะเลือกอยู่กับขุนช้าง ขุนแผน หรือจมื่นไวย ฯ

                นางทูลตอบว่ารักทั้ง ๓ คนเท่า ๆ กัน สมเด็จพระพันวษาทรงกริ้วหาว่าเป็นคนสองใจ จึงรับสั่งให้เอาไปประหารชีวิต แม้ว่าจมื่นไวยฯ ได้กลับไปเข้าเฝ้าทูลขอพระราชทานอภัยโทษ และทรงโปรดพระราชทานให้แล้วก็ตาม แต่เพชฌฆาตได้ลงดาบก่อนที่จะยับยั้งไว้ทัน นางวันทองจึงถูกประหารชีวิต


เนื้อเรื่องตอนที่ ๔ กรณีสร้อยฟ้ากับศรีมาลา
                  ขุนแผนพานางแก้วกริยาและนางลาวทองมาอยู่ด้วยกันที่กาญจนบุรี ส่วนนางทองประศรีอยู่กับจหมื่นไวยฯที่กรุงศรีอยุธยา โดยขอพลายชุมพลให้อยู่กับย่าที่เมืองหลวงด้วยกัน ต่อมาไม่นานนางลาวทองก็ให้กำเนิดลูกชาย ขุนแผนตั้งชื่อให้ว่า พลายณรงค์

                 ฝ่ายนางสร้อยฟ้ากับนางศรีมาลา ภริยาของจมื่นไวย ฯ มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันด้วยความหึงหวงอยู่เสมอ เนื่องจากหมื่นไวย ฯ รักนางศรีมาลามากกว่า นางสร้อยฟ้าจึงให้เถรขวาดทำเสน่ห์เพื่อจมื่นไวย ฯ จะได้หลงรักตน จมื่นไวย ฯ หลงเสน่ห์จนถึงกับทุบตีนางศรีมาลา และพลายชุมพลได้เข้าขัดขวางแต่ก็ถูกทุบตีด้วย พลายชุมพลจึงหนีไปพบพ่อและแม่ที่กาญจนบุรี  เล่าเรื่องจมื่นไวย ฯ ให้พ่อกับแม่ฟัง แล้วไปอยู่กับตายายที่สุโขทัย ฝ่ายขุนแผนก็มากรุงศรีอยุธยาเพื่อแก้เสน่ห์ให้พลายงาม ส่วนนางศรีมาลาก็แจ้งข่าวไปเมืองพิจิตรว่าตนป่วย ขอให้พ่อกับแม่รีบลงมารับกลับ เมื่อทุกคนมาพร้อมกัน แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ ซ้ำขุนแผนกลับทะเลาะกับจมื่นไวย ฯ ถึงขนาดตัดพ่อตัดลูก จนต้องเดินทางกลับกาญจนบุรีด้วยความแค้น

              พลายชุมพลเมื่อไปอยู่กับตายายที่สุโขทัยก็บวชเป็นเณร ได้เล่าเรียนหนังสือและวิชาคาถาอาคมจนเชี่ยวชาญ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ตนหนีมาก็แค้นใจมาก จึงได้นัดหมายกับขุนแผนจะไปล้างแค้นจมื่นไวย ฯ จึงสึกจากเณรแล้วปลอมตัวเป็นมอญใหม่ คุมทัพหุ่นยกมาทำทีจะเข้าตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระพันวษารับสั่งให้ขุนแผนยกไปต่อสู้ ขุนแผนแสร้งทำเป็นแพ้ให้พลายชุมพลจับตัวไปเพื่อล่อให้จมื่นไวยนำทัพหลวงออกมารบ แล้วจมื่นไวย ฯ ก็อาสาออกรบ ระหว่างเดินทัพมาพบกับเปรตนางวันทองได้มาห้ามทัพของลูกชายไว้ ด้วยเกรงว่าจะถูกพ่อฆ่าตายแต่ไม่สำเร็จ เมื่อจมื่นไวย ฯ กับพลายชุมพลรบติดพันกันอยู่ ขุนแผนเข้ามาจะฟันจมื่นไวย ฯ ด้วยดาบ จมื่นไวยฯ ตกใจจึงรีบหนีเข้ามากราบทูลให้สมเด็จพระวษาทรงทราบ พระพันวษาฉงนพระทัยยิ่งนัก ทำไมขุนแผนจึงแพ้ศึก และทำไมเจาะจงจะทำร้ายแต่จมื่นไวยฯ เพียงผู้เดียวเท่านั้น จึงโปรดให้นางศรีมาลาไปรับขุนแผนและพลายชุมพลเข้ามาเฝ้า ขุนแผนกราบทูลเรื่องจมื่นไวย ฯ ถูกเสน่ห์ พลายชุมพลจึงอาสาไปจับเสน่ห์ โดยปลอมตัวนำของมึนเมาไปมอมเถรขวาดกับเณรจิ๋วที่วัดพระยาแมน จนรู้รายละเอียดแล้วจึงจับเถรขวาดและเณรจิ๋วขังไว้ แต่เถรขวาดและเณรจิ๋วก็สะเดาะโซ่ตรวน แปลงตัวเป็นจระเข้หนีไปได้

           เมื่อโปรดให้มีการไต่สวนคดีทำเสน่ห์ แต่นางสร้อยฟ้าไม่ยอมรับ จึงให้นางสร้อยฟ้ากับนางศรีมาลาลุยไฟเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ นางสร้อยฟ้าเป็นฝ่ายแพ้ จึงโปรดให้ประหารชีวิตนางสร้อยฟ้า แต่นางศรีมาลาทูลขอพระราชทานชีวิตนางไว้ เพราะนางสร้อยฟ้ากำลังมีครรภ์ จึงได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่ถูกเนรเทศออกจากกรุงศรีอยุธยา นางสร้อยฟ้าจึงเดินทางกลับไปเชียงใหม่ พบเถรขวาดระหว่างทาง จึงเดินทางไปด้วยกัน ต่อมานางคลอดบุตรให้ชื่อว่า พลายยงพงศ์นพรัตน์ ฝ่ายนางศรีมาลาก็คลอดลูกเป็นชายเช่นกัน ขุนแผนตั้งชื่อให้ว่า พลายเพชร

             ฝ่ายเถรขวาดเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าเชียงใหม่ที่ดูแลบุตรสาว(นางสร้อยฟ้า)ของพระองค์ให้ปลอดภัย จึงได้รับการแต่งตั้งได้เป็นสังฆราชเชียงใหม่ แต่ก็ยังแค้นกรุงศรีอยุธยาและคิดจะแก้แค้นพลายชุมพล จึงแปลงตัวเป็นจระเข้อาละวาดลงมาจนถึงกรุงศรีอยุธยา โดยพลายชุมพลอาสาปราบจระเข้  แล้วก็ถูกพลายชุมพลจับได้ และถูกลงโทษประหารชีวิต แล้วพลายชุมพลได้รับแต่งตั้งให้เป็น หลวงนายฤทธิ์มหาดเล็กรักษาพระองค์

ค.บทสรุป(ส่งท้าย)

พระอริยะเจ้าท่านสอนไว้ว่า

๑.     ดวงพระวิญญาณของ “ขุนแผนแสนสะท้าน” ผู้เป็นยอดขุนพลมือหนึ่งของบรรพบุรุษแห่งทหารไทย ท่านยังคงคอยคุ้มครองและปกปักรักษาผืนแผ่นดินไทย พระพุทธศาสนา และพระมหากษัตริย์ของไทย ตลอดจนลูกหลานไทยทุกคนอยู่ตลอดเวลา และจะคอยกำจัดข้าศึกศัตรูของไทย หากมันผู้ใดคิดคดทรยศต่อชาติไทย พระพุทธศาสนา และพระมหากษัตริย์ของไทย มันผู้นั้นจะต้องพินาศและมีอันเป็นไปอย่างแน่นอน โดยเฉพาะข้าราชการประจำ และข้าราชการการเมืองทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารไทย เพราะนี่คือ ปะกาศิตของ “บรรพบุรษของทหารไทย” หรือ “สุดยอดขุนพลคู่บัลลังก์พระมหากษัตริย์ของไทย”นั้นเอง

๒.   ใครที่มีวัตถุมงคลและพระเครื่องที่กล่าวขานและขนานนามกันว่า “พระขุนแผน”นั้น หากไม่รู้สำนึกในบุญคุณและระลึกนึกถึงท่าน และเป็นคนเนรคุณต่อชาติไทย พระพุทธศาสนา และพระมหากษัตริย์ของไทย โดยเฉพาะต่อผู้มีพระคุณทั้งหลาย ท่านย่อมไม่ช่วยเหลืออย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นของพระเกจิอาจารย์ท่านใด และราคาจะแสนแพงเพียงใดก็ตาม

๓.   เกิดเป็นชายไทยโดยเฉพาะทหารไทย ไม่ได้อ่าน “ขุนแผนแสนสะท้าน” หรือ “ขุนช้าง – ขุนแผน”น่าเสียดายในการเกิดมาเป็นคนไทย

                                        คนไทย/ลูกหลานขุนแผน

                                             ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕

 

                “”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””

 

 

ขอขอบคุณ

http://rungfa.chs.ac.th/khunchangstory.htm

http://www.baanjomyut.com




การบริหารที่เหนือการบริหาร

วงศ์เทวัญ article
สังข์ทอง
มณีจันทร์ article
พระพุทธมหาชนกมุนีศรีสรรเพชญ์ article
นิมิตฝัน article
นิทานปรัมปรา article
สรรพสิทธิ์ชาดก article
สุพรหมโมกขะหมาเก้าหาง article
ตำนาน : ไข่ฟ้า-สุพรหมโมกขา article
การบริหารธุรกิจวิถีพุทธ article
"บุญ"หรือ "ปาฏิหาริย์" article
กฎแห่งกรรม
การบริหารวิถีพุทธ(MSB) article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.