ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
bulletคำบูชาหลวงปู่โลกอุดร
bulletวัตถุประสงค์ของการตั้งพระพุทธศาสนา
bulletที่ตั้งของบริษัท สุ จิ ปุ ลิ จำกัด
dot
Newsletter

dot
bulletการอุทิศบุญกุศล โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletอนาคตประเทศไทย โดย หลวงปู่ฤาษีลิงดำ
bulletการคิดแบบโยนิโสมนสิการ
bulletปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา
bullet๕ ผู้ต้องธรณีสูบในพุทธประวัติ
bulletชื่อและอักษรย่อพระไตรปิฎก ฉบับของมจร.
bulletกรรมฐานเปิดโลก โดยหลวงปู่คง จตฺตมโล
bulletหลวงปู่สรวงเมตตารักษาโรคเอดส์
bulletกัลยาณมิตร
bulletอริยทรัพย์
bulletอุดมมงคล๓๘ ประการ
bulletบทเรียน : คนอกตัญญู
bulletมณีโจรชาดก
bulletพระนางพิมพา : นางแก้วคู่บุญบารมีพระพุทธเจ้า
bulletการไม่คบคนพาล : เป็นอุดมมงคลของชีวิต
bulletกรรมของ "พระรถเมรี"
bulletมัทนะพาธา : ตำนานดอกกุหลาบ
bulletพระสุธน-มโนราห์
bulletพญาครุฑ : ปกป้องชาติ ศาสน์ และกษัตริย์
bulletตัวอย่าง : ตายจากคนเดิมไปเกิดเป็นคนใหม่
bulletหนี้กรรมข้ามชาติ : ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
bulletตำนาน : สิงหไตรภพ
bulletกุสชาดก
bulletนิทาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : พิกุลทอง
bulletกรรมของ "นางอุสา-ท้าวบารส"
bulletตำนาน : พญาคันคาก รบกับ พระยาแถน
bulletพระคาถา : ชินบัญชร
bulletตำนานรักอมตะ : เขาสามศพ(เขาสามมุก)
bulletตำนานรักอมตะ ; ผาแดง-นางไอ่
bulletตายแล้วเกิดใหม่
bullet"๑๘" : ศาสตร์จักรพรรดิ
bulletกุดสะราชชาดก : สังข์ศิลป์ชัย
bulletสุตตธนุชาดก
bulletวรวงสชาดก
bulletวนาวนชาดก
bulletพากุลชาดก
bulletกรรมของ "พระนล-พระนางทมยันตี"
bulletมหาสตรี : สาวิตรี
bulletกรรมของ “พระลอ-พระลักษณวดี-พระเพื่อน-พระแพง”
bulletตำนาน "พระนางจามเทวี"
bulletพระพี่นางสุพรรณกัลยา
bulletกรรมของ"จันทะโครพ"
bulletปาจิตตกุมารชาดก : ตำนานเมืองพิมาย
bulletพาราณสิราชชาดก
bulletจันทกินนรชาดก : ความรักของพระนางพิมพา
bulletสุวรรณหังสชาดก : โลภมากลาภหาย
bulletฉัททันตชาดก : กรรมของพญาช้างฉัททันต์
bullet๑๖ คำทำนายของพระพุทธเจ้า
bulletตำนานเพลงสาธุการ
bulletฉางเอ๋อ : ตำนานพระจันทร์คู่โลก
bulletสสปัณฑิตชาดก : กระต่ายผู้สละชีวิต
bulletนิทานชาดก : กลโกงพ่อค้า
bulletนิทานชาดก : ตายเพราะไม่เรียน
bulletสมุทรโฆสชาดก : สมุทโฆษคำฉันท์
bulletสุวรรณสังข์ชาดก : สังข์ทอง
bulletพระยากง-พระยาพาน-ยายหอม : พระปฐมเจดีย์ และพระประโทนเจดีย์
bulletสมุททชาดก
bulletเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก : ตำนานการสร้างหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง
bulletเจ้าแม่กวนอิม : เทพเจ้าแห่งความเมตตา
bulletเวรย่อมระงับด้วยการไม่ผูก(จอง)เวร
bulletชีวกโกมารภัจ : แพทย์ผู้ทำการรักษาพระพุทธเจ้า
bulletมหากาพย์ : พระอภัยมณี
bulletตำนาน : หลวิชัย-คาวี
bulletนิทาน : กาฬเกด
bulletนิทาน : ท้าวหงส์หิน
bulletตำนานรักอมตะ : นางฟ้าหยาด-ท้าวจันทราช
bulletอิเหนา
bulletตำนานอมตะ : นางไข่ฟ้า - ท้าวสุพรหมโมกขา
bulletท้าวคัชนาม
bulletพระโคบุตร
bulletพรหมจักรกุมารชาดก
bulletไกรทอง
bulletขูลู - นางอั๊ว
bulletขุนแผนแสนสะท้าน
bulletสุดยอดวีรกรรมของพระองค์ดำ ณ ทุ่งมหาราช
bullet"พญาครุฑ" กับ "พญานาค"
bulletวิญญาณบรรพบุรุษช่วยลูกชายให้ปลอดภัย
bulletตำนาน : สงกรานต์
bulletช้างต้นมงคลชัย ไปอยู่ที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี




วิไลกัลยา รักแสนเศร้าของพระองค์ดำ article

 วิไลกัลยา : รักอมตะและแสนเศร้าของพระองค์ดำ

*************

 

(ก)               เกริ่นนำ

ที่ไดมีรักที่นั่นมีทุกข์ วีรบุรุษและวีรสตรีทั้งหลายที่เกิดมาบนโลกเรานี้ ล้วนเกิดมามีภารกิจที่ยิ่งใหญ่เพื่อส่วนรวม เพื่อคนอื่น แต่ชีวิตรักและความสุขส่วนตัวอาจเป็นเรื่องตรงกันข้าม เพราะไม่ได้สมหวัง ราบรื่นหรือโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ชีวิตรักของ “พระองค์ดำ” หรือ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” วีรบุรุษของแผ่นดินไทย กับ “พระธิดาวิไลกัลยา” แห่งพม่าหงสาวดีก็เช่นเดียว เป็นรักที่เริ่มต้นขึ้นอย่างสวยงามของเจ้าชายหนุ่มและพระธิดาสาวแสนสวยของสองแผ่นดินที่เป็นศัตรูกัน ทั้งสองได้ตั้งสัจอธิษฐานสาบานรักว่าจะครองคู่กันไปจนตายไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม แต่ความรักนี้ก็ไม่ได้สมหวัง และจบลงอย่างแสนเศร้าของหญิงสาวที่รักมั่นเทิดทูนและเด็ดเดี่ยวในรักมั่นตามสัญญา

 

(ข)             เนื้อหา

“พระองค์ดำ” หรือ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” หรือที่ชาวพม่า มอญ กะเหรี่ยง ไทใหญ่เรียกขานกันว่า “ตองเจ” เมื่อคราวที่ไทยสยามแห่งกรุงศรีอยุธยารบแพ้สงครามกับพม่าหงสาวดีเมื่อคราว “ศึกสงครามช้างเผือก” เมื่อปีพ.ศ. ๒๑๐๖ ระหว่าง “พระมหาจักรพรรดิ” ของไทย กับ “พระเจ้าบุเรงนอง” ของพม่า ในคราวนั้นพระองค์ดำเจ้าชายแห่งเมืองพิษณุโลกสองแควซึ่งมีพระชนมายุ ๙ พรรษา ได้ถูกบุเรงนองขอตัวไปเป็นองค์ประกัน (เชลย) ที่กรุงหงสาวดีด้วย  ในคราวนั้นเองที่ทำให้เจ้าชายน้อยผู้มีผิวพระวรกายสีดำ ได้มีโอกาสได้พบกับ “พระธิดาวิไลกัลยา” ซึ่งเป็นพระธิดาของ “นางเมงพยู” กับพระมหาอุปราชของพม่าหงสาวดี คือ “มังไชยสิงห์” หรือ “พระเจ้านันทบุเรง” ผู้เป็นพระโอรสของพระเจ้าบุเรงนองนั่นเอง

คราแรกที่พระนางวิไลกัลยาเสด็จมาต้อนรับขบวนทัพของพระอัยกา และพระบิดาที่ยกทัพกลับมาพร้อมชัยชนะเหนืออโยธยา พระนางได้สะดุดตากับเจ้าชายองค์น้อยผู้มีผิวพระวรกายสีออกคล้ำที่นั่งมาบนหลังช้างในขบวนทัพที่เสด็จกลับมา พระนางทอดพระเนตรแล้วให้รู้สึกถึงความเหงา เศร้า ว้าเหว่ แต่มีพลัง และเสน่ห์อะไรลึกๆ ที่สะดุดพระเนตรของพระนาง และให้รู้สึกสงสารที่เจ้าชายน้อยที่มีอายุเพียง ๙ ชันษา ที่ต้องจากบ้านเมืองและบิดามารดามาตั้งแต่ยังเยาว์วัย เพื่อเป็นองค์ประกัน (เชลย) ทั้งๆ ที่กองทัพของเสด็จปู่และเสด็จพ่อก็ทำแบบนี้มาจนพระนางรู้และเห็นจนเคยชินก่อนหน้านี้ก็ตาม พระองค์ดำได้มาอยู่ในตำหนักของวังหน้าแห่งหงสาวดีที่แวดล้อมไปด้วยศัตรูของอโยธยา พระองค์ดำถูกกลั่นแกล้งและลอบทำร้ายต่างๆ นาๆ โดยเฉพาะจาก “มังสามเกียด” หรือ “มังกะยอชวา” พระเชษฐาของพระธิดาวิไลกัลยานั่นเอง ภายในหมู่ศัตรูพระองค์ดำหรือตองเจที่มากมายนั้นนั้น กลับมีหนึ่งมิตรภาพที่พระองค์ดำได้รับและเกิดเป็นความรักกับพระธิดาแสนสวยของวังหน้าแห่งหงสาวดี ซึ่งการเกิดมีเรื่องราวมีการทะเลาะและลอบทำร้ายกันต่างๆ นาๆ แต่พระองค์ดำก็ยืนหยัดต่อสู้และไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใด แม้พระองค์จะมีสถานะเป็นเพียงเชลยก็ตาม พระองค์ยังได้รับความช่วยเหลือและกำลังใจจากพระธิดาวิไลกัลยาตลอดมา พระเจ้าบุเรงนองก็ทราบข่าวและเป็นกังวล เพราะได้รับปากและสัญญากับ “พระมหาธรรมราชา” พระบิดาของพระองค์ดำแล้วว่าจะดูแลอย่างดี และรักพระองค์ดำเหมือนเป็นโอรสของตน จึงมีดำริให้พระองค์ดำไปศึกษาวิชากับพระอาจารย์ที่เป็นชาวมอญ คือ “พระมหาเถรคันฉ่อง” นี่เอง! คงเป็นเป็นธรรมจัดสรร และเป็นบุญนักหนาที่พระองค์ดำได้มาเป็นศิษย์ของท่าน และพระองค์ดำก็ได้ตัดสินใจบรรพชาเป็นสามเณรเพื่อเรียนรู้พระพุทธศาสนาและสรรพวิชาจากพระอาจารย์ชาวมอญผู้นี้ด้วย    ณ วัดมอญแห่งนี้ พระองค์ดำจึงได้มีโอกาสได้รู้จักและสนิทสนมกับกับเด็กหญิงอีกผู้หนึ่ง คือ “มณีจันทร์” และเด็กผู้ชายอีกหลายคนโดยเฉพาะ “ไอ้ทิ้ง” หรือ “บุญทิ้ง” (ต่อมาก็คือ “พระราชมนู” ทหารเอกคู่กายของพระองค์ดำนั่นเอง) รวมทั้ง “สมิง” เพื่อนซี้ของมณีจันทร์ และเด็กชาวมอญอีกหลายคน ซึ่งความรักระหว่างสามเณรน้อยกับพระธิดาวิไลกัลยาก็ดำเนินมาอย่างเงียบๆ ตลอดเวลา

เมื่อคราวที่กรุงศรีอยุธยามีศึกสงครามกับพม่าและได้เสียกรุงครั้งที่ ๑ เมื่อปีพ.ศ. ๒๑๑๒ บุเรงนองได้ขอนำเอา “พระสุวรรณเทวี” หรือ “พระพี่นางสุพรรณกัลยา” พระเชษฐภคินีของพระองค์ดำมาเป็นองค์ประกันที่พม่าหงสาวดีด้วย พระองค์ดำจึงได้สึกจากการเป็นสามเณรเพื่อเข้าออกในพระราชวังคอยพบคอยช่วยเหลือพระพี่นางในพระราชวังด้วย ทำให้เกิดความใกล้ชิดและความสนิทสนมระหว่างพระองค์ดำและพระนางวิไลกัลยาที่กำลังเป็นสาวแรกรุ่น พระนางทรงมีพระสิริโฉมงดงามมาก เข้าตำราของหญิงงามที่ว่า “ผิวพม่านัยน์ตาแขก” และพระนางยังมีเชื้อสายฝรั่งชาติกรีกมาจากพระมารดาอีกด้วย จึงมีเหล่ากษัตริย์และเจ้าชายอีกมากมายที่หมายปองและอยากผูกสมัครรักใคร่และเกี่ยวดองกันอย่างมากมาย เพราะพระนางทั้งสวยงามและมีเพรียบพร้อมทุกอย่าง แต่พระนางกลับไม่สนพระทัยใครเลย ยกเว้นพระองค์ดำหรือตองเจเพียงพระองค์เดียว ถึงแม้ว่าพระองค์ดำจะเกิดความรักขึ้นในใจกับผู้หญิง ๒ คนแล้วก็ตาม คือ พระนางและมณีจันทร์ แต่ด้วยเหตุและผล ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ ทำให้พระองค์ดำคิดว่าความรักคงจะสมหวังและเป็นไปได้กับพระธิดาวิไลกัลยามากกว่า เพราะเป็นลูกกษัตริย์เช่นเดียวกัน ทั้งๆ ที่ก็รู้สึกรักและผูกพันกับ “มณีจันทร์” หญิงสาวชาวมอญที่เป็นเด็กวัดลูกศิษย์ของพระอาจารย์เดียวกันก็ตาม ถึงแม้ว่าพระองค์ดำและพระธิดาวิไลกัลยาจะรักกันเพียงใดก็ตาม ก็ยังถูกขัดขวางและกีดกันต่างๆ นาๆ จากพระมารดาเมงพยู โดยเฉพาะการกลั่นแกล้ง ขัดขวาง และลอบทำร้ายต่างๆ นาๆ จากมังสามเกียดและเหล่าบริวารของพระเชษฐา แต่ก็สู้พระองค์ดำไม่ได้ และก็ไม่ได้ทำให้พระนางวิไลกัลยาเลิกรักและเลิกภักดีต่อตองเจแต่อย่างใด กลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นและยังได้รับความช่วยเหลือจากพระนางอีกด้วย ทั้งสองพระองค์แอบนัดพบกันบ่อยๆ จนถึงขนาดได้พากันไปเที่ยวด้วยกันและสาบานรักกันต่อหน้า “พระธาตุมุเตา” หรือ “พระธาตุชเวมอดอ” ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในกรุงหงสาวดี ว่าจะรักและครองรักกันจนชั่วฟ้าดินสลาย ไม่ว่าจะมีอุปสรรคและเกิดอะไรขึ้นก็ตาม หากใครผิดคำสาบานก็ขอให้มีอันเป็นไปและต้องจบชีวิตลงบนแผ่นดินนี้ และทั้งสองพระองค์ยังเคยชวนกันไปทำบุญร่วมกัน และไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ เช่น พระเจดีย์ชเวดากองอีกด้วย

และแล้วเมื่อพระพี่นางสุพรรณกัลยา ยอมตกลงพระทัยเป็นพระสนมของพระเจ้าบุเรงนอง เพื่อแลกกับการให้พระองค์ดำกลับมากรุงศรีอยุธยา เพื่อเตรียมการกู้ชาติและประกาศอิสรภาพให้ชาวสยามนั้น ในพระทัยของพระองค์ดำก็ยังคงรักและคิดถึงพระธิดาวิไลกัลยาตลอดเวลา พระองค์ดำเคยเสด็จจากเมืองพระพิษณุโลกสองแควลงมาที่กรุงศรีอยุธยา เพื่อขอให้พระบิดาและพระมารดาเสด็จไปสู่ขอพระธิดาวิไลกัลยามาเป็นพระมเหสีของพระองค์ด้วย ซึ่งพระบิดาและพระมารดาทรงเข้าพระทัยในพระโอรส แต่ก็ได้ให้สติไปว่า จะเป็นไปได้อย่างไร เมื่อเราเป็นศัตรูกัน และจุดมุ่งหมายและภารกิจของพระองค์ดำก็คือประกาศอิสรภาพและคืนความเป็นไทให้ชาวสยามกรุงศรีอยุธยา เพราะถ้าอภิเษกสมรสกันแล้ว ก็หมายความว่าสยามกรุงศรีอยุธยาก็ยอมเป็นเมืองประเทศราชของพม่าหงสาวดีไปโดยปริยาย ก่อนที่เรื่องราวจะไปกันใหญ่ พลันก็มีข่าวศึกจากม้าเร็วมาบอกว่า กองทัพเขมรนำโดย “พระทศโยธา” และ “พระสุรินทร์ราชา” นำกำลังพลประมาณ ๕,๐๐๐ คน บุกโจมตีไทยจนเข้ามาถึงเมืองนครราชสีมาแล้ว พระองค์ดำจึงหยุดศึกรักในพระทัยไว้ก่อน แล้วได้ขอพระบรมราชานุญาตจากพระบิดา นำทหารไทยจำนวน ๓,๐๐๐ นายไปปราบพวกเขมร และแล้วกองทัพเขมรก็แตกและพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกด้วยน้ำมือของพระองค์ดำ

เมื่อปี พ.ศ. ๒๑๒๔ พระเจ้าบุเรงนองเสด็จสวรรคต กษัตริย์แห่งเมืองประเทศราชทั้งหลายย่อมต้องเสด็จมาร่วมงาน และมาร่วมแสดงความเคารพและเป็นเกียรติในการเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ของ “พระเจ้านันทุเรง” แห่งพม่าหงสาวดี ฝ่ายพระองค์ดำอุปราชวังหน้าแห่งเมืองพระพิษณุโลกสองแควรู้ข่าวก็เสด็จมาที่กรุงศรีอยุธยา เพื่อขอพระบรมราชานุญาตจากพระบิดา ด้วยการยกเหตุผลต่างๆ นาๆ แต่ลึกๆ ในพระทัยของพระองค์แล้วนอกจากจะได้ไปแสดงความเคารพพระศพของพระเจ้าบุเรงนองแล้ว พระองค์จะได้พบกับสตรีพิเศษในชีวิตถึง ๓ คนด้วยกัน คือ พระพี่นางสุพรรณกัลยา มณีจันทร์ (ซึ่งพระองค์ดำได้นำไปถวายตัวเป็นนางสนองพระโอษฐ์ของพระพี่นางในพระราชวังก่อนที่จะเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยาแล้ว) และโดยเฉพาะพระธิดาวิไลกัลยายอดดวงใจของพระองค์ดำนั่นเอง พระมหาธรรมราชาก็ต้องจำยอมและเข้าพระทัยในพระโอรส ซึ่งในคราวนั้น “เจ้าเมืองรุม” และ “เจ้าเมืองคัง” สองกษัตริย์ได้แข็งข้อไม่ยอมมาร่วมงานและประกาศไม่ยอมรับพระราชอำนาจของกษัตริย์พระองค์ใหม่ของหงสาวดี พระเจ้านันทบุเรงทรงพระพิโรธยิ่งนัก ประกาศให้พระยุพราชซึ่งเป็นเจ้าฟ้าของทุกเมือง คือ ๑๘ เจ้าชาย ยกทัพไปปราบ ซึ่งเจ้าชายทั้งหลายได้ประชุมทัพและวางแผนการทำศึกออกเป็น ๓ กองทัพ คือ กองทัพของ “พระมหาอุปราช (มังสามเกียด)” เป็นทัพที่ ๑ ให้เข้าตีก่อน หากไม่สำเร็จจึงให้กองทัพที่ ๒ นำโดย “พระเจ้าสังขทัต” หรือ “นัดจินหน่อง” เจ้าชายแห่งเมืองตองอูเข้าตีต่อไป หากไม่สำเร็จจึงให้กองทัพที่ ๓ นำโดยพระองค์ดำพระอุปราชแห่งเมืองพระพิษณุโลกสองแควเข้าตี เป็นที่ทราบกันดีแล้วในประวัติศาสตร์แล้วว่า เมืองรุมและเมืองคังพ่ายแพ้ และตกอยู่ในอุ้งมือของพระองค์ดำเจ้าชายแห่งเมืองพระพิษณุโลกสองแควของกรุงศรีอยุธยา ในการครั้งนี้เองเป็นการสร้างชื่อเสียงและประกาศเกียรติยศ ตลอดจนแสดงถึงพระบรมราชานุภาพแห่งว่าที่พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี ผู้ที่ดีใจและมีความสุขอย่างมากย่อมเป็น ๓ สตรีในกรุงหงสาวดี คือ พระพี่นางสุพรรณกัลยา มณีจันทร์ และพระธิดาวิไลกัลยานั่นเอง เสร็จศึกครั้งนี้แล้ว เมื่อกลับถึงกรุงหงสาวดี พระองค์ดำได้ขอพระบรมราชานุญาตนัดพบกับพระธิดาวิไลกัลยา ถึงแม้ว่าจะรังเกียจและไม่ชอบเพียงใดก็ตาม แต่พระองค์ดำผู้นี้ก็เป็นผู้ซึ่งได้นำชัยชนะมาให้พระมหากษัตริย์แห่งหงสาวดีพระองค์ใหม่ ดังนั้นพระเจ้านันทบุเรงและพระนางเมงพยูก็ต้องจำยอมให้ทั้งสองพระองค์ได้พบกัน ในค่ำคืนที่พระจันทร์แจ่มใส บรรยากาศเป็นใจในการแสดงความรักพร่ำพรอดและห่วงหาอาลัยอาวรณ์ที่ต้องจำพรากจากกันนานแสนนานของทั้งคู่ ช่างน่ารัก น่าอิจฉา และมีความสุขเกินบรรยาย ทั้งคู่ตอกย้ำสาบานรักและมอบของที่ระลึกไว้ดูต่างหน้าให้กันและกัน

เมื่อปีพ.ศ. ๒๑๒๖ กษัตริย์แห่งกรุงอังวะไม่พอพระทัยกษัตริย์พม่าหงสาวดี จึงประกาศแข็งเมืองและได้ชักชวนหัวเมืองไทใหญ่ทั้งหลายแข็งเมืองไม่ขึ้นกับหงสาวดี ทำให้พระเจ้านันทบุเรงทรงพิโรธ ทรงสั่งการให้เจ้าเมืองแปร เมืองตองอู เมืองเชียงใหม่ ร่วมยกทัพไปปราบอังวะด้วย และยังมีใบสั่งให้กรุงศรีอยุธยายกทัพมาร่วมศึกในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเป็นที่ทราบในประวัติศาสตร์แล้วว่า พระเจ้านันทบุเรงและเหล่าทหารของพม่าหงสาวดีนั้น เกรงในพระบรมเดชานุภาพและสติปัญญาของพระองค์ดำยิ่งนัก และมีความเห็นว่าในภายภาคหน้าพระองค์ดำจะเป็นอันตรายต่อหงสาวดีเป็นแน่แท้ จึงได้วางแผนการกำจัด และมีพระราชโองการให้พระมหาอุปราชมังสามเกียดอยู่เฝ้ากรุงหงสาวดี และสั่งการให้ “พระยาเกียรติ” กับ “พระยาราม” สองแม่ทัพมอญ ให้หาทางลอบทำร้ายและกำจัดพระองค์ดำเสีย ซึ่งพระยาเกียรติกับพระยารามนั้นเป็นลูกศิษย์ของพระมหาเถรคันฉ่องเช่นกัน พระอาจารย์จึงให้ทั้งสองกลับใจและยอมเข้ากับกรุงศรีอยุธยา แล้วพระมหาเถรคันฉ่องก็นำความไปแจ้งแก่พระองค์คำศิษย์รัก และแล้วประวัติศาสตร์ที่โลกต้องจดจำก็คือ พระองค์ดำได้กระทำการ “ประกาศอิสรภาพ” นับจากนี้สืบไปกรุงศรีอยุธยาจะไม่ขึ้นกับพม่าหงสาวดีอีกต่อไป ณ เมืองแครงในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ นั่นเอง พระองค์ดำได้ยกทัพบุกเข้าตีกรุงหงสาวดีที่มีพระมหาอุปราชมังสามเกียดควบคุมและดูแลอยู่ มังสามเกียดทราบข่าวว่าสองพระยามอญได้เข้ากับอยุธยาแล้วก็ไม่กล้าออกรบได้แต่ป้องกัน และรักษาเมืองไว้ ครั้นพระองค์ดำได้รับข่าวว่าพระเจ้านันทบุเรงรบชนะพระเจ้าอังวะและกำลังยกทัพกลับมา จึงสั่งถอยทัพกลับและให้เทครัวไทยและครัวมอญกลับไปกรุงศรีอยุธยา และยังได้ไปกราบทูลเชิญพระพี่นางสุพรรณกัลยาให้เสด็จกลับไปด้วยด้วยกัน แต่พระพี่นางไม่กลับเพราะว่าได้มีพระธิดากับพระเจ้าบุเรงนองแล้ว ขอให้พระอนุชาทำการกู้อิสรภาพ และยกทัพกรุงศรีอยุธยารบให้ชนะแล้วมาเชิญพระองค์กลับอย่างสง่างามดีกว่าลอบหนีกลับไปเยี่ยงเชลย พระองค์ดำก็จนพระทัย พระองค์ดำได้มาชักชวนให้มณีจันทร์ไปอยู่ด้วยกันกับพระองค์ที่กรุงศรีอยุธยา ซึ่งนางก็ยินดีและเต็มใจ ทำให้พระองค์ดำดีใจและมีความสุขยิ่งนัก

ส่วนพระธิดาวิไลกัลยาผู้น่าสงสาร พระนางเฝ้ารอคนรักของพระองค์ไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ทั้งพระบิดาพระมารดาและพระเชษฐาขอให้พระองค์เปลี่ยนพระทัยและตัดพระทัยเสีย เพราะว่าความรักของพระนางย่อมเป็นไปไม่ได้ และคนรักของพระนางก็เป็นศัตรูกับครอบครัวและพม่าหงสาวดีของพระนางอีกด้วย แต่พระองค์ก็เข้าใจและยอมรับได้ในชะตากรรมที่เกิดขึ้นและที่จะดำเนินไป พระนางมั่นใจในสัจจะอธิษฐานและคำสาบานของทั้งสองพระองค์ว่า ทั้งคู่จะมั่นในรักและกลับมาหาพระนางอย่างแน่นอน พระองค์ดำก็เช่นเดียวกัน ในพระทัยของพระองค์ยังรักมั่นและยึดมั่นในสัจจะ และคำสาบานที่ทั้งสองพระองค์ได้กระทำต่อกันไว้เมื่อคราวเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่เสมอ แต่โชคชะตาและพรหมลิขิตกลับทำให้ทุกอย่างพลิกผันไปชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ กองทัพของพม่าหงสาวดีและเหล่าประเทศราชที่บุกโจมตีกรุงศรีอยุธยาแต่ต้องพ่ายแพ้กลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า หนำซ้ำพระเชษฐาสุดที่รัก คือ “พระมหาอุปราชา” ของพระนางต้องมีอันศรีษะต้องขาดกระเด็นในคราวทำ “ศึกยุทธหัตถี” ด้วยน้ำมือของยอดดวงใจของพระนางเอง กรุงหงสาวดีของพระนางต้องถูกเผาทำลาย ครอบครัวของพระนางต้องแตกกระสานซ่านเซ็นหนีตายกันจ้าละหวั่น ถึงกระนั้นพระนางก็ยังรักและยึดมั่นในคนรักของพระนาง จากวันเป็นเดือนจากเดือนเลื่อนไปเป็นปี ข่าวคราวที่พระนางได้รับรู้มาว่า คนรักของพระนางได้อภิเษกสมรสกับหญิงอื่น ทรงมีพระสนมอีกมากมายจากเมืองนั้นเมืองนี้อยู่ตลอดเวลา แต่พระนางก็เข้าใจและยอมรับได้ ถึงแม้ว่าจะมีกษัตริย์และเจ้าชายจากเมืองต่างๆ มาเกี้ยวพาราสี ทอดสะพาน ทาบทาม และมาสู่ขอ แต่พระนางไม่สนพระทัยไยดีในชายใดเลย ถึงแม้พระบิดาและพระมารดาต่างก็เห็นชอบแล้วก็ตาม เมื่อเหตุการณ์เลยเถิดและเลวร้ายเกินที่จะเป็นไปและยอมรับได้ เมื่อหมดโอกาสที่จะสมหวังในรักแล้ว พระธิดาวิไลกัลยาผู้น่าสงสารก็ตัดสินพระทัยทำอัตวินิบาตกรรม โดยการกระโดดแม่น้ำสาละวินฆ่าตัวตายเซ่นสังเวยรักที่ไม่สมหวังตามสัจจะอธิษฐานและคำสาบานที่พระองค์ได้กระทำไว้กับคนรักของพระองค์  อนิจจา!

 

(ค)              สรุป

ความรักเป็นสิ่งสวยงาม ทำให้มนุษยชาติมีความสุข แต่ความรักก็นำมาซึ่งความทุกข์ และความผิดหวังมาให้ได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะรักและมีสัจจะอธิษฐานได้เคยสาบานร่วมกันว่าจะครองคู่ และครองรักกันจนตราบชั่วฟ้าดินสลาย ก็มิอาจทำให้รักนั้นสมหวังได้ดังใจเสมอไป ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามกฎแห่งกรรม หรือจะเรียกว่าพรหมลิขิตก็ตาม “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” แห่งกรุงศรีอยุธยา กับ “พระธิดาวิไลกัลยา” แห่งพม่ากรุงหงสาวดี ก็หลีกหนีกฎแห่งความไม่แน่นอนนี้ไปไม่ได้เช่นเดียวกัน แต่กรรมหรือการที่ได้กระทำร่วมกันเป็นสัจจะว่า หากความรักไม่สมหวังไม่ได้ครองคู่กันก็ขอให้มีอันเป็นไป และตายในแผ่นดินนี้ ก็จึงต้องเป็นไปตามนั้น สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้เสด็จสวรรคตด้วยโรคพิษไข้มาลาเรีย ณ เมืองหาง จังหวัดเมืองโต๋น (ตรงข้ามกับจังหวัดเชียงใหม่ของไทย) ในแผ่นดินรัฐฉานของพม่าในปัจจุบัน เมื่อคราวยกทัพมาช่วย “เจ้าคำก๋ายน้อย” เจ้าฟ้าแห่งไทใหญ่พระสหายสนิทของพระองค์ดำ ซึ่งเคยมาเป็นองค์ประกัน (เชลย) ที่หงสาวดีตั้งแต่เยาว์วัยเช่นเดียวกันกับพระองค์ดำ เมื่อคราวที่เจ้ากรุงอังวะยกทัพมาตีหัวเมืองของไทใหญ่ของเจ้าคำก๋ายน้อย ในปีพ.ศ. ๒๑๔๘ ซึ่งเป็นไปตามสัญญา และสัจจะอธิษฐานที่ได้กระทำไว้ร่วมกันกับพระธิดาวิไลกัลยา ที่ว่า ให้มีอันเป็นไปและจบชีวิตในแผ่นดินนี้นั่นเอง

 

 

สุ จิ ปุ ลิ

๗ พฤษภาคม ๒๕๖๑




วิปัสนากรรมฐาน

สุวรรณสิรสาชาดก article
กรรมฐาน อาวุธทางปัญญา article
๑๕ วัดต้นแบบปฏิบัติธรรมสติปัฏฐาน ๔
จำปาสี่ต้น
พระเอกนางเอก article
ปลาบู่ทอง article
ตัวอย่างวิญญาณของพ่อช่วยลูกชายให้ปลอดภัย
วิปัสสนากรรมฐาน article
กรรมของ "พระรถ-เมรี"
พาราณสิราชชาดก article
สังข์ทอง - รจนา article
ท้าวจตุโลกบาล article
ตำนานการบูรณะพระปฐมเจดีย์ และการสร้างพระประโทนเจดีย์ article
ทิณวงศ์ชาดก
สิงหไกรภพ article
กุดสะราชชาดก : สังข์ศิลป์ชัย article
พระโคบุตร article
มณีพิชัย
คู่บุญบารมี article
พระนล นางทมยันตี article
กรรมข้ามภพชาติ article
ความลับสวรรค์ article
ความลับสวรรค์ article
อำนาจกรรม article
ฉัททันตชาดก : กรรมของพญาช้างฉัททันต์ article
นิทานชาดก : อ้ายร้อยกาบลาน article
ฤาษีหลอกกินเหี้ย article
บาปกรรม และนรกมีจริง article
พระอริยะเจ้า : ที่พึ่งของเวไนยสัตว์ article
สติปัฏฐาน 4 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.