ReadyPlanet.com
dot dot
bulletคำบูชาหลวงปู่โลกอุดร
bulletวัตถุประสงค์ของการตั้งพระพุทธศาสนา
bulletที่ตั้งของบริษัท สุ จิ ปุ ลิ จำกัด
dot
Newsletter

dot
bulletการอุทิศบุญกุศล โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletอนาคตประเทศไทย โดย หลวงปู่ฤาษีลิงดำ
bulletการคิดแบบโยนิโสมนสิการ
bulletปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา
bullet๕ ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธประวัติ
bulletชื่อและอักษรย่อพระไตรปิฎก ฉบับของมจร.
bulletกรรมฐานเปิดโลก โดยหลวงปู่คง จตฺตมโล
bulletหลวงปู่สรวงเมตตารักษาโรคเอดส์
bulletกัลยาณมิตร
bulletอริยทรัพย์
bulletอุดมมงคล๓๘ ประการ
bulletบทเรียน : คนอกตัญญู
bulletมณีโจรชาดก
bulletพระนางพิมพา : นางแก้วคู่บุญบารมีพระพุทธเจ้า
bulletการไม่คบคนพาล : เป็นอุดมมงคลของชีวิต
bulletกรรมของ "พระรถเมรี"
bulletมัทนะพาธา : ตำนานดอกกุหลาบ
bulletพระสุธน-มโนราห์
bulletพญาครุฑ : ปกป้องชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
bulletตัวอย่าง : ตายจากคนเดิมไปเกิดเป็นคนใหม่
bulletหนี้กรรมข้ามชาติ : ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletตำนาน : สิงหไตรภพ
bulletกุสชาดก
bulletนิทาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : พิกุลทอง
bulletกรรมของ "นางอุสา-ท้าวบารส"
bulletตำนาน : พญาคันคาก รบกับ พระยาแถน
bulletพระคาถา : ชินบัญชร
bulletตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)
bulletตำนานรักอมตะ ; ผาแดง-นางไอ่
bulletตายแล้วเกิดใหม่
bullet"๑๘" : ศาสตร์จักรพรรดิ
bulletกุดสะราชชาดก : สังข์ศิลป์ชัย
bulletสุตตธนุชาดก
bulletวรวงสชาดก
bulletวนาวนชาดก
bulletพากุลชาดก
bulletกรรมของ "พระนล-พระนางทมยันตี"
bulletมหาสตรี : สาวิตรี
bulletกรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”
bulletตำนาน "พระนางจามเทวี"
bulletพระพี่นางสุพรรณกัลยา
bulletกรรมของ"จันทะโครพ"
bulletปาจิตตกุมารชาดก : ตำนานเมืองพิมาย
bulletพาราณสิราชชาดก
bulletจันทกินนรชาดก : ความรักของพระนางพิมพา
bulletสุวรรณหังสชาดก : โลภมากลาภหาย
bulletฉัททันตชาดก : กรรมของพญาช้างฉัททันต์
bullet๑๖ คำทำนายของพระพุทธเจ้า
bulletตำนานเพลงสาธุการ
bulletฉางเอ๋อ : ตำนานพระจันทร์คู่โลก
bulletสสปัณฑิตชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
bulletนิทานชาดก : กลโกงพ่อค้า
bulletนิทานชาดก : ตายเพราะไม่เรียน
bulletสมุทรโฆสชาดก : สมุทโฆษคำฉันท์
bulletสุวรรณสังข์ชาดก : สังข์ทอง
bulletพระยากง-พระยาพาน-ยายหอม : พระปฐมเจดีย์ และพระประโทนเจดีย์
bulletสมุททชาดก
bulletเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : ตำนานการสร้างหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง
bulletเจ้าแม่กวนอิม : เทพเจ้าแห่งความเมตตา
bulletเวรย่อมระงับด้วยการไม่ผูก(จอง)เวร
bulletชีวกโกมารภัจ : แพทย์ผู้ทำการรักษาพระพุทธเจ้า
bulletมหากาพย์ : พระอภัยมณี
bulletตำนาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : กาฬเกด
bulletนิทาน : ท้าวหงส์หิน
bulletตำนานรักอมตะ : นางฟ้าหยาด-ท้าวจันทราช
bulletอิเหนา
bulletตำนานอมตะ : นางไข่ฟ้า - ท้าวสุพรหมโมกขา
bulletท้าวคัชนาม
bulletพระโคบุตร
bulletพรหมจักรกุมารชาดก
bulletไกรทอง
bulletขูลู - นางอั๊ว
bulletขุนแผนแสนสะท้าน
bulletสุดยอดวีรกรรมของพระองค์ดำ ณ ทุ่งมหาราช
bullet"พญาครุฑ" กับ "พญานาค"
bulletวิญญาณบรรพบุรุษช่วยลูกชายให้ปลอดภัย
bulletตำนาน : สงกรานต์
bulletช้างต้นมงคลชัย ไปอยู่ที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี




พระลอ พระลักษณวดี พระเพื่อน พระแพง

 ลิลิตพระลอ

 

กรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง

 

 

(ก)                    เกริ่นนำ     

"ลิลิตพระลอ"นี้ ผู้เรียบเรียงเองชอบบทกลอนมากตั้งแต่สมัยตอนเรียนมัธยมศึกษาแล้ว และยังจำได้แม่นว่ารูปแบบของ “โคลงสี่สุภาพ ที่ถูกต้องนั้นให้เทียบเคียงกับบทต่อไปนี้ คือ

    เสียงลือเสียงเล่าอ้าง   อันใด พี่เอย

เสียงย่อมยอยศใคร   ทั่วหล้า

สองเขือพี่หลับใหล   ลืมตื่น ฤๅพี่

สองพี่คิดเองอ้า   อย่าได้ถามเผือฯ

และโคลงสี่สุภาพที่ติดตราตรึงใจของผมมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กจนถึงปัจจุบัน และท่องติดปากอยู่จนทุกวันนี้ อันเนื่องมาจากว่ามีความงดงามในคำ อักษร และความหมายลึกซึ้งกินใจจริงๆ ดังนี้

    ร้อยชู้ฤาเท่าเนื้อ   เมียตน

เมียแหล่พันฤาดล   แม่ได้

ทรงครรภ์คลอดเป็นคน   ฤาง่าย เลยนา

เลี้ยงยากนักท้าวไท้   ธิราชผู้มีบุญฯ

 

          

(ข)                      เนื้อเรื่องโดยย่อ :

       ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ในดินแดนภาคเหนือของไทย มีตำนานรักอมตะของ พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง” และ “ศึกสงครามของ ๒ นคราคือ “เมืองแมนสรวง(ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง) และ “เมืองสรอง(ปัจจุบันอยู่ในอำเภอสอง จังหวัดแพร่)

       “พระยาแมนสรวง เจ้าผู้ครองเมืองแมนสรวง พระองค์มีความสามารถในการปกครองและในการรบที่เก่งกาจ มีมเหสีแสนสวยและมีบุญญาธิการมาก คือ พระนางบุญเหลือ” ทั้งสองพระองค์มีพระโอรสด้วยกันพระองค์หนึ่ง คือ “พระลอ” หรือ ขุนลอ” หรือ “เจ้าชายลอดิลกราช พระองค์มีรูปงามมาก แม้แต่องค์อินทร์ก็ไม่สามารถเปรียบปานได้ เป็นคนกตัญญู และมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดมาก พระบิดาและพระมารดาตลอดจนชาวเมืองแมนสรวงต่างภูมิใจ และหวงแหนมาก พระเจ้าแมนสรวงใคร่อยากจะปราบปรามเมืองต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงและนำมาเป็นเมืองขึ้นหรือเมืองประเทศราชนั่นเอง จึงได้ระดมไพร่พลกรีฑาทัพบุก “เมืองสรอง” ที่มี “พระยาพิมพิสาครราช เป็นเจ้าเมือง พระองค์มีพระราชโอรสคือ “ขุนพิชัยพิษณุกร ซึ่งเกิดแต่พระมเหสีเอกและได้สวรรคตไปแล้ว เหลือแต่พระมารดาเลี้ยง พระองค์ได้อภิเษกกับ “พระนางดาราวดี” และได้มีพระธิดาร่วมกัน ๒ พระนาง คือ “พระเพื่อน” และ “พระแพง” ทั้งสองพระองค์มีพระสิริโฉมงดงามมากและเล่าลือกระฉ่อนไปไกล

              ในการศึกครั้งนั้นพระยาพิมพิสาครราชเสียทีพ่ายแพ้แก่พระยาแมนสรวงในการทำสงคราม ยุทธหัตถีครั้งนั้น จึงถูกตัดพระเศียรสวรรคตบนหลังช้างทรง ขุนพิชัยพิษณุกรพระโอรสทรงขับช้างเข้ากันพระศพพระบิดาออกมา แล้วปิดประตูเมืองยันข้าศึกไว้ได้ไม่ให้เสียเมือง พระยาแมนสรวงไม่สามารถตีหักเอาได้ และเสบียงไม่เพียงพอ จึงจำล่าถอยกลับเมืองแมนสรวงไป หลังจากจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพพระบิดาแล้ว ก็ได้รับการสถาปนาเป็น “พระยาพิชัยพิษณุกรทรงปกครองเมืองสรองสืบต่อมา และได้ส่งพระราชธิดาทั้งสองไปอยู่เป็นเพื่อนกับ “พระแม่ย่า” พระแม่ย่านั้นมีความอาฆาตพยาบาทต่อพระยาแมนสรวงและชาวเมืองแมนสรวงมากนัก ที่รบชนะและฆ่าสามีของพระนาง นางได้สาบานว่าจะทำลายพระยาแมนสรวงและชาวเมืองแมนสรวงให้หายแค้น และยังได้สั่งสอนสองพระธิดาซึ่งเป็นหลานให้เคียดแค้น และสาบานว่าจะทำลายเมืองแมนสรวงด้วย หากไม่ทำตามสาบานก็ขอให้ตายอย่าได้มีชีวิตอยู่ จะด้วยอะไรดลใจหรือเคียดแค้นอย่างใดก็ตาม แต่ก็ได้สาบานไปแล้วนั่นเอง

             ฝ่ายเมืองแมนสรวงครั้นหลายปีถัดไปพระยาแมนสรวงก็ชราภาพและได้สวรรคตไป จึงได้สถาปนา “พระยาลอดิลกราชขึ้นเป็นเจ้าเมืองแทน พระนางบุญเหลือได้พร่ำสอนและเลี้ยงดูประคบประหงมพระลอมาอย่างดีตั้งแต่เด็ก แต่ก็หวั่นในพระทัยลึกๆ เกี่ยวกับศัตรูคือเมืองสรองโดยเฉพาะแม่ย่าเมืองสรองนั้นร้ายกาจยิ่งนัก พระนางจึงได้สู่ขอ “พระนางลักษณวดี พระนางเป็นพระธิดาของเจ้าเมือง “หริภุญชัย” (ลำพูน) มาเป็นพระมเหสีของพระลอด้วย พระนางทรงเป็นขัตติยะนารี และพระนางทรงมีพระสิริโฉมงดงามมาก และเป็นกุลสตรีที่ดีหาที่ใดเปรียบได้ยาก เป็นที่ถูกพระทัยของพระลอมากยิ่งนัก

            อันว่าความหล่อเหลามีพระรูปงามของพระลอนั้นร่ำลือกันเป็นหนักหนา ใครเห็นใครก็ลุ่มหลง อย่าว่าแต่มนุษย์ธรรมดาเลย แม้แต่เทพธิดาและนางฟ้าต่างก็หลงใหลหมายปองเช่นกัน ดังมีคำสรรเสริญและบรรยายลักษณะความงดงามของพระองค์ โดยเฉพาะในเพลง “ยอยศพระลอ” ดังนี้

ยอยศพระลอ

(ชาย) รอยรูปอินทร์หยาดฟ้ามาอ่าองค์ในหล้าแหล่งให้คนชม
งามสมขุนลอท้าว น้ำพระทัย ณ หัวเจ้ายิ่งแม่กาหลง
ยาม ธ ทรงคขสาร ธ ยิ่งหาญยิ่งกล้าเกินพญาสีหราชท้าวกลางศึก
พระบาทเจ้าล้านโลกใครบ่เท่าพ่อขุนแมนสรวง
(หมู่หญิง) ลา ล้าลาลาล้าลาลา ล้าลาหล่าล้าลาลา
(ชาย) รูปดั่งองค์อินทร์ หยาดฟ้ามาสู่ดิน โสภินดั่งเดือนดวง
เหนือแผ่นดินแมนสรวง เหนือปวงหนุ่มใด
(หมู่หญิง) ล้าลาล้าหล่าลา ล้าลาลาล้าหล่าลา
(หมู่หญิง) เหล่าอนงค์หลงสวาท ยอม เป็นทาส รักบำเรอ นามขุนลอท้าวเธอ ทรงสถิต ณ ทรวงใจ
(ชาย) ลุ่มแม่กาหลงเจ้าหรือจะเท่าถึงครึ่งแม้น้อยหนึ่งน้ำหทัย เมื่อทรงคชสาร ธ ยิ่งหาญยิ่งกล้า
(หมู่หญิง) หล่าลาล้าลาลาหล่า
(ชาย) ดั่งพญาสีหราชผู้เป็นใหญ่ 
(หมู่หญิง) หล่าลาล้าลาลาหล่า
(ชาย) ใช่เพียงศึกรบสยบ ธ ทรงชัย แม้ในศึกรัก พระยังยิ่งใหญ่ 
(หมู่หญิง) หล่าลาล้าลาลาหล่า
(ชาย) นาฎอนงค์ปลงใจใคร่อิงอุ่น
(หมู่หญิง) หล่าลาล้าลาลาหล่า
(ชาย) นับล้านโลกาล้วนบ่ควรคู่บุญ ดั่งพ่อขุน (ล้าลา) แมนสรวง เอย

 

         อันแผนการล้างแค้นของพระแม่ย่านั้น เริ่มขึ้นโดยการจะให้คนไปโพนทะนาถึงความงามของ ๒ พระธิดาหลานสาวให้พระลอหลงใหลอยากมาพบเจอที่เมืองสรอง แล้วขอร้องให้กองทัพ “เมืองพะเยา ซึ่งก็เป็นศัตรูกับเมืองแมนสรวงด้วย ให้ยกเข้าตีเมื่อกองทัพเมืองแมนสรวงยกทัพมาเมืองสรอง ได้ตกลงและวางแผนการอย่างดี แต่นางบุญเหลือแม่ของพระลอได้แต่งงานให้แก่พระลอกับพระนางลักษณวดีกันไว้ก่อนแล้ว แต่แผนการของแม่ย่ายังไม่พอแม่ย่านั้นเป็นคนมีคาถาอาคมเรียนไสยศาสตร์ พระนางได้ใช้ไสยศาสตร์ใส่พระยาพิมพิสาครราชจนหลงใหลและทำให้ได้เป็นมเหสีอีกองค์ และยังได้ทำร้ายมเหสีใหญ่องค์ก่อนจนสิ้นพระชนม์ไป แต่ตัวเองก็ไม่สามารถมีบุตรและธิดาใดๆ จึงได้เลี้ยงพระพิชัยพิษณุกรและสองพระธิดาซึ่งเป็นหลานสาวทั้งสองนั้นเอง แผนการของแม่ย่าไม่หยุดแค่นั้น ยังได้ทำไสยศาสตร์ใส่เมืองแมนสรวงและพระลอให้หลงใหลรูปงามของสองพระธิดา ให้ทนไม่ไหวต้องยกทัพมาที่เมืองสรองนี้ จะได้ลอบปลงพระชนม์ให้หายแค้น และเมืองแมนสรวงต้องแตกสลายด้วยการโจมตีของกองทัพเมืองพะเยาตามแผนการที่วางไว้ สองพระธิดาเมื่อเติบโตเป็นสาวทรงมีพระสิริโฉมงดงามเลื่องลือไปไกล แต่เมื่อโตพอที่จะคิดเห็นและรู้อะไรๆ มากขึ้นๆ ด้วยพระองค์เองแล้ว ก็ทรงรู้สึกหลงรักเพียงแค่ได้ยินชื่อพระลอ และเสียงร่ำลือเสียงเล่าอ้างของพระลอว่ามีรูปงามกว่าใครๆ แม้องค์อินทร์ก็ไม่ปาน ใครก็อยากได้ยลได้ใกล้ชิดพระองค์ อยากเป็นทาสรับใช้ก็ยังดี ซึ่งสองพระธิดาก็ไม่แตกต่างจากคนอื่น และอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ อันเนื่องจากบุรพกรรมและบุพเพสันนิวาสนั้นเอง ทำให้คิดถึงพระลออยากเห็นหน้าอยากได้มาครอบครองจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องให้พระพี่เลี้ยงช่วยหาทางใดๆ ก็ได้ขอให้ได้พบพระลอ ยิ่งทั้งสองได้ทราบแผนการของท่านย่าที่จะฆ่าพระลอ และให้กองทัพเมืองพะเยาเข้าตีเมืองแมนสรวง ก็ให้รู้สึกยิ่งรักยิ่งสงสารอยากบอกแผนการลับต่างๆ ให้พระลอทราบจะได้ไม่เป็นอันตราย และเมืองแมนสรวงจะได้ไม่เสียหาย ซึ่งอยากมาให้เห็นหน้าไวๆ และจะได้บอกความลับจะได้ไม่เป็นอันตรายและให้รีบกลับเมืองจะได้ป้องกันการโจมตีจากทัพข้าศึกได้นั้นเอง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นหลายปีก่อนเพิ่งจะสาบานว่าจะทำลายเมืองแมนสรวงและชาวแมนสรวงแล้วก็ตาม ซึ่งหากว่าไม่ทำตามคำสาบานนั้นจะต้องตายก็ยอม พระพี่เลี้ยงคือ “นางรื่น” กับ “นางโรยก็สงสารสองพระธิดาที่เป็นเจ้านายยิ่งนัก จึงได้เสนอแผนให้สองพระธิดาไปขอความช่วยเหลือจาก “ปู่เจ้าสมิงพราย ที่ถ้ำในป่าเมืองสรอง

    เรานี้เราเทพเจ้า       จอมผา ไสนา

เขาใสสมญาเรา         ปู่เจ้า

แรงบุญส่งสนองมา          พูลเพิ่ม แลแม่

เสวยพิภพล้านเช้า           ชั่วฟ้า ล่มกัลป์

           “ปู่เจ้าสมิงไพร” ท่านเป็นพระฤาษีที่มีอิทธิฤทธิ์และทรงอภิญญาแก่กล้าหาผู้ใดเทียมได้ยากยิ่งนัก สองพระธิดาได้ทูลเท็จพระบิดาและพระแม่ย่าว่าไม่สบายเพราะผีป่าจำเป็นต้องเข้าป่า และขออนุญาตเอาช้างทรงไปเที่ยวเรียกขวัญในป่าด้วยจึงจะหายไข้ พระบิดาก็ทรงยินยอม ปู่เจ้าสมิงพรายท่านนั่งทางในพิจารณาดูตามคำขอร้องของสองพระธิดาแล้ว ท่านก็ตัดสินใจช่วย อันเนื่องมาจากว่าทั้ง “สามพระองค์นี้ ต่างลงมาเกิดเพื่อมาชดใช้เวรกรรมร่วมกันบนโลกมนุษย์นั้นเอง จึงการตัดสินใจช่วย แต่การที่พระลอจะมาถึงเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับว่าทางโน้น สามารถที่จะแก้ไขและป้องกันได้แค่ไหน

        ทางฝ่ายพระลอนั้นหลังจากที่ได้ยินเสียงร่ำลือถึงความงดงามของสองพระธิดาบ่อยๆ และโดนไสยศาสตร์ของพระแม่ย่าเมืองสรอง ก็อยากไปดูสองพระธิดาที่เมืองสรองด้วยตัวเองยิ่งนัก แต่ติดที่พระมารดาและพระมเหสีไม่ยินดีและอนุญาตจึงลังเลและไม่ได้ไป ทำให้พระทัยปั่นป่วนมึนงงกินไม่ได้นอนไม่หลับกระสับกระส่ายทุกข์ทรมานใจเป็นที่สุด

     พระลอลาบ่ได้      ทนทุกข์ อยู่นา

บัดนั่งบัดนอนลุก    ละห้อย

ไอศวรรย์เปนสุข     เสวยโศก ไส้นา

โหยคะนึงเสน่ห์สร้อย     บ่ได้สร่างเสบยฯ

        เท่านั้นยังไม่พอการใช้อิทธิฤทธิ์และไสยศาสตร์ของปู่เจ้าสมิงพรายก็เริ่มขึ้น ดังนี้

ครั้งที่๑ : ทำยันต์เสน่ห์ใส่ โดยใช้กังหันลมติดยอดยางเจ็ดอ้อมกำกับ ทำให้พระลอฝันเห็นพระเพื่อนพระแพงร่ำร้องอยากจะไปหาอยากจะเห็นหน้าใจจะขาด แต่ทางแมนสรวงแก้มนต์แรกนี้ได้

ครั้งที่๒ : ใช้ธงสามชายปักปลายตะเคียนเก้าคนโอบส่งยาสั่งไป แต่ทางแมนสรวงโดย “พ่อหมอสิทธิชัย แห่งเมืองแมนสรวงก็สามารถช่วยแก้ไขได้ และยังได้ช่วยทำการป้องกันไว้เป็นอย่างดี คือ ...บั้นในใช้อารักษ์ กลางไว้ยักษ์บริบาล ทวารนอกใช้ปีศาจ อากาศไว้ภูตคณา…”

ครั้งที่๓ : ปู่เจ้าสมิงพรายใช้ไม้ตาย เรียกพระลอมา “ศึกที่สองนคราสลาเหิร” โดยปู่เจ้าได้เรียกสารพัดผีมา แล้วสั่งการให้ไปทะลวงเกราะป้องกันเมืองแมนสรวงที่พ่อหมอสิทธิชัยสร้างทำไว้ป้องกัน เพื่อเปิดทางให้ “สลาเหิร(คำหมาก สำหรับคนกินหมาก คนโบราณชอบกินมาก เหมือนคนปัจจุบันชอบเคี้ยวหมากฝรั่งนั้นเอง) ซึ่งการรบพุ่งของผีปู่เจ้าสมิงพรายกับเทวาอารักษ์ภูตผีแห่งเมืองแมนสรวงนั้นปรากฏว่า สู้ผีเมืองสรองไม่ได้ต่างเผ่นหนีไปกันหมด เปิดโอกาสให้ปู่เจ้าใช้ “สลาเหิรลอยขึ้นและพุ่งไปแล้วตกลงปะปนในพานหมากของพระลอ ครั้นพระลอเสวยหมากมนต์นั้น ก็เกิดอาการผิดปรกติเป็นหนักหนา สุดความสามารถที่พ่อหมอสิทธิชัยจะช่วยแก้ไขได้แล้ว

            ช่างน่าสงสารพระลอ พระมารดานางบุญเหลือ และพระมเหสีลักษณวดี ตลอดจนข้าทาสบริวาร ทหาร และชาวเมืองแมนสรวงยิ่งนัก ที่เจ้าเหนือหัวอันเป็นที่รักของทุกคนไม่สมประดี มีอาการเหม่อลอยคิดถึงต่อสองพระธิดาเมืองสรอง อยากจะไปหาในทันที แต่ต่างก็ห้ามและหน่วงเหนี่ยวเอาไว้ ซึ่งที่ปรึกษา พระมารดา และพระพระมเหสีต่างลงความเห็นให้แต่งทูตและผู้ใหญ่ไปสู่ขอสองพระนางแห่งเมืองสรองมาให้พระองค์ แต่พระลอก็ไม่ยอม พระองค์อยากพบพระพักตร์ทั้งสองด้วยพระองค์เอง พระมารดาบุญเหลือนั้นท่านรู้และเข้าใจทุกอย่างนี่คือการแก้แค้นและทำลายราชวงศ์และบ้านเมืองแมนสรวง ไม่ใช่เรื่องรักใคร่เพียงอย่างเดียว เป็นแผนการอันโหดเหี้ยมและลึกล้ำของแม่ย่าเมืองสรอง แต่ไม่รู้จะบอกและสอนอย่างไร เนื่องจากพระลอนั้นไม่ปรกติ หากพระลอปรกติใครในแดนหล้าหรือจะสู้พระองค์ได้ หัวอกผู้เป็นมารดานั้นแทบสลาย ส่วนพระมเหสีได้แต่ร่ำร้องให้จนพระเนตรบวม ทรงยอมทุกอย่างยอมให้พระสวามีมีมเหสีอีกได้ แต่ไม่อยากให้เสด็จไปให้เขาฆ่าพระองค์ ซึ่งมีโคลงบทหนึ่งที่พระนางบุญเหลือได้ทรงเตือนสติพระลอ ดังนี้

เจ้าไปแล้วเจ้าจัก    คืนเมือ ลูกเอย

เนื้อสู่เสือฤๅเสือ    จักไว้

ฟังคำพ่อคิดเหลือ    เหลือที่ คิดนา

คิดบ่ได้ล้วนได้    แต่ร้อนฤๅเสบย ฯ

          แต่พระลอก็ได้ตอบนางบุญเหลือพระมารดาว่า แล้วแต่บุญแต่กรรมที่สร้างมาจะให้เป็นไปดังนี้ ว่า

     ถึงกรรมจักอยู่ได้    ฉันใด พระเอย

กรรมบ่มิมีใคร      ฆ่าข้า

กุศลส่งสนองไป      ถึงที่ สุขนา

บาปส่งจำตกข้า     ช่วยได้ฉันใดฯ

         พระลอสั่งเตรียมทัพ สั่งงานเมือง ล่ำลาพระมารดา พระมเหสี และเหล่าสนมนางในอย่างดี ตลอดจนข้าทาสบริวารของพระองค์ (เป็นนัยของการล่ำลาครั้งสุดท้าย!) บรรยากาศช่างโศกเศร้าและดูวังเวงพิกล แต่พระมารดาและพระมเหสีก็อวยพรและมาส่งขบวนทัพด้วยพระองค์เอง พระนางลักษณวดีร่ำร้องพระทัยแทบขาด ทรงใช้สองแก้มนวดหลังพระบาท และใช้ปอยผมจากศรีษะของพระนางเช็ดหลังพระบาทของสามีแล้วอวยพรให้พระองค์โชคดีมีชัย และสมหวังกลับมาแมนสรวง ทางฝั่งกองทัพเมืองพะเยาก็สอดแนมและสืบความเคลื่อนไหวอยู่ หากกองทัพเมืองแมนสรวงรบกับเมืองสรอง ก็จะเข้าตีและยึดแมนสรวงเพราะทหารและกษัตริย์ที่เก่งๆ ไม่อยู่ก็คงตีเอาได้โดยง่าย

            ครั้นเมื่อพระลอยกทัพมาถึง “แม่น้ำกาหลง” พระลอได้หยุดพักทัพ และได้ลงสรงน้ำในแม่น้ำ ซึ่งพระองค์ได้เสี่ยงน้ำและอธิษฐานในการเดินทัพครั้งนี้ ปรากฏว่าแม่น้ำกาหลงได้กลายเป็นสีเลือด และน้ำได้ไหลวนอย่างน่ากลัว เป็นนิมิตหมายว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายกับพระองค์ แต่พระองค์ก็มิได้หวั่นเกรงหรือเลิกล้มความตั้งใจแต่ประการใดทั้งสิ้น

ครั้งที่๔ : ส่วนสองพระธิดาให้กระวนกระวายอยากให้พระลอถึงเมืองสรองและได้พบพระพักตร์เร็วไว เพราะทราบข่าวว่ากองทัพพระลอได้ยกทัพมาที่เมืองสรองแล้ว จึงได้ขอให้ปู่เจ้าสมิงพรายทำพิธีช่วยเหลืออีก โดยครั้งนี้ปู่เจ้าได้เสก “ไก่แก้ว ที่สวยงามและมีเสียงขันที่ไพเราะไปล่อให้พระลอติดตามมาถึงเมืองสรองโดยไว และก็ได้ผล พระลอให้หยุดทัพและตั้งค่ายไว้นอกเมืองไม่ต้องตามเสด็จไป ให้ตามไปแค่ทหารคนสนิทคือ “นายแก้วและ “นายขวัญ”  โดยพระลอปลอมเป็นพราหมณ์ชื่อ “ศรีเกศส่วนนายแก้วและนายขวัญเปลี่ยนชื่อเป็น “นายราม” และนายรัตน์” พระธิดาทั้งสองก็ได้ให้นางรื่นและนางโรยมาเฝ้าดูความเป็นมาเป็นไปที่ประตูเมือง ทั้ง ๔ คนครั้นได้ประสบพบเจอกัน ได้พูดคุยเจรจาปราศรัย ก็ถูกอกถูกใจกันเป็นยิ่งนัก อาจจะด้วยบุพเพสันนิวาสนั้นเอง ทั้งสี่คนจึงวางแผนให้พระลอและพระธิดาทั้งสองได้เจอกันในอุทยาน “สวนขวัญ ที่พระธิดาทั้งสองจะเสด็จมาเที่ยวชมเป็นประจำนั้นเอง

            และเมื่อแรกประสบพบเจอ สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในหัวใจของทั้งสามพระองค์ ก็เกิดขึ้นอย่างแปลกประหลาดและมหัศจรรย์ยิ่งนัก ต่างรักใคร่หลงใหลเหมือนเคยอยู่ร่วมเรียงเคียงคู่กันมานานแสนนาน ต่างถูกอกถูกใจกันยิ่งนัก สิ่งที่เคยรับรู้และเคยได้ยินได้ฟังมานั้น ไม่อาจเทียบกับความรู้สึกที่ได้พบเห็นและพุดคุยกันจริงๆ เลย พระลอนั้นมีรูปงาม และมีเสน่ห์เกินชายใดในไตรภพเลยทีเดียว พระลอเองก็หลงใหลรักใคร่ในสองพระธิดามากที่สุดเกินหักห้ามใจและพระธิดาทั้งสองช่างสวยงาม และมีเสน่ห์ดึงดูดใจพระลอให้หลงใหลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยบุพเพสันนิวาสและความใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้นๆ ทั้งสามพระองค์ก็ได้เสียเป็นสามีภรรยากันในที่สุด และนายแก้วกับนายขวัญก็ได้เสียเป็นสามีภรรยากับนางรื่นนางโรยด้วยเช่นเดียวกัน 

จากการนัดพบกันที่สวนขวัญนั้นยังไม่พอ ทั้งหมด ๗ ท่านนั้น ได้แอบเข้าไปในวังฝ่ายในของพระธิดาทั้งสองด้วย ซึ่งสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามัน ช่างมีความสุขไม่มีอะไรจะมาเปรียบปานได้ นานวันเข้าการประพฤติตนที่แปลกประหลาดของพระธิดาทั้งสองได้ถูกสังเกตมากขึ้นและถูกจับผิดมากขึ้นๆ จนความลับถูกเปิดเผยในที่สุด เมื่อพระลอได้เข้ามาอยู่ในวังได้ครึ่งเดือนแล้ว พระยาพิชัยพิษณุกรได้ทราบข่าวก็ทรงพระพิโรธได้รีบรุดเสด็จเดินทางมาอย่างทรงพระพิโรธ ได้บุกเข้าไปในวังของพระธิดาทั้งสองด้วยพระองค์เอง และก็ได้พบเห็นได้ประสบความจริง แต่ครั้นได้พบพระพักตร์ของพระลอ ความโกรธความอาฆาตความพยาบาทกลับหดหายไป การอ่อนน้อมถ่อมตนและทรงเล่าความจริงอย่างจริงใจไม่ปิดบังใดๆ และการขอเป็นราชบุตรเขยของพระองค์อย่างจริงใจไม่อหังการ์และถือตัวใดๆ ของพระลอ ทำให้พระยาพิชัยพิษณุกรอยากได้ราชบุตรเขยจอมกษัตริย์แห่งแมนสรวงคนนี้ทันที เมื่อทุกอย่างเลยตามเลยพระองค์ก็จะจัดพิธีอภิเษกสมรสให้ตามที่ต้องการสมกับการที่มีพระประสงค์ และดั้นด้นเดินทางมาไกล และยากลำบาก ซึ่งสร้างความสุขโสมนัส และปลื้มปิติมาสู่ทั้ง ๗ คน ถือว่าสวรรค์เมตตา และเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งนัก

            แต่ครั้นพระยาพิชัยพิษณุกรได้แจ้งให้พระแม่ย่าได้ทราบ พระแม่ย่ากลับทรงพระพิโรธดังใครเอาไฟมาสุมพระองค์เลยทีเดียว พระนางคิดว่าเสียทั้งสามีไป แล้วลูกศัตรูยังบุกมาแย่งเอาหลานรักเป็นภรรยาถึงในวังในห้องบรรทม แถมพระบิดาคือลูกชายของนาง ถึงกับจะยกลูกสาวและจัดพิธีแต่งงานให้อีกต่างหาก พระแม่ย่าทนและยอมไม่ได้อย่างเด็ดขาด แต่พระมหากษัตริย์ได้ตรัส และประกาศไปแล้วย่อมไม่คืนคำ พระแม่ย่าได้อ้างพระบัญชากษัตริย์สั่งให้ทหารหน่วยปราบปรามเป็นกองร้อย บุกไปจับตัวพระลอและองครักษ์ทั้งสองมาประหารชีวิตให้หายแค้นในคืนนี้ เมื่อทหารบุกเข้าไปในวังของพระธิดาเพื่อจับตัวพระลอและนายแก้วนายขวัญมาประหาร ทั้งสามไม่ยอมขอสู้ตาย ทั้งสองพระธิดาทรงตกพระทัยมาก และไม่ยินยอมเช่นกันต่างก็จับดาบเป็นอาวุธเตรียมต่อสู้ทันที ทหารของเมืองสรองบุกเข้าจับกุมแต่ถูกต่อสู้และฟาดฟันกันอย่างถึงพริกถึงขิง ทำให้ทหารของเมืองสรองบาดเจ็บและล้มตายไปหลายคน และทหารเมืองสรองก็ไม่สามารถทำอะไรได้ถนัดเพราะเกรงว่าจะถูกพระธิดาทั้งสองจะได้รับอันตราย จึงทำการถอยทัพปรับแผน โดยตกลงให้ใช้การยิงลูกธนูอาบยาพิษก็จะทำให้ทั้งสองพระธิดาปลอดภัย และก็จะทำให้ทั้งพระลอและลูกน้องจากแมนสรวงตายได้ อีกทั้งไม่ต้องเสียทหารจากการสู้รบด้วยดาบ ซึ่งสู้ทั้งสามรวมทั้งสองพระธิดา รวมทั้งนางรื่นนางโรยไม่ได้นั่นเอง ในระหว่างที่ทหารกองร้อยปราบปรามของเมืองสรองกำลังประชุมปรับเปลิ่ยนแผนและล้อมวังไว้ไม่ต่อสู้กันนั้น ทั้ง ๗ คนจึงตัดสินใจต่อสู้เปิดทางหนีออกจากเมืองเพื่อไปรวมกับกองทัพของพระลอที่อยู่นอกเมืองสรองให้ได้ แล้วก็จะพากันหนีไปอยู่แมนสรวงด้วยกันทั้งหมดต่อไป

           ด้วยเสียงดังอึกทึกครึกโครมในวัง ทำให้พระพิชัยพิษณุกรทรงตื่นจากบรรทม  ได้ตรัสถามทหารและรีบเสด็จออกมาดู ก็ได้พบเห็นการต่อสู้ของบ่าวผู้จงรักภักดีกระทำการอย่างห้าวหาญเพื่อปกป้องนาย ภรรยาต่อสู้เอากายเข้าปกป้องสามีสุดที่รัก ที่ถูกลูกธนูอาบยาพิษพุ่งเข้าใส่ร่างราวกับห่าฝน ยืนพิงกันกอดกันสิ้นพระพระชนม์ใกล้กับประตูทางออกจากเมืองสรอง โดยที่ร่างยังไม่ล้มลงแต่กายสั่นระริกด้วยพิษบาดแผล เลือดแดงฉานทั่วร่างและไหลนองพื้น พอพระองค์ได้สติ จึงได้ตะโกนตรัสสั่งให้หยุดยิงแล้วสั่งให้ถอยไป พระยาพิชัยรีบเสด็จเข้าไปอุ้มพระศพทั้งสามด้วยความโศกเศร้าเสียพระทัยจนแทบจะวายปราณ ทรงโทมนัสทุกข์ทรมานเกินบรรยาย พระมเหสีดาราวดีทรงตกพระทัยตื่นบรรทมเช่นกัน และได้ตามมาพบเข้า ทรงตกพระทัย และเสียพระทัยมาก จนเป็นลมหมดสติลงไป บรรยากาศช่างโศกสลด อดสู หดหู่ และน่าเวทนายิ่งนัก พระองค์ทรงพระพิโรธและเดือดดาลยิ่งนัก แต่สงบพระทัยไว้ไม่ให้เสียการใหญ่ ค่อยสืบสาวราวเรื่องอย่างชาญฉลาด และตรัสถามว่าใครลงมือทำจะได้ความดีความชอบและใครเป็นคนสั่งการ เมื่อพระราชาตรัสชมยกย่องและมีผลงานจะได้รางวัล ต่างก็รายงานโดยไม่ปิดบัง เมื่อพระองค์กระจ่างดีแล้ว ก็ได้สั่งทหารอีกชุดหนึ่งเข้าจับกุมตัวแล้วนำทหารชุดนั้นทั้งหมดไปตัดหัวและแขวนคอให้ตายอย่างสาสมไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป ส่วนพระแม่ย่าพระมารดาเลี้ยงของพระองค์ ซึ่งได้อ้างพระบัญชาของพระองค์สั่งการโดยพละการนั้น ได้สั่งให้ทำการประหารอย่างทรมานโดยหั่นเนื้อเป็นชิ้นๆ ออกจากร่างทีละชิ้นๆ แล้วนำศพไปแห่ประจานทั่วเมืองไม่ให้เอาเยี่ยงอย่างต่อไป

          พระองค์ได้รีบส่งข่าวไปเมืองแมนสรวงถึงพระนางบุญเหลือและพระนางลักษณวดี ให้มาประชุมจัดงานพระราชพิธีศพตามพระราชประเพณี ถึงแม้จะเจ็บปวดทุกข์ทรมานและขมขื่นมากเพียงใด ทั้งๆ ที่ทำใจไว้ก่อนแล้วตั้งแต่ต้น แต่ทั้งพระมารดาและพระมเหสีของพระลอ ตลอดจนชาวแมนสรวงก็ยากที่จะทำใจ แต่การแก้ไขสถานการณ์ด้วยปฏิภาณและไหวพริบที่ดีของพระยาพิชัยพิษณุกร ก็ทำให้ทั้งสองเมืองจากที่เคยเป็นศัตรูกันก็กลายมาเป็นมิตรกัน ต่างก็เข้าใจและทำใจกันได้ อีกทั้งทางกองทัพเมืองพะเยาเมื่อทราบข่าวก็รู้สึกสะเทือนใจ ไม่มีกระจิตกระใจอยากจะรุกรานและข่มเหงซ้ำเติมเมืองแมนสรวงแต่อย่างใด ก็เลยไม่คิดจะทำการรบตีเอาเมืองแมนสรวงเป็นการซ้ำเติมอีก เมืองแมนสรวงก็รอดพ้นเคราะห์กรรมไปได้อีกวาระหนึ่ง

          โดยการประชุมกันของทั้ง ๒ เมือง มีมติตกลงร่วมกันว่า ให้ทำพิธิพระราชทานเพลิงพระศพของกษัตริย์ทั้งสามพระองค์ และองครักษ์ทั้ง ๔ นั้นไว้ ณ ที่เมืองสรอง แล้วให้สร้างพระธาตุเจดีย์บรรจุพระอัฐิของทั้ง ๓ กษัตริย์ไว้ที่เมืองสรอง แล้วพระนางบุญเหลือพระมารดาและพระนางลักษวดีมเหสีหม้ายผู้น่าสงสารของพระลอ ก็ได้นำพระอัฐิของพระลอพระสวามีของพระนางเองอีกส่วนหนึ่งกลับไปกระทำบุญตามพระราชประเพณีที่เมืองแมนสรวงต่อไป

สิ่งใดในโลกล้วน    อนิจจัง
คงแต่บาปบุญยัง    เที่ยงแท้ 
คือเงาติดตัวตรัง    ตรึงแน่น อยู่นา
ตามแต่บุญบาปแล้    ก่อเกื้อรักษาฯ

 

 

(ค) หมายเหตุ :

(๑) พระนามเต็มของพระเพื่อนและพระแพง คือ “พระเพื่อนแก้ว” และ “พระแพงทอง

(๒) พระนางบุญเหลือพระมารดาผู้ประเสริฐและยิ่งใหญ่ของพระลอ และชาวเมืองแมนสรวง ท่านได้อบรม เลี้ยงดู และสั่งสอนพระลออย่างดีเยี่ยม ได้สอนหลักการปกครองที่ดีและจริยธรรมของพระมหากษัตริย์ ในการปกครองไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ไว้อย่างดีและชัดเจนมาก และทรงย้ำอีกก่อนที่จะออกจากแมนสรวงไปเมืองสรอง โดยได้เน้นย้ำให้ตระหนักถึงจริยธรรม ๗ ประการ ของพระมหากษัตริย์ ที่เรียกว่า จารีต ๗ ประการดังนี้

๑.) อย่าลืมตัว ห้ามคบคนไม่ดี คิดอะไรรอบคอบก่อนแล้วค่อยทำ เขาบอกว่า คิดทุกคำจึงออกปาก หมายความว่า จะพูดอะไรคิดเสียก่อน อย่าให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินลำบากใจ ว่าเรื่องการบ้านการเมืองให้เที่ยงตรง หมายความว่า ไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด ยุติธรรม ปกครองประเทศให้ร่มเย็น ดับเข็ญนอกเข็ญใน คือ อะไรที่เป็นความลำบากทั้งภายในภายนอกให้ขจัดให้หมด

๒.) ส่งใจดูทุกกรม อย่าชมตามคำเท็จ คือ ให้สอดส่องการบริหารงานทั่วทุกหน่วยงาน อย่าเชื่อตามคำทูลเท็จของใคร ต้องให้เห็นกับตา อย่าทำให้ผิดทางธรรม ทำอะไรทำให้มันถูกต้อง

 

๓.) เวลาที่จะต้องใช้อำนาจหรือพระเดชในการบัญชา ก็ต้องใช้ให้เหมาะสม จงทำให้มีกุศโลบายที่เหมาะสม

๔.) ดูคนรับใช้ที่มาทำงานกับเราดีๆ สอดส่องให้เหมาะสม เลือกหาคนที่ซื่อสัตย์พยายามปลุกใจคนให้ตื่นตัว ให้กล้าหาญกล้าต่อสู้กับศัตรูที่จะมากินเมืองให้ตายไป ให้อำนาจศักดิ์สิทธิ์แก่ราษฎร ตัดความชั่วอย่าให้มันลุกลาม

๕.) อย่าชิงสุกก่อนห่าม อย่าล่ามม้าสองฝั่ง จะทำอะไรก็อย่ารีบทำโดยไม่คิดเพราะก่อผลเสีย อย่าล่ามม้าสองปาก คือ อย่ากดหัวพลเมืองให้โงหัวไม่ขึ้น อย่าใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมแก่ราษฎร อย่ารากผิดไว้ข้างหลัง คือ อะไรที่ผิดอย่าทิ้งไว้ข้างหลังให้จัดการแก้ไขให้เรียบร้อย อย่าทำตนให้คนเกลียด จงทำตนให้คนรัก

๖.) ชักชวนคนสู่ฟ้า คือ นำคนให้ประพฤติแต่สิ่งที่ดีที่ชอบที่เหมาะที่ควร นำคนให้ไปข้างหน้าให้มีความเจริญก้าวหน้า ให้เทวดาสรรเสริญเยินยอ คือ ทำในสิ่งที่โลกยกย่อง

๗.) ขอให้คิดอยู่เสมอว่า จะต้องทำความดี ไม่ต้องอาย จงอย่าทำยศของพ่อหายไป รักษาเกียรติยศไว้ อย่าให้เกียรติยศต้องเสื่อมทราม ต้องรักษาไว้ตลอดชีวิต

(๓) พระแพงทองได้เขียนบันทึกเล่มหนึ่งจนเสร็จแล้วม้วนใส่ซองหนังไว้ในที่ลับตาคน โดยทำไว้ก่อนหน้าที่จะสิ้นพระชนม์โดยเนื้อหามีอยู่ว่า

หลังจากที่ข้าฯ ตายไป จะเป็นสิบปี...ร้อยปีหรือพันปี… ก็ตาม คนที่อยู่เบื้องหลังอาจลำรึกถึงเรื่องราวระหว่างข้าและท้าวเธอ ดุจนิยายฝันอันเลือนราง จากปากหนึ่ง...ไปสู่อีกปากหนึ่ง...ท้ายสุดเรื่องราวของข้าฯ และท้าวเธอ...ก็จะมีค่าเป็นเพียงนิยายไร้ความหมายเพียงเพื่อเล่าสู่กันฟังอย่างสนุกสนาน... แต่...คงจะมีสักวันหนึ่ง คงจะมีคนมาพบบันทึกเล่มนี้...เขาจะได้รู้ความจริงระหว่างเพื่อนแก้ว ข้าฯ และท้าวเธอ ผู้ทรงนามว่า ลอดิลกราชก่อนจะมีผู้พบบันทึกนี้ ชื่อเสียงของข้าฯ อาจหมองมัว ข้าฯ อาจจะถูกประณามไม้ให้เอาเยี่ยงอย่างในฐานะหญิงโฉดเจ้ามารยาที่เอาชนะใจชายด้วยมนตรา! ข้าจะไม่แก้ตัว ด้วยประการใดทั้งสิ้น แต่ขอวอนท่านให้อ่านบันทึกนี้จนจบ คราวนี้ท่านอาจจะให้อภัยข้าฯ ได้สักนิดก็ยังดี ...บางครา...ท่านอาจเห็นใจข้าฯ ได้บ้างว่า ความรักของข้าฯ สองพี่น้องต่างหากที่เป็นความรักที่ต้องมนตรา มิใช่ท้าวเธอแต่เพียงผู้เดียวหลังจากข้อความนี้ ก็ได้เล่าความเป็นมาทั้งหมด (ดังรายละเอียดที่ศึกษากันใน ลิลิตพระลอนั่นเอง)

(๔) อุทยานลิลิตพระลอและ พระธาตุพระลอ” (ซึ่งภายในบรรจุพระอัฐิธาตุของทั้ง ๓ พระองค์ คือ พระลอ พระเพื่อน และพระแพง) ตั้งอยู่บ้านกลาง ตำบลบ้านกลาง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ (ในปัจจุบัน)

(๕) “พระแม่ย่าเมืองสรอง” เป็นเจ้ากรรมนายเวรของพระลอนั่นเอง

(๖) “ปู่เจ้าสมิงพราย” และ “พ่อหมอสิทธิชัย” ได้มาเกิดเป็นพระอริยะเจ้าผู้ประเสริฐและยิ่งใหญ่เกรียงไกรบนแผ่นดินทางเหนือของประเทศไทย

(๗) “องค์รัชทายาท” ที่อยู่ในพระครรภ์อ่อนๆ ของพระนางลักษณวดีพระมเหสีหม้ายผู้น่าสงสารของพระลอ  ได้เป็นเจ้าเมืองและสืบราชย์สมบัติเมืองแมนสรวงในกาลต่อมา

.........................

 

(...ด้วยจิตคารวะดวงพระวิญญาณของเจ้าของตำนานอมตะของทั้ง ๓ พระองค์…และขออโหสิกรรมหากผิดพลาดบกพร่องไม่สมบูรณ์ใดๆ ด้วยเทอญ...)

 




การบริหารโดยอาศัยภูมิปัญญาตะวันออก

ตำนานเมืองพิมาย : ท้าวปาจิต - นางอรพิม article
พระรถ-เมรี : นางสิบสอง article
ศกุนตลา article
อิเหนา article
ตำนานรักอมตะ "นางอุสา - ท้าวบารส"
กำเนิดมหากาพย์ "มหาภารตะ" article
บรรษัทภิบาล และความรับผิดชอบต่อสังคม(CSR)
มหาสตรี : สาวิตรี article
หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด article
หลวิชัย - คาวี article
พระรถเมรี หรือ นางสิบสอง article
อิเหนา article
การแก้ปัญหาของมนุษยชาติ article
ทศพิธราชธรรม



Copyright © 2010 All Rights Reserved.