ReadyPlanet.com
dot dot
bulletคำบูชาหลวงปู่โลกอุดร
bulletวัตถุประสงค์ของการตั้งพระพุทธศาสนา
bulletที่ตั้งของบริษัท สุ จิ ปุ ลิ จำกัด
dot
Newsletter

dot
bulletการอุทิศบุญกุศล โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletอนาคตประเทศไทย โดย หลวงปู่ฤาษีลิงดำ
bulletการคิดแบบโยนิโสมนสิการ
bulletปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา
bullet๕ ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธประวัติ
bulletชื่อและอักษรย่อพระไตรปิฎก ฉบับของมจร.
bulletกรรมฐานเปิดโลก โดยหลวงปู่คง จตฺตมโล
bulletหลวงปู่สรวงเมตตารักษาโรคเอดส์
bulletกัลยาณมิตร
bulletอริยทรัพย์
bulletอุดมมงคล๓๘ ประการ
bulletบทเรียน : คนอกตัญญู
bulletมณีโจรชาดก
bulletพระนางพิมพา : นางแก้วคู่บุญบารมีพระพุทธเจ้า
bulletการไม่คบคนพาล : เป็นอุดมมงคลของชีวิต
bulletกรรมของ "พระรถเมรี"
bulletมัทนะพาธา : ตำนานดอกกุหลาบ
bulletพระสุธน-มโนราห์
bulletพญาครุฑ : ปกป้องชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
bulletตัวอย่าง : ตายจากคนเดิมไปเกิดเป็นคนใหม่
bulletหนี้กรรมข้ามชาติ : ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletตำนาน : สิงหไตรภพ
bulletกุสชาดก
bulletนิทาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : พิกุลทอง
bulletกรรมของ "นางอุสา-ท้าวบารส"
bulletตำนาน : พญาคันคาก รบกับ พระยาแถน
bulletพระคาถา : ชินบัญชร
bulletตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)
bulletตำนานรักอมตะ ; ผาแดง-นางไอ่
bulletตายแล้วเกิดใหม่
bullet"๑๘" : ศาสตร์จักรพรรดิ
bulletกุดสะราชชาดก : สังข์ศิลป์ชัย
bulletสุตตธนุชาดก
bulletวรวงสชาดก
bulletวนาวนชาดก
bulletพากุลชาดก
bulletกรรมของ "พระนล-พระนางทมยันตี"
bulletมหาสตรี : สาวิตรี
bulletกรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”
bulletตำนาน "พระนางจามเทวี"
bulletพระพี่นางสุพรรณกัลยา
bulletกรรมของ"จันทะโครพ"
bulletปาจิตตกุมารชาดก : ตำนานเมืองพิมาย
bulletพาราณสิราชชาดก
bulletจันทกินนรชาดก : ความรักของพระนางพิมพา
bulletสุวรรณหังสชาดก : โลภมากลาภหาย
bulletฉัททันตชาดก : กรรมของพญาช้างฉัททันต์
bullet๑๖ คำทำนายของพระพุทธเจ้า
bulletตำนานเพลงสาธุการ
bulletฉางเอ๋อ : ตำนานพระจันทร์คู่โลก
bulletสสปัณฑิตชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
bulletนิทานชาดก : กลโกงพ่อค้า
bulletนิทานชาดก : ตายเพราะไม่เรียน
bulletสมุทรโฆสชาดก : สมุทโฆษคำฉันท์
bulletสุวรรณสังข์ชาดก : สังข์ทอง
bulletพระยากง-พระยาพาน-ยายหอม : พระปฐมเจดีย์ และพระประโทนเจดีย์
bulletสมุททชาดก
bulletเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : ตำนานการสร้างหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง
bulletเจ้าแม่กวนอิม : เทพเจ้าแห่งความเมตตา
bulletเวรย่อมระงับด้วยการไม่ผูก(จอง)เวร
bulletชีวกโกมารภัจ : แพทย์ผู้ทำการรักษาพระพุทธเจ้า
bulletมหากาพย์ : พระอภัยมณี
bulletตำนาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : กาฬเกด
bulletนิทาน : ท้าวหงส์หิน
bulletตำนานรักอมตะ : นางฟ้าหยาด-ท้าวจันทราช
bulletอิเหนา
bulletตำนานอมตะ : นางไข่ฟ้า - ท้าวสุพรหมโมกขา
bulletท้าวคัชนาม
bulletพระโคบุตร
bulletพรหมจักรกุมารชาดก
bulletไกรทอง
bulletขูลู - นางอั๊ว
bulletขุนแผนแสนสะท้าน
bulletสุดยอดวีรกรรมของพระองค์ดำ ณ ทุ่งมหาราช
bullet"พญาครุฑ" กับ "พญานาค"
bulletวิญญาณบรรพบุรุษช่วยลูกชายให้ปลอดภัย
bulletตำนาน : สงกรานต์
bulletช้างต้นมงคลชัย ไปอยู่ที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี
bulletทีฆีติโกสลชาดก
bulletอกตัญญุตาชาดก




มณีจันทร์ article

มณีจันทร์ :

นางแก้วคู่บุญบารมีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

 

     **********************************

 

ก.                       มูลเหตุจูงใจ

ทุกสิ่งทุกอย่างมีของคู่กัน มีมืดมีสว่าง มีบุญมีบาป มีเกิดมีดับ มีชายมีหญิง เป็นต้น ยกเว้นอยู่อย่างเดียว คือ “พระนิพพาน” อันเป็น “ความว่าง”หรือ “สุญญตา”อันเป็นบรมสุขไม่เคลื่อนและไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาใดๆ ทุกสิ่งทุกสิ่งทุกอย่างต้องเคลื่อนไปเป็น “วตะ” หรือ "วัตตะ" หรือ "วัฏฏะ" หรือ “หนอ” ตามกาลเวลา (ยกเว้น “พระนิพพาน”อีกเช่นกัน) การที่ “โลก” หรือ “หมู่สัตว์” และเหล่า “เวไนยสัตว์”ทั้งหลายใน “สังสารวัฏ”นี้ จะต้องดำเนินไปและเคลื่อนไปจะต้องมี “เหตุ”และ “ปัจจัย”ส่งเสริมซึ่งกันและกัน จึงจะทำให้การเคลื่อนหรือการดำเนินไปได้ดี และเกิด “สมดุล” ยกตัวอย่างเช่น “พระมหาเทพ” ผู้ที่จะต้องดูแลและขับเคลื่อนสังสารวัฏและจักรวาลนี้ให้เป็นไปและอยู่ในสมดุล ก็จะต้องมี “พระมหาเทวี” ผู้ที่คอยช่วยเหลือและส่งเสริมกัน หรือ “ศักติ” หรือ “ศักดิ์ศรี” นั้นก็คือ “พระพรหม” (พระผู้สร้าง) จะมี “พระแม่สุรัสวดี” เป็นศักติ    ส่วน “พระวิษณุ” หรือ “พระนารายณ์” (พระผู้รักษา) จะคู่กับ “พระแม่ลักษมี” เป็นคู่ศักดิ์ศรี และ “พระอิศวร” หรือ “พระศิวะ” หรือ “พระมเหศวร” ( พระผู้เป็นใหญ่ เป็นพระมหาเทพ พระผู้ทำลาย) มีพระศักติหรือพระศักดิ์ศรีของพระองค์คือ “พระแม่อุมาเทวี” หรือ “พระแม่ปวารตี” หรือ “พระแม่มาเตศวรี” (พระผู้เป็นจักรวาลชนนี หรือ พระแม่เจ้าของโลกและจักรวาลนี้) ผู้เป็นศักติและศักดิ์ศรีของพระอิศวรนั้นเอง

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตอนที่พระองค์ประสูตินั้น พระบิดาคือ “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” กับพระมารดาคือ “พระวิสุทธิ์กษัตริย์” ได้ตั้งพระนามให้กับพระองค์ว่า “พระนเรศวร” ซึ่งมาจากคำว่า “นเรศ” ซึ่งแปลว่า “กษัตริย์” หรือ “พระราชา” รวมกับคำว่า “อิศวร” ซึ่งเป็นพระนามของมหาเทพผู้เป็นใหญ่ที่สุดในสังสารวัฏและจักรวาลนี้มารวมกัน( นเรศ + อิศวร = นเรศวร ) ในการที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้สร้างวีรกรรมและนำอิสรภาพและความเป็น “ไท” หรือ “ไทย” ไม่ใช่ “ทาส” หรือ “เชลย” มาสู่ชาวสยามได้สำเร็จอย่างสง่างามและยิ่งใหญ่จนชาวโลกและเทพพรหมต่างยกย่องและสรรเสริญนั้น ผู้ที่คอยส่งเสริม ให้ความรัก ให้กำลังใจ ให้ความอบอุ่น และเป็นนางแก้วคู่บุญบารมีในการเกิดมาเพื่อเสริมสร้างบุญบารมีร่วมกันในครั้งนี้นั้น ท่านผู้นั้นก็คือ “พระนางมณีจันทร์” ผู้เป็นยอดดวงใจและเป็นนางแก้วคู่บุญบารมีของพระองค์ดำนั้นเอง

        ซึ่งในยุคโน้นชาวสยามแห่งกรุงศรีอยุธยาไม่ค่อยชอบใจหญิงชาวมอญผู้นี้มากนัก อันเนื่องจากนางไม่ใช่ “ชาวสยาม” โดยกำเนิด แต่กลับกลายว่าพระนางเป็นผู้ที่ได้ครอบครองกายใจของเจ้าชายผู้เป็นพระยุพราชแห่งราชอาณาจักรสยาม ผู้ซึ่งกลายมาเป็น “มหาราช” ชาตินักรบแห่งอโยธยา ผู้ที่เกิดมาเพื่อ “ประกาศอิสรภาพ” และ “ความเป็นไท” ให้กับชาวสยาม พระองค์นั้นคือ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” หรือ “พระองค์ดำ” หรือ “ตองเจ” นั้นเอง แต่ในปัจจุบันนี้หญิงไทยและหญิงสาวชาวอาเซียนทั้งหลาย ล้วนอยากจะเกิดมาเป็นมณีจันทร์กันแทบทั้งนั้น เพราะพระนางเป็นผู้ที่เกิดมาเพื่อสร้างเสริม “บุญบารมี” ร่วมกับ “มหาราชโพธิสัตว์” พระองค์นี้อย่างแท้จริง ชะตาชีวิตของทั้งคู่คล้ายกัน ต้องพลัดบ้านพลัดจากบ้านเมืองและตกเป็นเชลยตั้งแต่เยาว์วัยเหมือนกัน แต่ด้วยหัวใจของนักสู้และเลือดกษัตริย์ขัตติยาที่มีเต็มเปี่ยมในพระวรกายและจิตใจ ทำให้ทั้งสองพระองค์สามารถทำงานใหญ่ร่วมกันจนลือลั่นและกล่าวขานกันมาจนถึงปัจจุบันนี้

ข.                       ประวัติโดยย่อของ “พระนางมณีจันทร์”

มณีจันทร์เป็นพระธิดาของกษัตริย์ชาวมอญ ซึ่งบิดาของพระนางเป็นกษัตริย์ครอง “กรุงหงสาวดี” อยู่ก่อนที่พวกนักรบชาวพม่า ซึ่งได้รุกล้ำและเข่นฆ่าชาวมอญที่ครองพุกามประเทศแห่งนี้อยู่ก่อนจนล้มสลายลง แล้วก็สถาปนาชาวพม่าเป็นกษัตริย์และทำการปกครองประเทศพุกามแทน โดยพระบิดาและพระมารดาของพระนางต้องเสด็จหลบหนีออกจากหงสาวดี และปลอมตัวอยู่กับชาวบ้านแบบหลบซ่อนๆ โดยในยุคนั้นชาวพม่าเป็นชนเผ่าชาตินักรบได้ทำสงครามรบและขยายอาณาเขตไปทั่วทุกทิศ และได้มาทำสงครามและชนะกรุงศรีอยุธยาของไทยเราในคราวเสียกรุงครั้งที่ ๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๑๑๒ โดยในการครั้งนั้น “พระเจ้าบุเรงนอง” กษัตริย์ของพม่าฉายา “ผู้ชนะสิบทิศ” ได้นำเอา “พระองค์ดำ” เจ้าฟ้าของไทยจาก “เมืองพระพิษณุโลก” (สองแคว) ไปเป็น “องค์ประกัน” หรือ “เชลย” ด้วย ทำให้ “พระองค์ทอง” หรือ “พระสุพรรณเทวี” ผู้เป็นพี่สาวของพระองค์ดำต้องติดตามไปยังกรุงหงสาวดีด้วย

ด้วยกรรมลิขิต หรือพรหมลิขิต และบุพเพสันนิวาส ทำให้ทั้งคู่ได้มาพบกันเมื่อคราวถูกจับมาเป็นเชลยของพม่าหงสาวดี ที่มีทั้งชาวไทยหรือชาวสยาม กับชาวมอญ และชาวอื่นๆ เช่น กะเหรี่ยง ไทยใหญ่ ล้านนา ล้านช้าง ขอมหรือเขมร เป็นต้น  ทำให้พระองค์ดำได้มีโอกาสได้พบกับยอดนักรบในร่างแปลงเป็นชายชาติทหารหนุ่มชาวมอญ ที่คลุมหน้าคลุมตาออกลาดตะเวนในกลุ่มเชลยชาวมอญ ซึ่งสร้างความแปลกใจให้พระองค์ดำยิ่งนักว่า ทำไมนักรบหนุ่มน้อยท่านนี้ถึงคลุมหน้าคลุมตา และเอาดินหม้อดำทาหน้าทาตาอยู่เสมอ และเมื่อออกรบทีไร ก็จะมีทหารคอยรุมล้อมทุกครั้ง จนคราวหนึ่งกองลาดตระเวนไทยและกองลาดตระเวนของมอญต้องพบกัน พระองค์ดำอยากรู้จักทหารคนนั้นยิ่งนัก จึงเข้าล้อมจับและท้าต่อสู้กันระหว่างพระองค์กับทหารหนุ่มแม่ทัพมอญที่คลุมหน้าคลุมตาคนนั้น โดยร้องทักทายและสอบถามต่างๆ แต่ไม่ได้คำตอบใดๆ จึงต้องรบกัน ทั้งสองพระองค์รบกันบนหลังม้าศึก ด้วยเชิงยุทธ์และความเป็นชายของพระองค์ดำทำให้ชนะและจับกุมตัวทหารมอญคนนั้นได้ จึงสอบถามและขอคำตอบ โดยสั่งให้พูดแต่ไม่มีคำตอบใดๆออกจากพระโอษฐ์ของพระองค์มา พระองค์ดำบันดาลโทสะจึงให้ทหารเปิดผ้าคลุมผมและคลุมหน้าออก

อนิจจา! ทั้งที่ทาหน้าทาตาสีดำมอมแมม ถึงกระนั้นพระนางช่างดูงดงามและถูกอกถูกใจจอมคนแห่งอโยธยายิ่งนัก เมื่อทุกคนเผลอพระนางรีบเสด็จหนีกลับไปทันที พระองค์ดำนั้นทรงเข้าใจในชะตากรรมของชาวมอญซึ่งก็เหมือนชาวสยามของพระองค์ก็เช่นกัน ที่ถูกกวาดต้อนมาอยู่หงสาวดีแห่งนี้ พระองค์ดำเฝ้าค้นหาและสืบประวัติชาวมอญและหญิงสาวท่านนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน ทำให้พระองค์นึกรัก ศรัทธา และเทิดทูนยอดหญิงยอดกตัญญู และกล้าหาญเด็ดเดี่ยวคนนี้ยิ่งนัก ถึงแม้ว่าหลังจากวันนั้น พระนางจะไม่ปรากฏกายให้ใครเห็นเลยก็ตาม พระองค์ดำผู้มีปฏิภาณไหวพริบและมองการณ์ไกลทะลุปรุโปร่ง  ได้ตัดสินพระทัยเข้าหาจอมกษัตริย์มอญผู้ตกบัลลังก์และหลบซ่อนพระวรกายอย่างแนบเนียนพระองค์นั้น แต่หาพ้นความสามารถพระองค์ดำไม่ พระองค์ได้เข้าไปสู่ขอพระธิดามณีจันทร์ด้วยพระองค์เองกับกษัตริย์มอญ สร้างความตกตะลึงและแปลกพระทัยเกินจะคาดคิดว่า เจ้าชายหนุ่มน้อยแห่งกรุงศรีอยุธยาท่านนี้ช่างกล้าหาญและมีปฏิภาณไหวพริบยิ่งนัก ถึงแม้ว่าจะงงงวยและโดนจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว แต่ด้วยสายพระเนตรและผู้ผ่านโลกมามากมาย ทำให้พระองค์ตัดสินใจมอบพระธิดาผู้ที่พระองค์แสนรักและเป็นแก้วตาดวงใจของพระองค์และของชาวมอญในการกอบกู้เอกราชและราชบัลลังก์คืนสู่ขาวมอญอีกครา เพราะหากไม่ยกให้พระองค์ดำพระนางก็ต้องตกเป็นสนมของกษัตริย์หรือเจ้าชายพระองค์ใดพระองค์หนึ่งในอนาคตเป็นแน่ ยิ่งเมื่อได้ปรึกษาพระเถระชาวมอญคือ “พระมหาเถรคันฉ่อง” ผู้เป็นพระอาจารย์ของพระองค์ดำด้วยแล้ว ยิ่งสนับสนุนเลยทีเดียว

พระนางทั้งตกพระทัยและดีพระทัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะในจำนวนเจ้าชายว่าที่พระมหากษัตริย์ที่เป็นพระยุพราช และเป็นมหาอุปราชวังหน้าทั้งหลาย ทั้งของชาวพม่าและของเมืองขึ้นที่เป็นองค์ประกันหรือเชลยทั้งหลายที่อยู่ในกรุงหงสาวดีแห่งนี้หลายร้อยพระองค์ พระนางไม่เคยสนพระทัยและถูกพระทัยใครเลย นอกจาก “ตองเจ” หรือ “พระองค์ดำ” เจ้าฟ้าแห่งกรุงศรีอยุธยา ที่มาจากเมืองพระพิษณุโลกสองแควพระองค์นี้เลย พระนางมณีจันทร์ในคราวที่แต่งกายเป็นทหารหน้าตามอมแมม แต่ก็ยังสวยงามและก็ยังน่ารัก และยิ่งเมื่อนางแต่งกายเป็นพระธิดาในชุดประจำชาติมอญนั้น พระนางสวยงามอ่อนหวานเกินใครในปฐพี จนพระองค์ดำหลงใหล และเรียกขานตลอดจนเปรียบเปรยและเรียกพระนางว่า “กุหลาบเมาะลำเลิง” ซึ่งเป็นดอกกุหลาบที่สวยงามมาก และเกิดมีในแผ่นดินมอญ ที่เกิดและมีถิ่นฐานแถว “เมืองเมาะลำเลิง”ประเทศพม่านั้นเอง ยิ่งเมื่อพระนางสวมใส่ชุดไทย โดยเฉพาะชุดราชนารีและชุดราชินีของไทย ชาวไทยโดยเฉพาะสาวไทยทุกคนต่างตกตะลึงและอิจฉาพระนางยิ่งนัก พระองค์ดำได้นำพระนางมาฝึกวิชาการทหารและการฝึกสมาธิและวิปัสสนากรรมฐานกับพระมหาเถรคันฉ่องด้วยกัน ครั้นเจริญวัยขึ้นเป็นสาวและสวยงามขึ้นทุกวัน เกรงว่าจะผิดสังเกต และหญิงสาวจะอยู่ในวัดเป็นการไม่เหมาะสม อีกทั้งพระองค์ดำก็บวชเรียนเป็นสามเณรด้วย จึงตกลงกันให้ฝากตัวเป็นนางสนองพระโอษฐ์รับใช้ “พระพี่นางสุพรรณกัลยา” ผู้พี่สาวของพระองค์ดำ เพื่อการเรียนรู้ขนบธรรมเนียม ประเพณี และขัตติยะราชนารีแห่งกรุงกรุงศรีอยุธยาในอนาคตไว้ด้วย และเพื่อความปลอดภัยและคลายสงสัยของกษัตริย์และทหารพม่าอีกด้วย

และอีกท่านหนึ่งที่เป็นชายชาวมอญที่เป็นเพื่อนเล่นและเป็นคนใกล้ชิดกับสองพระองค์ ซึ่งโด่งดังและเป็นที่กล่าวขานกันมาจนถึงทุกวันนี้ก็คือ “ไอ้บุญทิ้ง” หรือ “ไอ้ทิ้ง” ผู้กลายมาเป็น “พระราชมนู” ขุนพลคู่กายของ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ในเวลาต่อมา จริงๆแล้วไอ้ทิ้งไม่ใช่ลูกชาวบ้าน หรือคนขอทานแต่อย่างใด แต่เป็นเชื้อพระวงศ์ชาวมอญพระองค์หนึ่งที่ปลอมตัวและรับบัญชามาดูแลและคอยช่วยเหลือทั้งสองพระองค์อย่างแนบเนียน เป็นยอดขุนพลที่เก่งกาจและจงรักภักดียิ่งนัก แม้กระทั่งว่าจะมอบกายถวายชีวีแด่ทั้งสองพระองค์ก็ยังได้

เมื่อพระองค์ดำกลับมาที่กรุงศรีอยุธยา จากการที่พระพี่นางสุพรรณกัลยาได้ทรงเสียสละยอมเป็นสนมของพระเจ้าบุเรงนองกษัตริย์พม่า แล้วขอให้น้องชายคือพระองค์ดำได้กลับมากรุงศรีอยุธยาเพื่อช่วยพระบิดาทำการป้องกันการรุกรานจากกองทัพกัมพูชาหรือเขมร แต่จริงๆแล้วนี่คือ “เส้นทางหรือบันใดสู่อิสรภาพ” ของชาวสยามกรุงศรีอยุธยานั้นเอง ในคราวที่สมเด็จพระนเรศวรที่พระองค์ “ประกาศอิสรภาพ” ณ “เมืองแครง” เมื่อ พ.ศ. ๒๑๒๗ พระองค์ได้ไปอัญเชิญพระพี่นางสุพรรณกัลยาให้กลับกรุงศรีอยุธยาด้วยกัน แต่พระนางยังไม่กลับมาเพราะมีพระธิดากับกษัตริย์พม่าแล้ว แต่หากมีการทำสงครามแล้วกรุงศรีอยุธยาชนะพม่า แล้วอัญเชิญพระองค์กลับมาจะดีกว่า เพราะพระบิดาคือพระมหาธรรมราชาได้ทรงยกให้จะลอบหนีกลับไปก็จะเสื่อมถึงพระบิดาได้ ส่วนมณีจันทร์นั้นพระองค์ทูลขอและชวนไปอยู่กับพระองค์ที่กรุงศรีอยุธยาด้วยกัน ซึ่งพระพี่นางก็ทรงยินดี โดยเฉพาะมณีจันทร์นั้นมีความสุขและเต็มใจยิ่งนัก อันเนื่องจากว่าพระนางเกิดมาเพื่อเคียงข้างและเป็นนางแก้วคู่บุญบารมีจอมจักรพรรดิแห่งสุวรรณภูมิพระองค์นี้นั้นเอง พระองค์ดำได้นำชาวไทยและชาวมอญที่เป็นเชลยอยู่ที่หงสาวดี กลับมาอยู่ด้วยกันที่กรุงศรีอยุธยาในคราวนั้นเกือบทั้งหมด เหลืออยู่ก็เพียงส่วนน้อย

ตลอดระยะเวลาที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้กระทำศึกสงคราม ปราบปรามและกำจัดอริราชศัตรูของราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะการกระทำ “ศึกยุทธหัตถี” ชนะพม่าข้าศึก ที่หนองสาหร่าย ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี ในวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๑๓๕ นั้น อันลือลั่นไปทั่วทั้งไตรภพ พระองค์ได้กระทำการขยายราชอาณาจักรสยามไปอย่างยิ่งใหญ่ไพศาล พระองค์ได้กระทำพิธี “การทำปฐมกรรม” ตัดศรีษะ "พระยาละแวก" กษัตริย์เขมรผู้รุกรานและลอบกัดกรุงศรีอยุธยาตลอดมา แล้วเอาพระโลหิตล้างพระบาทของพระองค์ และยังมีวีรกรรมอื่นๆ อีกมากมาย จนไม่มีกษัตริย์หรือเจ้าเมืองใดๆทั้งในภูมิภาคและนอกภูมิภาคนี้ ที่จะกล้ามารุกรานแผ่นดินไทยราชอาณาจักรสยามแห่งนี้อีกเลยเป็นเวลาสืบมาเกือบสองร้อยปี ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ มีสิ่งเดียวที่พระองค์ได้ลั่นสัจจะวาจาไว้ แต่ยังทำไม่ได้ ก็คือ การล้างแค้นและสังหาร “พระเจ้านันทบุเรง” กษัตริย์พม่า ที่บังอาจฆ่าพระพี่นางสุพรรณกัลยาหรือ “พระองค์ทอง” ผู้เป็นพี่สาวสุดที่รักและแสนดีของพระองค์ดำนั้นเอง แต่พระเจ้านันทบุเรงก็โดนวางยาพิษโดย “พระเจ้าตองอู” จนสวรรคตอย่างเอน็จอนาจอยู่ดี

ถึงแม้ว่าจะมีพระธิดาของกษัตริย์ และลูกสาวเจ้าเมือง และเชลยต่างๆ ที่ได้ส่งพระธิดามาถวายแก่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชให้เป็นพระมเหสี นางสนม และบาทจาริกาเพื่อราชไมตรีและธรรมเนียมปฏิบัติอย่างมากมาย แต่ก็ปรากฏว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจะทรงรับเป็นมเหสีอยู่เพียง ๔ พระองค์ คือ “พระนางมณีจันทร์” พระธิดากษัตริย์มอญ “พระนางโยเดียมี้พระยา” ผู้เป็นพระธิดากษัตริย์แห่งล้านนาเชียงใหม่ และยังมีพระธิดาของ "พระศรีสุพรรณ" กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาอีกท่านหนึ่งชื่อว่า “พระนางเอกกษัตรีย์” ส่วนพระมเหสีชาวไทยผู้เป็นพระญาติฝ่ายพระมารดาของพระองค์ ผู้ซึ่งเป็นพระธิดาสวยงามมากและหลงรักกับพระองค์ดำตั้งแต่ยังเยาว์ชันษา และเคยเที่ยวเล่นด้วยกันที่พระราชวังจันทร์ เมืองพระพิษณุโลกด้วยกันมา คือ “พระนางมณีรัตนา” พระนางเป็นผู้ที่รัก เคารพ และซื่อสัตย์ต่อพระองค์ดำไม่แพ้หญิงใดในปฐพีเช่นกัน

ซึ่งโดยธรรมเนียมปฏิบัติและราชประเพณีจำต้องแต่งตั้งอัครมเหสี ซึ่งแน่นอนว่า “พระนางมณีรัตนา” พระนางผู้เป็นนางแก้วคู่บุญบารมีเช่นกัน ผู้เป็นหญิงไทย และรักพระองค์มาตั้งแต่เยาว์วัยแล้วนั้น จะได้ตำแหน่งโดยชอบธรรมนี้ไป แต่พระนางมณีจันทร์ก็ได้รับการสถาปนาเป็นอัครมเหสีคู่พระทัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร เข้มแข็ง กล้าหาญ และมีบรมเดชานุภาพมากที่สุดแห่งราชอาณาจักรสยาม ผู้ที่ได้รับการยกย่องและขนานนามให้เป็น “พระราชบิดาแห่งกองทัพไทย” ด้วยเช่นกัน พระนางทั้งสองเป็นผู้ที่จอมจักรพรรดิแห่งอุษาคเนย์พระองค์นี้ ทรงไว้วางพระราชหฤทัยจนเอาศรีษะนอนหนุนตักบรรทมหลับได้ ทั้งสองพระนางเป็นนางแก้วคู่บุญบารมีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อุปมาอุปไมยดุจดังกับว่าเป็น “พระนางจินตะหรา” และ “พระนางบุษบา” ผู้เป็นอัครมเหสี(หรือประไหมสุหรี)ฝ่ายขวาและฝ่ายซ้ายของ “เจ้าชายอิเหนา” ผู้เป็นมหาราชโพธิสัตว์ผู้ประเสริฐและยิ่งใหญ่มากแห่งอุษาคเนย์ในยุคก่อนเช่นเดียวกัน โดยพระนางมณีจันทร์ได้ทุ่มเทและใช้กำลังกาย กำลังใจ และกำลังสติปัญญาของพระนาง ทรงร่วมคิด ร่วมวางแผน ให้กำลังใจ ให้ความรัก ความอบอุ่นแด่จอมคนแห่งอโยธยาตราบจนวาระสุดท้ายของ “มหาราชแห่งอุษาคเนย์” ถึงแม้พระนางจะเป็นชาวมอญ ผู้กลายมาเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งราชอาณาจักรสยามเคียงคู่กับพระนางมณีรัตนาผู้เป็นสตรีชาวไทย แต่พระองค์ก็ทรงวางตนและปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์และพระราชินีของไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อพระสวามีสวรรคตจากพระนางไปสถิต ณ สวรรค์ “ชั้นดุสิต” แล้ว พระนางได้บวชชีปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมขั้นสูง จนชาวอยุธยาทั้งหลาย เรียกขานท่านว่า “ขรัวมณีจันทร์” เลยทีเดียว พระนางมีพระโอรสสืบสายโลหิตแห่งพระโพธิสัตว์ท่านหนึ่ง ชื่อ “พระศรีศิลป์” แต่เนื่องจากพระนางเป็นชาวมอญ และทรงเกรงว่าพระโอรสจะเป็นอันตรายและมีภัยเหมือนพระบิดาและพระมารดาดังในอดีต ที่ทั้งสองพระองค์ต้องตกไปเป็นเชลยในคราวมีศึกสงคราม จึงยกให้เป็นพระโอรสของพระอนุชาธิราชคือ "สมเด็จพระเอกาทศรถ" หรือ "พระองค์ขาว" แต่ด้วยบุญบารมี สายเลือด และกรรมพันธุ์แห่งพระโพธิสัตว์ พระโอรสพระองค์เดียวของพระนาง ก็ทรงได้เป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาในเวลาต่อมาอย่างเหลือเชื่อ ทรงพระนามว่า “พระเจ้าทรงธรรม” ผู้มีบุญบารมีใหญ่ จนค้นพบ “รอยพระพุทธบาทสระบุรี” ให้ชาวโลกได้รับรู้และทำการกราบไหว้สักการะบูชามาจนถึงทุกวันนี้ พระนางมณีจันทร์สวรรคตบนแผ่นดินไทยกรุงศรีอยุธยา แล้วดวงพระวิญญาณของพระองค์ก็จุติไปปฏิสนธิเกิดบนสวรรค์ชั้นดุสิต เพื่อรับใช้และปรนนิบัติพระโพธิสัตว์ผู้เป็นสวามีของพระนางบนสวรรค์เช่นเดิม

ค.                       บทสรุปส่งท้าย

“พระนางมณีจันทร์”คือแบบอย่างของ “นางแก้วคู่บุญบารมีพระมหาจักรพรรดิ” ผู้ที่เป็น “พระมหาโพธิสัตว์” ที่ลงมาเกิดบนโลกมนุษย์ เพื่อภารกิจอันยิ่งใหญ่ ในการที่จะต้องสะสมบุญบารมี โดยเฉพาะ “บารมี ๓๐ ทัศน์” ให้เต็มบริบูรณ์ เพื่อการที่จะได้ “ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ” ในการที่จะได้เป็น “พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า” พระองค์หนึ่งในอนาคตกาล เหมือนกันกับ “พระนางยโสธราพิมพา” พระนางผู้เป็น “นางแก้วคู่บุญบารมี” “คู่ทุกข์” “คู่สุข” “คู่ยาก” ของ “เจ้าชายสิทธัตถะ” ผู้ที่ต่อมาได้ “ตรัสรู้” กลายมาเป็น “พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า” หรือ “พระศรีศากยมุนีสัมมาสัมพุทธเจ้า” พระผู้เป็น "พระศาสดา" ของพระพุทธศาสนาของเราชาวพุทธในปัจจุบันนี้นั้นเอง

 

            .........................................................

           

                       คนไทย/ลูกหลานพระองค์ดำ

                          ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

 

http://www.youtube.com/watch?v=0vDppgFE_UU

 




การบริหารที่เหนือการบริหาร

ท้าวศรีโคตรบอง article
ขุนแผนแสนสะท้าน article
ปาฏิหาริย์พระขุนแผน article
วงศ์เทวัญ article
พระพุทธมหาชนกมุนีศรีสรรเพชญ์ article
นิมิตฝัน article
นิทานปรัมปรา article
สรรพสิทธิ์ชาดก article
สุพรหมโมกขะหมาเก้าหาง article
ตำนาน : ไข่ฟ้า-สุพรหมโมกขา article
สังข์ทอง
"บุญ"หรือ "ปาฏิหาริย์" article
กฎแห่งกรรม
การบริหารธุรกิจวิถีพุทธ article
การบริหารวิถีพุทธ(MSB) article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.